•
21 ก.ย. เวลา 10:28 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 134 ลำนำห้าโฉมฉาย

เป่าวี่มาถึงเรือนพี่เฟิ่ง พวกแม่เฒ่าหลายคนมารายงานธุระเสร็จ ทยอยกันกลับไป พี่เฟิ่งยืนพิงประตูคุยอยู่กับผิงเอ๋อ พอเห็นเป่าวี่ก็ยิ้มว่า
“เจ้ากลับมาแล้วหรือ ข้าเพิ่งสั่งเมียหลินจือเสี้ยวให้ไปบอกบ่าวของเจ้าว่า ถ้าไม่มีอะไร ก็ให้พาเจ้ากลับมาพักผ่อน ที่นั่นคนเยอะ เจ้าคงทนกลิ่นอายไม่ไหว ไม่คิดว่าเจ้าจะมาถึงนี่”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ขอบคุณท่านพี่ที่เป็นห่วง วันนี้ข้าเห็นว่าไม่มีงานสำคัญอันใด และไม่เห็นพี่ไปที่จวนสองวันแล้ว ไม่ทราบว่าหายดีขึ้นบ้างไหม จึงกลับมาเยี่ยม”
พี่เฟิ่งว่า “ข้าก็ประมาณนี้แหละ สามวันดีสี่วันไข้ เหล่าไท่ไท่ กับไท่ไท่ไม่อยู่บ้าน เฮ้อ ! พวกแม่แม่ทั้งหลายมีใครอยู่สงบกันบ้าง ตบตีด่าทอกันไม่เว้นวัน นี่ยังมีเรื่องเล่นการพนันกับลักเล็กขโมยน้อยอีกสองสามเรื่อง ถึงจะได้คุณหนูสามมาช่วย แต่นางเป็นสาวยังไม่เคยออกเรือน ก็ยังมีเรื่องที่นางว่าไม่ได้ ข้าจึงยังต้องฝืนสังขาร อยู่เฉยไม่ได้ อย่าพูดเรื่องหายดีเลย ไม่เจ็บหนักขึ้นก็พอแล้ว”
เป่าวี่ว่า “ถึงจะเป็นเช่นที่พี่กล่าว ท่านพี่ก็ยังต้องดูแลสุขภาพให้ดี อย่าห่วงงานมากนัก”
แล้วชวนสนทนาสัพเพเหระสักพัก ค่อยลากลับมายังอุทยาน
เป่าวี่ก้าวข้ามประตูลานเรือนเซียวเซียง แลเห็นควันเครื่องหอมยังคงลอยอ้อยอิ่ง กลิ่นสุราเซ่นไหว้ยังหอมอบอวล จื่อเจวียนกำลังกำกับคนเก็บโต๊ะอยู่ จึงรู้ว่าพิธีเซ่นไหว้เสร็จสิ้นแล้ว เป่าวี่เดินเข้าห้องใน เห็นไต้วี่หันหลังเอนกายอิงหมอนท่าทางอ่อนเปลี้ยเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ จื่อเจวียนรีบตะโกนบอกว่า
“นายรองเป่ามาแล้ว”
ไต้วี่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยิ้มแล้วเชิญนั่ง
เป่าวี่ว่า “สองวันนี้น้องดีขึ้นมากไหม สีหน้าดูดีขึ้นแต่ทำไมดูเศร้าเสียใจ”
ไต้วี่ว่า “ไม่มีอะไรจะพูดแล้วหรือ อยู่ดีดี มาหาว่าข้าเศร้าเสียใจ”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ใบหน้าน้องตอนนี้มีคราบน้ำตา ยังจะมาหลอกข้า ข้าคิดว่า ปกติเจ้ามักเจ็บออดแอด ก็ควรปล่อยวางทุกสิ่ง ทุกข์ใจเกินไปไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย เป็นอะไรขึ้นมา ข้าก็คง…”
พูดถึงตรงนี้ ก็ลำบากใจจะพูดต่อ จำกล้ำกลืนวาจา
แม้จะเติบโตมาด้วยกัน ใจต้องตรงกัน พร้อมร่วมเป็นร่วมตาย แต่ก็เพียงรับรู้กันด้วยใจ ไม่เคยได้เอ่ยปากออกมา ยิ่งไต้วี่เป็นคนคิดมากด้วยแล้ว หากพูดออกมาโดยไม่ยั้งคิด นางก็คงขุ่นเคือง วันนี้เดิมตั้งใจจะมาปลอบนาง คิดไม่ถึงว่าพลั้งปากอีกแล้ว ไม่กล้าพูดต่อ ร้อนใจเกรงนางจะโกรธ ครั้นหวนคิดว่า ตนเองเจตนาดีแท้ ๆ น้ำตาพานไหลออกมา
ไต้วี่ขัดเคืองเป่าวี่แต่แรกที่ไม่รู้สถานการณ์ ทว่าพอเห็นสภาพเช่นนี้ของเป่าวี่ ก็พอตระหนักรู้ ความที่เป็นคนเจ้าน้ำตา จึงพลอยร้องไห้ด้วยเป่าวี่
จื่อเจวียนยกน้ำชาเข้ามา คะเนว่าทั้งสองคงทะเลาะกันอีก จึงว่า
“อาการคุณหนูเพิ่งดีขึ้นบ้าง นายรองเป่าก็มาหาเรื่องอีกแล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เป่าวี่เช็ดน้ำตา ยิ้มว่า “ใครกล้าหาเรื่องน้องกัน”
แล้วลุกขึ้นมาเดินแก้เกี้ยว พลันเห็นมุมกระดาษโผล่มาจากใต้แท่นหมึก จึงยื่นมือมาหยิบ ไต้วี่จะรีบลุกขึ้นมาแย่ง เป่าวี่รีบยัดใส่อกเสื้อแล้ววอนว่า
“น้องคนดี ขอข้าเถอะนะ”
ไต้วี่ว่า “ไม่ว่าอะไร มาถึงก็หยิบมั่วไปหมด”
พูดไม่ทันขาดคำ ก็เห็นเป่าไชเดินเข้ามายิ้มว่า
“น้องเป่าจะดูอะไร”
เป่าวี่ยังไม่ทันได้ดูว่าบนกระดาษมีข้อความใด อีกทั้งไม่รู้ความในใจของไต้วี่ จึงไม่กล้าตอบส่งเดช ได้แต่มองหน้าไต้วี่แล้วยิ้ม
ไต้วี่เชิญเป่าไชนั่ง พลางยิ้มว่า “ข้าเห็นว่าในประวัติศาสตร์มีสตรีทั้งเก่งและงดงาม ประสบการณ์ในชีวิตเป็นที่อิจฉาพาใจเศร้าอยู่หลายนาง หลังอาหารวันนี้ ข้าจึงเลือกมาจำนวนหนึ่ง เขียนบทกวีอาลัยถึง พอดีกับที่ยายหนูทั่น (ทั่นชุน) มาชวนไปเยี่ยมพี่เฟิ่ง แต่ข้ารู้สึกไม่สบายดีนักจึงไม่ได้ไปด้วย ข้าเพิ่งเขียนไปได้ห้าบท รู้สึกเพลีย จึงเอาทับไว้ที่นั่น ไม่นึกว่านายรองจะมาเห็นเข้า อันที่จริงจะให้อ่านก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ข้าไม่ต้องการให้เขาลอกไปให้คนอื่นอ่าน”
เป่าวี่รีบแก้ตัวว่า “ข้าลอกไปให้คนอื่นอ่านเมื่อไรกัน บทกวีที่เห็นบนพัดของข้าเมื่อวาน คือบางบทจากบทกวีไห่ถังขาวที่ข้าชอบ ข้าจึงคัดด้วยอักษรเสียวไข่ 小楷 (บรรจงเล็ก) เอาไว้อ่านเอง ข้ารู้หรอกว่าบทกวีที่กุลสตรีแต่งไม่ควรเผยแพร่สู่ภายนอกโดยง่าย ตั้งแต่เจ้าบอกข้า ข้าก็ไม่เคยเอาออกไปนอกอุทยาน”
เป่าไชว่า “ที่น้องหลินเป็นกังวลก็สมควรอยู่ ในเมื่อเจ้าลอกลงบนพัด ก็เผลอไผลลืมได้ ทิ้งไว้ในห้องหนังสือ พวกคุณชายคงถามว่าใครเป็นผู้แต่ง หากเรื่องแพร่ออกไปย่อมไม่เหมาะ โบราณว่า
女子无才便是德 สตรีไร้ความสามารถถือเป็นคุณธรรม
สงบเสงี่ยมเป็นหลัก การเรือนเป็นรอง ส่วนบทกวีเป็นเพียงเรื่องเล่น ไม่จำเป็นที่กุลสตรีอย่างพวกเราจักใช้สร้างชื่อ”
แล้วหันมายิ้มกับไต้วี่ว่า
“เอามาให้ข้าดูไม่เป็นไรหรอก อย่าให้น้องเป่าเอาออกไปข้างนอกก็พอ”
ไต้วี่ยิ้มว่า “เจ้าพูดเช่นนี้ แม้เจ้าเองก็ไม่ควรดู”
แล้วชี้เป่าวี่ยิ้มว่า
“แต่เขาแย่งไปแล้ว”
เป่าวี่ล้วงจากอกเสื้อ เดินประชิดเป่าไชไปอ่านด้วยกัน บทกวีมีว่า :
西施 ซีซือ (ไซซี)
一代倾城逐浪花,吴官空自忆儿家。
效颦莫笑东村女,头白溪边尚浣纱。
เกลียวคลื่นกลืนโฉมล่มเมืองแห่งสมัย
วังอู๋ไร้นางอ้างว้างคนึงหา
บ้านบูรพานวลนางเลียนนิ่วหน้า
คงซักผ้าริมธารจนผมเผ้าโพลน
(ซีซือ 西施 (นางไซซี) หนึ่งในสี่โฉมสคราญในประวัติศาสตร์จีน หลังจากเป็นนางนกต่อช่วยเยว่อ๋องโกวเจี้ยน 越王勾践 โค่นบัลลังก์อู๋อ๋องฟูไช 吴王夫差 ลง บั้นปลายของซีซือมีกล่าวไว้สองกระแส
กระแสแรกตามเรื่องเล่าพิศดารว่า นางเป็นภรรยาฟ่านหลี่ 范蠡 เที่ยวสัญจรไปทั่ว
อีกกระแสตามคัมภีร์ปรัชญาเมธีม่อจื่อ 墨子 ว่า นางถูกถ่วงน้ำตาย)
(เลียนนิ่วหน้า 效颦 นางซีซือก่อนเข้าวังมักมาซักผ้าริมธาร บ้านตะวันออกมีหญิงอัปลักษณ์ชื่อ ตงซือ 东施 เห็นซีซือชอบขมวดคิ้วแล้วคนชมว่าสวย จึงขมวดคิ้วเลียนแบบ แต่ยิ่งขมวดยิ่งดูอัปลักษณ์)
虞姬 หวีจี
肠断乌骓夜啸风,虞兮幽恨对重瞳。
黥彭甘受他年醢,饮剑何如楚帐中?
อูจุยร้องบาดใจในสายลมดึก
หวีจีนึกเคียดขึ้งถึงม่านตาสอง
ทัณฑ์สับเนื้ออันฉิงเผิงภายหน้าต้อง
มิสู้กระบี่ดื่มเลือดนองกระโจมฉู่
(ฉู่ป้าหวาง 楚霸王 เซี่ยงหวี่ 项羽 มีสนมรักชื่อหวีจี 虞姬 ขี่ม้าสีดำชื่ออูจุย 乌骓 เล่าขานว่า เซี่ยงหวี่มีม่านตาประหลาดเป็นสองม่านตาซ้อนกัน ; ม่านตาสอง 重瞳 จึงหมายถึงเซี่ยงหวี่
ฉิงเผิง 黥彭 คือ ฉิงปู้ 黥布 กับเผิงเยว่ 彭越 แรกเป็นขุนพลของเซี่ยงหวี่ ต่อมาหันไปสวามิภักดิ์หลิวปัง 刘邦 สุดท้ายต้องมหันตโทษถูกลงทัณฑ์สับเป็นเนื้อสับ 醢刑
หวีจี เชือดคอตายในกระโจมตอนทัพฉู่ตกอยู่ในวงล้อมของทัพฮั่น)
明妃 หมิงเฟย
绝艳惊人出汉宫,红颜命薄古今同。
君王纵使轻颜色,予夺权何畀画工?
โฉมสะคราญงามสะท้านแผ่นดินฮั่น
โฉมเฉิดฉันมักอาภัพนับแต่ไหน
โฉมสุดาผ่านฟ้าคลาดคลาอาลัย
โฉมไฉไลเหยื่อลิขิตจิตรกร
(หมิงเฟย 明妃 คือ หวังเจาจวิน 王昭君 หนึ่งในสี่โฉมงามในประวัติศาสตร์จีน
ในสมัยจิ้น 晋 คำว่า เจา 昭 กลายเป็นคำต้องห้ามเพราะพ้องพระนาม ซือหม่าเจา 司马昭 (สุมาเจียว) พระราชบิดาของซือหม่าเอี๋ยน 司马炎 ปฐมฮ่องเต้ราชวงศ์จิ้น จึงเปลี่ยนชื่อเรียกจากหวังเจาจวิน เป็นหมิงเฟย
หวังเจาจวินไม่เคยถวายการรับใช้ฮ่องเต้ฮั่นหยวนตี้ 汉元帝 เพราะไม่ได้ติดสินบนจิตรกร ภาพจึงถูกวาดให้โฉมมีตำหนิไม่เป็นที่ต้องพระทัยไม่เคยถูกเรียกตัว กระทั่งได้พระราชทานสมรสแก่ข่านซยงหนู 匈奴 จึงได้ทอดพระเนตรเห็นตัวจริง แม้ทรงเสียดายแต่สายเกินไปที่จะยับยั้ง หวังเจาจวินจึงได้สมรสเชื่อมสัมพันธ์กับชนเผ่าซยงหนู
ส่วนเหมาหยันโส้ว 毛延寿 จิตรกรที่วาดภาพเพี้ยนถูกประหาร)
绿珠 ลวี่จู
瓦砾明珠一例抛,何曾石尉重娇娆?
都缘顽福前生造,更有同归慰寂寥。
เศษกระเบื้องอัญมณีทิ้งขว้างมิต่างกัน
อันสือฉงเคยให้ค่ากานดาหรือ
บุญวาสนาสั่งสมมาแต่ต้นมือ
สุดท้ายคือร่วมลับไปไม่เงียบเหงา
(สือเว่ย 石尉 เรียกตามตำแหน่ง มีชื่อจริงว่า สือฉง 石崇 อยู่ในสมัยจิ้น 晋 สือฉงมีฐานะร่ำรวยใช้เงินเป็นเบี้ยจนเลื่องลือ ลวี่จู 绿珠 เป็นเมียบ่าวของสือฉง เป็นสาวงามชำนาญขลุ่ยผิว และฟ้อนรำ ซุนสิ้ว 孙秀 นึกรักลวี่จู จึงขอซื้อตัวจากสือฉง สือฉงไม่ยอม ซุนสิ้วปลอมราชโองการจับกุมสือฉง ลวี่จูโดดหอฆ่าตัวตาย สือฉงถูกประหารในเวลาต่อมา)
红拂 หงฝู
长揖雄谈态自殊,美人具眼识穷途。
尸居馀气扬公幕,岂得羁縻女丈夫?
มือประสานปณิธานกล้าทีท่าเด่น
นงรามเห็นเบื้องหน้าเป็นวิบากวิถี
จวนหยางใกล้สิ้นลมสมประดี
วีรสตรีมีหรือให้ยื้อยุดฉุดดึง
(หงฝู 红拂 ตอนที่พบหลี่จิ้ง 李靖 เป็นสาวใช้ในจวนของหยางสู้ 杨素 ขุนนางใหญ่ในสมัยสุย 隋 เห็นหลี่จิ้งพูดจาองอาจมีปณิธาน จึงหนีจากจวนหยางซึ่งร่วงโรยเต็มทีแล้ว มาเป็นภรรยาของหลี่จิ้ง ต่อมานางได้พบและร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับ ฉิวหยั่นเค่อ 虬髯客 ทั้งสามถูกขนานนามว่า สามวีรชนผงธุลี 风尘三侠 ช่วยเหลือ หลี่ยวน 李渊 หลี่สื้อหมิน 李世民 บุกเบิกราชวงศ์ถัง 唐
หลี่จิ้ง 李靖 มีตัวตนจริง เป็นขุนพลคนสำคัญ ทว่า หงฝูและฉิวหยั่นเค่อปรากฎในตำนานฉิวหยั่นเค่อ 虬髯客传 ประพันธ์โดยนักพรตตู้กวงถิง 道士杜光庭 ยุคปลายถังห้าราชวงศ์ 唐末五代 เป็นเรื่องที่โด่งดังมีผู้นำไปต่อยอดเป็นบทประพันธ์และภาพเขียนในสมัยหลัง แต่ไม่น่ามีตัวตนจริง)
เป่าวี่อ่านจบแล้วเอ่ยชมไม่ขาดปากว่า “บทกวีของน้องนี้มีห้าบท เช่นนั้นก็เรียกว่า 《ลำนำห้าโฉมฉาย 五美吟》 ดีหรือไม่”
แล้วไม่รอให้ตอบ หยิบพู่กันเขียนเอาไว้ด้านหลัง
เป่าไชว่า “แต่งบทกวีไม่ว่าหัวข้อใด ที่สำคัญคือการแปลเจตนารมณ์คนเก่าในแง่มุมใหม่ หากเพียงเจริญรอยตาม ต่อให้ใช้ถ้อยคำไพเราะสละสลวยเพียงใด ก็เป็นได้เพียงชั้นสอง ไม่นับเป็นบทกวีที่ดีได้ อย่างเช่นคนเก่าเขียนบทกวีถึงเจาจวินเอาไว้มากมาย มีทั้งไว้อาลัยเจาจวิน มีทั้งเคียดแค้นหยันโส้ว (เหมาหยันโส้ว 毛延寿 จิตรกรที่เรียกสินบนวาดภาพ) ยังมีเสียดสีฮ่องเต้ฮั่นที่ไม่อาจใช้จิตรกรให้วาดภาพได้อย่างซื่อตรง ต่าง ๆ นานา
ภายหลังยังมีบทกวีของหวางจิงกง 王荆公 ว่า
意态由来画不成,当时枉杀毛延寿
จริตกิริยาล้ำหลายกว่าปลายพู่กัน
คราครั้งนั้นประหารเปล่าเหมาหยันโส้ว
ส่วนหย่งซู 永叔 ว่า
耳目所见尚如此,万里安能制夷狄
เรื่องใกล้หูใกล้ตายังเป็นเช่นนี้
ชนเผ่าหมื่นลี้ไกล ฤๅคงครอง
บทกวีทั้งสองต่างมีความหมายเฉพาะตน มิใช่ดาษดื่น บทกลอนทั้งห้าของน้องหลินวันนี้ กล่าวได้ว่าเปิดมุมมองใหม่ หาได้จำเจ”
เป่าไชยังมีเรื่องจะกล่าวต่อ แต่พอดีมีคนมาแจ้งว่า
“นายรองเหลียนกลับมาแล้ว ข้างนอกบอกมาว่า ตอนนี้นายท่านแวะที่จวนตะวันออก อีกสักพัก คงมาถึง”
เป่าวี่รีบลุกแล้วออกไปรอที่ประตูใหญ่ พอดีกับที่เจี่ยเหลียนลงม้ามาถึง เป่าวี่คุกเข่าข้างเดียวคารวะ เอ่ยถามถึงทุกข์สุขของแม่เฒ่าเจี่ย และหวางฮูหยิน แล้วจึงค่อยทักทายเจี่ยเหลียน จากนั้นทั้งสองก็จูงมือเข้าบ้านมาด้วยกัน เห็นหลี่หวาน พี่เฟิ่ง เป่าไช ไต้วี่ หยิงชุน ทั่นชุน ซีชุน อยู่พร้อมหน้ากันในห้องโถง ต่างทักทายกันแล้ว เจี่ยเหลียนแจ้งว่า
“เหล่าไท่ไท่จะกลับมาถึงบ้านวันพรุ่งนี้เช้า ตลอดทางท่านแข็งแรงดี วันนี้ให้ข้ากลับมาแจ้งข่าวก่อนเพื่อเตรียมตัว พรุ่งนี้เช้ายามห้า ข้ายังต้องออกนอกเมืองไปต้อนรับ”
กล่าวจบ ทุกคนพากันถามถึงสภาพการเดินทาง เนื่องจากเจี่ยเหลียนเพิ่งกลับจากเดินทางไกล ถามไถ่กันตามสมควรแล้ว ก็ให้เจี่ยเหลียนกลับไปพักผ่อน
วันรุ่งขึ้น ประมาณเวลาอาหารเช้า แม่เฒ่าเจี่ย หวางฮูหยินและพวกก็กลับมาถึง ทุกคนมาต้อนรับ นั่งลงดื่มน้ำชาสักพัก แล้วก็พากันข้ามมายังจวนหนิง
เจี่ยเส้อ เจี่ยเหลียนที่กลับมาพร้อมแม่เฒ่าเจี่ย หลังจากส่งแม่เฒ่าแล้ว ก็ข้ามมาจวนหนิงก่อน พอพวกแม่เฒ่าเจี่ยมาถึงก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังระงม เจี่ยเส้อ เจี่ยเหลียน นำคนออกมาตัอนรับ พยุงแม่เฒ่าเจี่ยมายังที่ตั้งโลงศพเจี่ยจิ้ง เจี่ยเจิน เจี่ยหยงที่คุกเข่าอยู่หน้าโลงศพก็โผมากอดแม่เฒ่าแล้วพากันร้องไห้ เจี่ยเส้อ เจี่ยเหลียนต้องช่วยกันปลอบจนทั้งสามหยุดร้อง
แม่เฒ่าเจี่ยหันมาทางด้านขวาของที่ตั้งโลงศพ เห็นนางอิ๋วสื้อกับเหล่าสะใภ้ ก็ร้องไห้กันอีกยก พอหยุดร้อง คนในจวนหนิงก็ทยอยมาคารวะอวยพรแม่เฒ่า เจี่ยเจินเห็นว่าแม่เฒ่าสูงอายุแล้ว และเพิ่งกลับจากเดินทางไกล จึงขอให้กลับไปพักผ่อน พวกหวางฮูหยินช่วยพูดด้วย แม่เฒ่าเจี่ยจึงยอมกลับ
ความที่เป็นผู้สูงอายุ ค่ำคืนนั้นก็เกิดอาการปวดหัวตัวร้อน คัดจมูกเสียงแหบ ต้องรีบเชิญหมอมาตรวจชีพจรจ่ายยา วุ่นวายกันทั้งคืนจนตลอดวันรุ่งขึ้นอีกทั้งวัน กระทั่งยามสาม เหงื่อออก ไข้ลด ชีพจรเป็นปกติจึงพากันคลายกังวล
หลายวันให้หลัง ถึงกำหนดวันส่งศพเจี่ยจิ้ง แม่เฒ่าเจี่ยยังไม่ฟื้นตัวดี จึงให้เป่าวี่อยู่คอยดูแล พี่เฟิ่งยังไม่หายดีจึงอยู่ที่จวน เจี่ยเส้อ เจี่ยเหลียน สิงฮูหยิน หวางฮูหยินนำคณะรวมทั้งบ่าวตามขบวนส่งศพมายังวัดลูกกรงเหล็ก ตกเย็นจึงพากันกลับ เหลือเจี่ยเจิน นางอิ๋วสื้อและเจี่ยหยงอยู่เฝ้าที่วัดจนครบหนึ่งร้อยวันจึงนำศพไปฝัง กิจการในจวนหนิงระหว่างนั้นจึงไหว้วานแม่เฒ่าอิ๋ว และเอ้อเจี่ย ซานเจี่ยช่วยดูแล
ตอนก่อนหน้า : กระจับและรากบัว
ตอนถัดไป : เจี่ยเหลียนหาบ้านเล็ก

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา