Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
24 ก.ย. เวลา 09:16 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 135 เจี่ยเหลียนหาบ้านเล็ก
เจี่ยเหลียนเคยได้ยินชื่อสองสาวพี่น้องสกุลอิ๋วมาก่อน แต่ไม่เคยมีวาสนาได้พบจนกระทั่งช่วงงานพิธีศพของเจี่ยจิ้งที่จวนหนิง จึงได้พบปะเอ้อเจี่ยเอ๋อ 二姐儿 ซานเจี่ยเอ๋อ 三姐儿 ทุกวันจนคุ้นเคย เห็นความงามของพวกนางจนอดน้ำลายสอไม่ได้
ยิ่งมารู้ว่า เจี่ยเจิน เจี่ยหยงพ่อลูกมีพฤติกรรมร่วมแม่พันธุ์ 聚麀之诮 กับพวกนาง จึงคอยหาโอกาสหยอกเย้า เล่นหูเล่นตาด้วย กับซานเจี่ยเอ๋อไม่กระไรนัก แต่กับเอ้อเจี่ยเอ๋อดูท่าจะมีใจให้ด้วยเต็มสิบ ติดขัดอยู่ที่ในงานคนมาก ไม่มีโอกาสถึงเนื้อถึงตัว อีกทั้งกลัวเจี่ยเจินหึงหวง จึงไม่กล้าผลีผลาม ได้แต่เพียงส่งใจถึงกัน
หลังวันพิธีแห่ศพไปยังวัดลูกกรงเหล็ก บ่าวไพร่ของเจี่ยเจินส่วนใหญ่ติดตามไปอยู่ที่วัด คงเหลือสาวใช้กับแม่บ้านอยู่ที่เรือนใหญ่เพียงเบาบางคอยรับใช้แม่เฒ่าอิ๋วกับเอ้อเจี่ย ซานเจี่ย พวกบ่าวที่อยู่ด้านนอกคอยเฝ้าเวรยามกลางคืน เฝ้าประตูเวลากลางวัน พอว่างก็ไม่ได้เข้ามาในเรือนใหญ่ เจี่ยเหลียนเห็นโอกาสเหมาะ จึงใช้เป็นข้ออ้างมาค้างที่วัดช่วยงานเจี่ยเจิน แล้วหาทางอาสาช่วยวิ่งงานไปกลับที่บ้าน เพื่อหาทางเข้าหาเอ้อเจี่ย
วันหนึ่ง หวีลู่ 俞禄 พ่อบ้านน้อยมาแจ้งเจี่ยเจินว่า
“ค่าจัดการปะรำพิธี ผ้าไว้ทุกข์ คนแบกโลง ทำธง รวมแล้วเป็นเงินหนึ่งพันหนึ่งร้อยสิบตำลึง หักเงินชำระล่วงหน้าห้าร้อยตำลึง ยังคงค้างหกร้อยสิบตำลึง เมื่อวานนี้มีผู้ค้าสองรายมาเร่งรัดชำระเงิน บ่าวจึงมาเรียนถามนายท่าน”
เจี่ยเจินว่า “เจ้าไปเบิกจากการคลังก็ได้แล้ว ทำไมต้องมาถามข้า”
หวีลู่ว่า “เมื่อวานข้าไปขอเบิกที่การคลังมาแล้ว แต่ผู้ดูแลคลังบอกว่า ตั้งแต่ท่านเหล่าเหยสิ้นไป มีค่าใช้จ่ายเบิกเข้ามามาก ที่เหลือยังต้องเตรียมไว้สำหรับงานบำเพ็ญกุศลหนึ่งร้อยวันและค่าใช้จ่ายของวัด จึงไม่สามารถจ่ายได้ วันนี้บ่าวจึงต้องมาเรียนนายท่านว่าพอจะจ่ายจากคลังส่วนตัว หรือไปหยิบยืมจากที่ใด ให้บ่าวไปจัดการให้”
เจี่ยเจินยิ้มว่า “เจ้ามีเงินเก็บไว้ไม่ได้ใช้ ก็ทำเป็นตัวอย่างก่อนเลย เอามาให้พวกเขายืมก่อน”
หวีลู่ยิ้มเจื่อนๆ ว่า “หากแค่ร้อยสองร้อย บ่าวยังพอช่วยไหว แต่นี่ห้าหกร้อย บ่าวจะไปหามาจากไหน”
เจี่ยเจินตรองดูสักพัก หันมาหาเจี่ยหยงว่า
“เจ้าไปถามแม่ของเจ้าว่า หลังพิธีแห่ศพเมื่อวาน บ้านเจินที่เจียงหนาน 江南甄家 ส่งเงินช่วยพิธีศพมาให้ห้าร้อยตำลึง ยังไม่ได้ส่งการคลัง เอามาจ่ายให้พวกเขาก่อน”
เจี่ยหยงรับคำ เดินมาถามนางอิ๋วสื้อ ได้ความกลับมาแจ้งแก่บิดาว่า
“เงินเมื่อวานจำนวนนั้น ใช้ไปแล้วสองร้อยตำลึง คงเหลือสามร้อยตำลึง ส่งกลับบ้านไปฝากท่านยายไว้”
เจี่ยเจินว่า “เช่นนั้น เจ้าพาหวีลู่กลับไป ให้ยายของเจ้ามอบเงินจำนวนนั้นแก่เขา แล้วเจ้าช่วยถามทุกข์สุขของน้าหญิงทั้งสองด้วย สำหรับจำนวนเงินที่ยังขาด ขอยืมหวีลู่ช่วยสมทบให้ครบด้วย”
เจี่ยหยง กับหวีลู่รับคำ
ขณะจะกลับออกมา เจี่ยเหลียนเดินเข้ามาพอดี หวีลู่รีบเดินขึ้นหน้ามาคารวะทักทาย เจี่ยเหลียนถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เจี่ยเจินจึงเล่าให้ฟัง
เจี่ยเหลียนได้ฟังก็ตรองว่า “นี่เป็นโอกาสดี ที่จะไปจวนหนิงเข้าหาเอ้อเจี่ยเอ๋อ”
จึงกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ทำไมต้องไปยืมคนนอก เมื่อวานข้าเพิ่งรับเงินมาก้อนหนึ่งยังไม่ได้ใช้ นำมาช่วยสมทบก็สิ้นเรื่อง”
เจี่ยเจินว่า “เช่นนี้ยิ่งดี เจ้าไปบอกเจี่ยหยง นำมารวมกันแล้วชำระเขาไป”
เจี่ยเหลียนรีบบอกว่า “ขัาต้องกลับไปเอาเงินด้วยตัวเอง อีกอย่างข้าไม่ได้กลับบ้านหลายวันแล้ว ต้องไปคารวะเหล่าไท่ไท่ เหล่าเหย ไท่ไท่ แล้วข้ามมาบ้านพี่ท่านดูว่ามีเหตุอะไรไหม และถือโอกาสคารวะไท่ไท่แม่ยายของพี่ท่านด้วย”
เจี่ยเจินยิ้มว่า “ต้องรบกวนเจ้าแล้ว รู้สึกไม่สบายใจ”
เจี่ยเหลียนยิ้มว่า “พี่น้องกันเอง เกรงใจอะไรกัน”
เจี่ยเจินหันมาสั่งเจี่ยหยงว่า “เจ้าตามอาของเจ้ากลับไปจวนโน้น คารวะถามไถ่เหล่าไท่ไท่ เหล่าเหย ไท่ไท่แทนข้าและแม่ของเจ้าด้วย ถามเหล่าไท่ไท่ว่าหายป่วยแข็งแรงดีหรือยัง ยังรับประทานยาอยู่หรือไม่”
เจี่ยหยงรับคำ ออกมาพร้อมกับเจี่ยเหลียน เรียกบ่าวติดตามจำนวนหนึ่ง ขี่ม้าเข้าเมืองมาด้วยกัน
ระหว่างทางอาหลานสนทนากันเรื่อยเปื่อย เจี่ยเหลียนสบช่องกล่าวถึงนางอิ๋วเอ้อเจี่ย 尤二姐 เอ่ยชมว่านางช่างเพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ และคุณสมบัติ
“กิริยางามสง่า วาจาสุภาพอ่อนโยน ชวนให้ผู้ได้พบเคารพรักใคร่ ใคร ๆ ต่างชมว่าอาสะใภ้ (พี่เฟิ่ง) ของเจ้างาม ตามความเห็นข้า ไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของน้ารอง 二姨”
เจี่ยหยงนึกรู้เจตนายิ้มว่า “ในเมื่อท่านอาชมชอบนาง ข้าเป็นพ่อสื่อเจรจาให้นางเป็นบ้านเล็กดีหรือไม่”
เจี่ยเหลียนยิ้มว่า “เจ้าพูดเล่นหรือพูดจริง”
เจี่ยหยงทำทีขึงขังยิ้มว่า “ข้าพูดเรื่องจริงจัง”
เจี่ยเหลียนยิ้มอีกว่า “ดีอยู่หรอก กลัวแต่ว่าอาสะใภ้เจ้าจะไม่ยอม ยังมีท่านยายเจ้าอาจไม่เห็นด้วย ข้ายังฟังมาว่าน้ารองเจ้ามีคู่หมั้นหมายแล้ว”
เจี่ยหยงว่า “เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา น้ารอง น้าสามไม่ใช่บุตรีแท้ ๆ ของท่านตา เป็นลูกติดมาของท่านยาย เห็นว่าตอนท่านยายอยู่บ้านเดิมเคยหมั้นน้ารองเอาไว้กับบ้านจาง 张家 เป็นนายบ้านนาส่วนพระองค์ 皇粮庄头 หมั้นหมายกันตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง 指腹为婚 ต่อมาบ้านจางตกยากด้วยแพ้คดีความ ท่านยายเองก็แต่งงานใหม่ จึงไม่ได้ติดต่อกันนับสิบปี ท่านยายบ่นอยู่เสมอว่าอยากถอนหมั้น
ท่านพ่อของข้าก็อยากให้น้ารองเปลี่ยนคู่หมั้นหมายใหม่ แต่ยังหาบ้านที่เหมาะสมไม่ได้ เราก็ให้คนไปหาบ้านจาง จ่ายเงินให้สักหลายสิบตำลึง ให้เขียนหนังสือถอนหมั้นเป็นหลักฐาน ตอนนี้บ้านจางยากจน ได้เงินมีหรือจะไม่รับ อีกอย่างเขาก็รู้สถานะคนอย่างพวกเรา มีหรือจะไม่ยอม อย่างท่านอาไปสู่ขอนางเป็นบ้านเล็ก ข้ารับรองว่าท่านยายกับท่านพ่อต้องเห็นด้วย กลัวก็แต่ทางอาสะใภ้คงคุยยาก”
เจี่ยเหลียนฟังแล้วใจฟู ไม่มีอะไรจะพูดเอาแต่ยิ้ม เจี่ยหยงตรองดูแล้วยิ้มว่า
“ท่านอาหากกล้าพอ ข้าก็มีข้อเสนอ รับรองไร้ปัญหา เพียงแต่ต้องใช้เงินบ้าง”
เจี่ยเหลียนรีบร้อนว่า “หลานรัก มีข้อเสนอใดรีบบอกข้ามา”
เจี่ยหยงว่า “ท่านอากลับบ้านก่อน อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ รอข้าบอกท่านพ่อให้ไปตกลงเรื่องนี้กับท่านยาย จากนั้นพวกเราไปหาซื้อบ้านพร้อมเครื่องเรือนแถวด้านหลังจวน คัดเด็กรับใช้ไปสองสามคน เลือกวันดีแต่งเข้าบ้านไปเงียบ ๆ ภูตผีไม่รู้เห็น สั่งทุกคนห้ามกระโตกกระตาก อาสะใภ้อยู่ในจวนจะรู้ได้อย่างไร
ผ่านไปสักปี ถึงความจะแดงขึ้นมา ก็คงเพียงถูกนายใหญ่ท่านดุเอา ท่านอากับอาสะใภ้ยังไม่มีบุตรด้วยกัน ท่านอาก็อ้างว่าอยากมีทายาทสืบสกุลจึงได้แอบจัดการเอาเอง อาสะใภ้เห็นข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกก็ต้องปล่อยเลยตามเลย แล้วท่านค่อยไปขอร้องเหล่าไท่ไท่ ไม่มีเรื่องใดจัดการไม่ได้”
โบราณว่า ตัณหาพาปัญญาเบา 欲令智昏 เจี่ยเหลียนอยากได้เอ้อเจี่ยคนงามมาเชยชม พอฟังคารมเจี่ยหยง หลงไปว่าเป็นแผนอันสมบูรณ์แบบ แทบไม่ต้องคำนึงถึงว่าอยู่ระหว่างไว้ทุกข์ เรื่องทิ้งเมียแต่งใหม่ คำพ่อสอน เมียขี้หึง ล้วนไม่ยี่หระ
แต่หารู้ไม่ว่า เจี่ยหยงหาได้มีเจตนาดี ปกติเจี่ยหยงแอบเล่นชู้กับน้าสาว แต่มักมีเจี่ยเจินมาแทรกเป็นมารคอหอย สุขสมไม่ค่อยเต็มที่ หากเจี่ยเหลียนแอบมีบ้านเล็ก ย่อมต้องซุกซ่อนไว้ภายนอก เวลาเจี่ยเหลียนไม่อยู่ ตนย่อมแอบย่องได้ดังใจ
เจี่ยเหลียนหารู้ความนัย กลับขอบอกขอบใจว่า
“หลานรัก หากเจ้าเจรจาได้สำเร็จ ข้าจะซื้อสาวใช้หน้าตาดีขอบใจเจ้าให้สองคน”
พอมาถึงหน้าประตูจวนหนิง เจี่ยหยงว่า
“ท่านอาเข้าไปเอาเงินจากท่านยายข้ามาให้หวีลู่เถิด ส่วนข้าจะไปอวยพรเหล่าไท่ไท่ก่อน”
เจี่ยเหลียนพยักหน้ายิ้มว่า “อยู่ต่อหน้าเหล่าไท่ไท่ อย่าบอกให้ท่านรู้ว่าเจ้ามาพร้อมกับข้า”
เจี่ยหยงว่า “ข้ารู้”
แล้วมากระซิบข้างหูเจี่ยเหลียนว่า
“เดี๋ยวพบน้ารอง อย่าเพิ่งใจร้อน ความแตกตอนนี้ ทีหลังลำบาก”
เจี่ยเหลียนยิ้มว่า “อย่าเหลวไหล รีบไป ข้ารอเจ้าที่นี่”
เจี่ยหยงแยกไปคารวะอวยพรแม่เฒ่าเจี่ยตามลำพัง
เจี่ยเหลียนเข้าไปในจวนหนิง คนในจวนออกมาต้อนรับพากันมายังห้องโถงรับแขก เจี่ยเหลียนทักทายเรื่องประจำวันอย่างขอไปทีแล้วสั่งให้ทุกคนแยกย้าย ตนเองเดินเข้าด้านในไปยังเรือนใหญ่ เจี่ยเหลียนกับเจี่ยเจินเป็นพี่น้องที่สนิทสนมกัน จึงเข้านอกออกในได้ปกติไม่ต้องให้คนไปแจ้งล่วงหน้า พอมาถึงเรือนใหญ่ พวกแม่เฒ่าที่ระเบียงเห็นก็แหวกม่านให้เจี่ยเหลียนเข้าห้องไป
ภายในห้อง อิ๋วเอ้อเจี่ยกับสาวใช้สองคนนั่งทำงานอยู่บนเตียงผิงด้านใต้ ไม่เห็นท่านยายกับซานเจี่ยเอ๋อ เจี่ยเหลียนรีบเดินมาทักมาย อิ๋วเอ้อเจี่ยยิ้มให้แล้วลุกลงจากเตียงมาเชิญนั่ง เจี่ยเหลียนนั่งลงบนแถวเก้าอี้ข้างกำแพงด้านตะวันออก ยกที่นั่งประธานให้เอ้อเจี่ยเอ๋อนั่ง กล่าวทักทายตามสูตรเสร็จแล้วยิ้มถามว่า
“ไท่ไท่ท่านยายกับน้องสามไปเสียที่ไหน ทำไมไม่เห็น”
เอ้อเจี่ยยิ้มว่า “เพิ่งออกไปทำธุระด้านหลัง สักครู่ก็ออกมา”
สาวใช้ออกไปเทน้ำชา ในห้องจึงไม่มีคนอื่น เจี่ยเหลียนเอาแต่เหลือบมองเอ้อเจี่ยเอ๋อ เอ้อเจี่ยเอ๋อนั่งก้มหน้ายิ้มไม่ได้สนใจ เจี่ยเหลียนไม่กล้าทำอะไรรุ่มร่าม เห็นเอ้อเจี่ยลูบคลำผ้าเช็ดหน้าห่อถุงผ้าเหอเปา 荷包 อยู่ในมือ จึงทำทีก้มลงคลำเอวตนแล้วว่า
“ข้าลืมถุงผ้าใส่หมากปิงหลาง 槟榔 (หมากสง) เสียได้ น้องมีหมากปิงหลาง ขอให้ข้าสักคำเถิด”
เอ้อเจี่ยว่า “หมากปิงหลางข้ามี แต่หมากของข้าไม่เคยเอาให้ใครกิน”
เจี่ยเหลียนขยับเข้ามาใกล้จะหยิบเอาเองจากถุงผ้า เอ้อเจี่ยเกรงคนเห็นแล้วไม่งาม จึงยิ้มแล้วรีบโยนถุงผ้าให้ เจี่ยเหลียนรับแล้วเทออกมา เลือกหยิบเอาครึ่งชิ้นที่กินเหลือไว้โยนใส่ปากกิน เก็บหมากที่เหลือขึ้นแล้วจะส่งถุงผ้าคืนก็พอดีสาวใช้สองนางเทน้ำชาแล้วเดินกลับเข้ามา
เจี่ยเหลียนรับถ้วยน้ำชามาดื่ม แอบเอาหยกขาวเก้ามังกรแก้จากเอวมามัดไว้กับผ้าเช็ดหน้าห่อถุงผ้า พอเห็นสาวใช้เผลอ ก็โยนกลับไปให้เอ้อเจี่ย เอ้อเจี่ยไม่รีบเก็บ ทำเป็นมองไม่เห็นนั่งดื่มชาของนางไป
พลันมีเสียงแหวกม่านประตูหลัง แม่เฒ่าอิ๋ว กับซานเจี่ยเอ๋อพาสาวใช้สองนางเดินกลับเข้ามา เจี่ยเหลียนส่งสายตาให้เอ้อเจี่ยเอ๋อรีบเก็บถุงผ้าขึ้น เอ้อเจี่ยยังคงไม่สนใจ เจี่ยเหลียนไม่เข้าใจเจตนา รู้สึกร้อนใจรีบลุกขึ้นเดินมาคารวะแม่เฒ่าอิ๋วกับซานเจี่ย พอหันกลับมามองเอ้อเจี่ย เห็นยังนั่งยิ้มเย็นใจอยู่ดังเดิม แต่ถุงผ้าไม่รู้ไปไหนแล้ว จึงค่อยคลายกังวล ทุกคนนั่งลงสนทนากัน
เจี่ยเหลียนว่า “พี่สะใภ้บอกว่า วันก่อนฝากห่อเงินเอาไว้กับไท่ไท่ วันนี้ต้องเอาไปจ่ายเขา พี่ใหญ่จึงให้ข้ามาขอรับ และถามทุกข์สุขในบ้าน”
แม่เฒ่าอิ๋วหันมาสั่งเอ้อเจี่ยเอ๋อถือกุญแจไปนำเงินมา
เจี่ยเหลียนกล่าวต่อว่า “ข้าเองขอคารวะอวยพรไท่ไท่ และถามทุกข์สุขของน้องสาวทั้งสอง สีหน้าของไท่ไท่อิ่มเอิบดีอยู่ แต่น้องสาวทั้งสองมัวแต่อยู่กับบ้านอาจอึดอัดบ้าง”
แม่เฒ่าอิ๋วยิ้มว่า “พวกเราคนกันเอง พูดอะไรอย่างนั้น จะอยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่นี่ก็เหมือนกัน บอกตามตรง ที่บ้านเรานับแต่สามีข้าล่วงลับไป ความเป็นอยู่ก็ลำบากนัก โชคดีที่ได้ท่านอาเขย 姑爷 (ลูกเขย) ช่วยเหลือ ตอนนี้ที่บ้านท่านอาเขยมีงาน พวกเราช่วยอย่างอื่นไม่ได้นอกจากช่วยดูแลบ้าน จะอึดอัดได้อย่างไร”
เอ้อเจี่ยนำเงินออกมาให้แม่เฒ่าอิ๋ว แม่เฒ่าส่งต่อให้เจี่ยเหลียน เจี่ยเหลียนบอกเด็กรับใช้ให้ไปตามแม่เฒ่ามาผู้หนึ่ง แล้วสั่งว่า
“นำเงินนี้ไปมอบให้หวีลู่ บอกเขาให้ไปรอข้าที่จวนโน้น”
แม่เฒ่ารับคำกลับออกมา
แว่วเสียงเจี่ยหยงที่ลานบ้าน สักพักเจ้าตัวก็เดินเข้าห้องมาคารวะท่านยายและน้าหญิง แล้วหันมายิ้มกับเจี่ยเหลียนว่า
“นายท่านเพิ่งถามถึงท่านอาอยู่ เห็นว่ามีงานจะเรียกใช้ แรกเห็นว่าจะให้คนไปตามที่วัด ข้าจึงเรียนท่านว่า “ท่านอากำลังมา” นายท่านจึงสั่งข้าว่า หากพบท่านอาระหว่างทาง บอกท่านให้รีบไปพบ”
เจี่ยเหลียนรีบลุกขึ้นเตรียมอำลา ได้ยินเจี่ยหยงกล่าวกับยายว่า
“คราวก่อนข้าเรียนเหล่าไท่ไท่ว่า ท่านพ่อกำลังมองหาน้าชายให้น้ารอง หากมีหน้าตาละม้ายท่านอาผู้นี้ เหล่าไท่ไท่ว่าดีหรือไม่”
แล้วแอบบุ้ยปากกับน้ารอง ชี้นิ้วมายังเจี่ยเหลียน
เอ้อเจี่ยเอ๋อยังไม่ว่ากระไร ซานเจี่ยเอ๋อกลับจะยิ้มก็ไม่ใช่ จะเคืองก็ไม่เชิงด่าว่า
“เจ้าลูกลิงสารเลว ไม่มีอะไรจะพูดแล้วหรือ เดี๋ยวข้าจะฉีกปากเจ้า”
แล้วยื่นมือมาจะคว้าเจี่ยหยง เจี่ยหยงหัวเราะแล้ววิ่งหนี
เจี่ยเหลียนยิ้มแล้วอำลาออกมา ถึงโถงรับแขกก็กำชับพวกบ่าวไพร่ว่าอย่าเอาแต่เล่นและดื่มเหล้า แล้วแอบขอร้องเจี่ยหยงอีกว่า ให้ไปบอกกับบิดาเรื่องช่วยเป็นพ่อสื่อ จากนั้นก็พาหวีลู่ข้ามมายังจวนหยง นำเงินสมทบจนครบจำนวนที่ขาดมาให้ แล้วเข้าไปคารวะอวยพรเจี่ยเส้อ กับแม่เฒ่าเจี่ย
1
ตอนก่อนหน้า : ลำนำห้าโฉมฉาย
https://www.blockdit.com/posts/6ab106b9217ddf283155330b
ตอนถัดไป : เรือนหอหลังใหม่
บันทึก
5
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
5
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย