Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
17 ก.ย. เวลา 10:07 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 133 กระจับและรากบัว
เจี่ยหยง 贾蓉 รีบขี่ม้ากลับบ้าน สั่งคนให้เก็บโต๊ะเก้าอี้จากห้องโถงหน้า ตั้งฉากแขวนม่านพิธีไว้อาลัย หน้าประตูตั้งซุ้มจัดวางกลองประโคม สั่งงานเสร็จแล้วก็รีบเข้าไปพบท่านยายและน้าสาวทั้งสอง
แม่เฒ่าอิ๋วอันเหยิน 尤老安人 (อิ๋วเหล่าอันเหยิน) มีศักดิ์อันเหยิน 安人 คือคุณหญิงตราตั้งขั้นที่หก เป็นผู้สูงอายุเอนหลังที่ไหนก็มักหลับที่นั่น น้าหญิงรอง 二姨娘 และน้าหญิงสาม 三姨娘 นั่งทำงานเย็บปักอยู่กับพวกสาวใช้ เห็นเจี่ยหยงเดินเข้ามาก็ทักถามทุกข์สุข
เจี่ยหยงยิ้มระรื่นกับน้าหญิงรองว่า
“น้าหญิงรองมาแล้วหรือ ท่านพ่อกำลังคิดถึงอยู่พอดี”
น้าหญิงรองหน้าแดงด่าว่า “หยงน้อยตัวดี สองวันไม่ถูกข้าด่าคงไม่สบายใจ นับวันยิ่งไม่รู้ที่เหมาะที่ควร โชคดีที่เจ้าเกิดเป็นคุณชายในตระกูลใหญ่ได้เล่าเรียนรู้ขนบธรรมเนียม ทำไมจึงทำตัวต่ำเตี้ยเรี่ยดิน”
ว่าแล้วก็คว้าเตารีดใกล้มือฟาดลงตรงหน้า เจี่ยหยงตกใจยกมือกอดหัว หดคอซุกอก ร้องขอชีวิต
อิ๋วซานเจี่ย 尤三姐 ตรงมาฉีกปากเจี่ยหยงแล้วว่า
“รอพี่สาว (นางอิ๋วสื้อ) กลับมาก่อน พวกเราฟ้องนาง”
เจี่ยหยงรีบคุกเข่าลงบนเตียงผิงยิ้มพลางร้องขอให้ไว้ชีวิต
อิ๋วเอ้อเจี่ย 尤二姐 กำลังเคี้ยวลูกซาเหยิน 砂仁 (ลูกเร่วดง ใช้เป็นสมุนไพร) เจี่ยหยงแย่งลูกซาเหยินมากิน อิ๋วเอ้อเจี่ยถ่มกากที่นางเคี้ยวอยู่ใส่หน้า เจี่ยหยงแลบลิ้นมาเลียแล้วกินไป พวกสาวใช้เห็นแล้วขัดตา หัวเราะใส่หน้าเจี่ยหยงว่า
“อยู่ในช่วงไว้ทุกข์แท้ ๆ แม่เฒ่าท่านหลับอยู่ ทั้งสองท่านถึงอายุยังน้อย แต่อย่างไรเสียก็เป็นน้าหญิง ท่านไม่เห็นคุณนายอยู่ในสายตา นายท่านกลับมาคงต้องฟ้อง คราวนี้ท่านกินไม่หมดคงต้องห่อกลับ 你吃不了兜着走 (ทำอะไรไว้เตรียมรับผลกรรม)”
เจี่ยหยงได้ฟัง เลิกตอแยสองน้าหญิง หันมากอดสาวใช้ไว้แล้วจูบปากนางว่า
“แม่ยอดยาหยี เจ้าพูดถูกต้อง พวกเราอย่าไปสนใจพวกนางเลย”
สาวใช้รีบผลักเจี่ยหยง ฉิวฉุนด่าว่า “ผีอายุสั้น 短命鬼 มีทั้งเมียทั้งสาวใช้ ยังมายุ่งกับพวกข้าอีก คนที่รู้ก็ว่าหยอกเล่น คนที่ไม่รู้เห็นเจ้าทำรุ่มร่าม แล้วคิดลามก คงเอาไปนินทากันทั้งจวนว่าพวกเราทำเรื่องบัดสี”
เจี่ยหยงยิ้มว่า “ต่างคนต่างอยู่ ไม่ข้องแวะกัน แต่โบราณจวบปัจจุบัน แม้สมัยฮั่นและสมัยถัง ยังมีคนเรียก “ฮั่นเหม็นคาวถังฉาวโฉ่ 脏唐臭汉” อย่าว่าแต่พวกเราเลย บ้านใครไม่มีเรื่องชู้สาว อย่าให้ข้าต้องพูดแม้แต่ที่บ้านท่านนายใหญ่ (เจี่ยเส้อ) ที่ว่าร้ายกาจ ท่านอาเหลียนก็ยังมีเรื่องโสมมกับน้าหญิงน้อย 小姨娘 (เมียน้อยของเจี่ยเส้อ) พี่สะใภ้เฟิ่งแข็งกระด้างแค่ไหน ท่านอายุ่ย (เจี่ยยุ่ยที่ตายไป) ก็ยังคิดจะล่วงเกินนาง มีเรื่องไหนปกปิดข้าได้บ้าง”
เจี่ยหยงอ้าปากได้ก็พล่ามน้ำไหลไฟดับ จนนางซานเจี่ย 三姐 หน้างอ ลุกลงจากเตียงผิงเดินเข้าห้องใน ปลุกแม่เฒ่าอิ๋วให้ตื่นเดินออกมา เจี่ยหยงเห็นแม่เฒ่าจึงรีบคารวะ แล้วว่า
“รบกวนบรรพชนต้องคอยเป็นห่วง แล้วยังลำบากท่านน้าทั้งสองต้องเป็นกังวล ท่านพ่อขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง เสร็จงานแล้ว พวกเราน้อยใหญ่ทั้งครอบครัวต้องไปคำนับเยี่ยมเยียน”
แม่เฒ่าอิ๋วอันเหยินผงกศีรษะว่า
“หลานเอ๋ย เจ้าช่างเจรจา เป็นญาติกันก็สมควรช่วยเหลือกัน”
แล้วถามว่า “บิดาเจ้าสบายดีหรือ ได้รับข่าวเมื่อไรถึงได้รีบกลับมา”
เจี่ยหยงยิ้มว่า “ท่านเพิ่งกลับมาถึง จึงให้ข้ากลับบ้านมาก่อนมาดูแลท่านผู้อาวุโส อย่างไรเสียก็ขอให้ผู้อาวุโสอยู่จนเสร็จงานจึงค่อยกลับ”
กล่าวแล้ว หันมาขยิบตาให้อิ๋วเอ้อเจี่ย 尤二姐
อิ๋วเอ้อเจี่ยกัดฟันแอบด่าว่า “ลูกลิงค่างช่างพูด ช่วยพ่อเจ้ารั้งพวกเราไว้เป็นแม่เจ้า ไม่ได้ผลหรอก”
เจี่ยหยงกล่าวกับแม่เฒ่าอิ๋วต่อว่า “ได้โปรดวางใจ ท่านพ่อกังวลเรื่องท่านน้าทั้งสองอยู่ทุกวัน ท่านเที่ยวเสาะหาคนมั่งมีฐานะมั่นคง เยาว์วัยและกระฉับกระเฉงมาเป็นน้าเขย เพื่อตกแต่งท่านน้าหญิงทั้งสอง เที่ยวเสาะหาอยู่หลายปี จนกระทั่งวันก่อนพบคนที่เหมาะสมผู้หนึ่งเข้าโดยบังเอิญ”
แม่เฒ่าอิ๋วคิดว่าเป็นเรื่องจริง รีบถามว่า “เป็นลูกหลานบ้านไหน”
เอ้อเจี่ย 二姐 ทิ้งงานที่ทำในมือ หัวเราะพลางไล่ตีเจี่ยหยง แล้วว่า
“ท่านแม่ อย่าไปฟังคนปากดีจนฟ้าผ่า”
พวกสาวใช้ยังช่วยเสริมว่า “สวรรค์มีตา ระวังฟ้าผ่าให้ดี”
พลันมีคนเข้ามาแจ้งเจี่ยหยงว่า
“งานที่สั่งจัดทำเรียบร้อยแล้ว เชิญคุณชายตรวจก่อนรายงานนายท่าน”
เจี่ยหยงหัวเราะคิกคักแล้วเดินออกไป
(จบบทที่หกสิบสาม)
เจี่ยหยงเห็นงานพิธีที่บ้านจัดเตรียมเรียบร้อย ก็รีบมายังวัดลูกกรงเหล็กแจ้งแก่เจี่ยเจิน เจี่ยเจินจัดแจงแบ่งหน้าที่ให้บ่าว ให้จัดเตรียมธงทิวเครื่องแห่เอาไว้ เลือกฤกษ์วันที่สี่ยามเหม่า 卯时 (6:00 น.) เชิญโลงศพเข้าเมือง แล้วส่งคนไปแจ้งแก่เหล่าญาติมิตรให้ทราบกำหนดการ
ถึงวันกำหนด ขบวนแห่ศพโอ่อ่าตระการตา แขกเหรื่ออุ่นหนาฝาคั่ง ผู้คนเรือนหมื่นขนาบสองข้างทางจากวัดลูกกรงเหล็กจนถึงจวนหยง ในฝูงชนมีคนถอนหายใจ มีคนริษยา หนอนตำราน้ำส้มครึ่งไหล้อคัมภีร์หลุนหวี่ 论语 ติเตียนว่า “พิธีศพอันฟุ่มเฟือยเกินเหตุมิสู้แสดงความเสียใจอย่างเรียบง่าย 丧礼与其奢易莫若俭戚” ตลอดทางยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา
ประมาณยามเว่ยถึงยามเซิน 未申 (ราว 15:00 น.) ขบวนมาถึงจุดหมาย นำโลงศพตั้งที่ห้องโถงใหญ่ เสร็จพิธีเซ่นไหว้ แขกเหรื่อทยอยกลับ คงอยู่แต่เพียงคนในตระกูลที่มาช่วยรับส่งแขก ในหมู่ญาติสนิทมีน้าชายใหญ่สิง 邢舅太爷 ที่อยู่ร่วมงานตลอดยังไม่ได้กลับ
เจี่ยเจิน เจี่ยหยงจำต้องหนุนหมอนดินนอนเสื่อหญ้าแสดงความกตัญญูอยู่ข้างโลงศพตามประเพณีอย่างลำบากยากเย็น พอแขกกลับกันหมดปลอดคน จึงรีบย่องเข้าห้องในไปแบ่งปันกันเริงรมย์มั่วกับพวกเมียบ่าวของเจี่ยเจิน
เป่าวี่ต้องสวมชุดไว้ทุกข์มาที่จวนหนิงทุกวัน ตกเย็นจึงกลับอุทยาน พี่เฟิ่งยังไม่หายดีร่างกายอ่อนแอ ไม่อาจมาร่วมพิธีที่จวนหนิงได้สม่ำเสมอ เว้นแต่พิธีสวดมนตร์สำคัญ หรือวันที่ญาติมิตรใกล้ชิดต้องเข้าร่วม ก็จำต้องฝืนสังขารมาช่วยงานนางอิ๋วสื้อ
วันหนึ่งหลังเสร็จพิธีและรับประทานอาหารเช้าแล้ว เจี่ยเจินเหน็ดเหนื่อยมาหลายวันจึงนอนพักอยู่ข้างที่ประกอบพิธี กลางวันยังเหลืออีกยาว เป่าวี่ไม่เห็นว่าจะมีแขกมากันอีก จึงคิดว่าจะไปหาไต้วี่โดยกลับมาที่บ้านก่อน
พอมาถึงลานชื่นแดง 怡红院 เห็นลานบ้านเงียบเชียบไร้ผู้คน มีแม่เฒ่ากับเด็กรับใช้ไม่กี่คนหลบแดดอยู่ที่ระเบียง บ้างหลับบ้างสัปหงก เป่าวี่ไม่คิดจะไปกวนพวกนาง แต่พอดีสื้อเอ๋อเห็นจึงแหวกม่านให้ พอดีกับที่ฟางกวนหัวเราะวิ่งพรวดพราดมาจากในห้อง เกือบชนเป่าวี่เข้าอย่างจัง แต่พอเห็นเป่าวี่ก็หยุดยืนหัวเราะว่า
“ท่านมาได้อย่างไร ช่วยขวางฉิงเหวินให้ข้าที นางจะตีข้า”
ไม่ทันขาดคำ ด้านในมีเสียงอะไรตกพื้นดังเกรียวกราว ฉิงเหวินตามออกมาด่าว่า
“ยายม้าดีดกะโหลกจะหนีไปไหน แพ้แล้วไม่ยอมให้ตี เป่าวี่ไม่อยู่บ้าน ดูสิว่าจะมีใครมาช่วยเจ้า”
เป่าวี่รีบยิ้มขวางไว้ว่า
“น้องยังเล็ก ไม่รู้ทำผิดอะไรต่อเจ้า เห็นแก่ข้า ปล่อยนางไปเถิด”
ฉิงเหวินคาดไม่ถึงว่าจะพบเป่าวี่ ตะลึงชั่วขณะแล้วอดหัวเราะไม่ได้ว่า
“ฟางกวนเป็นปีศาจจิ้งจอกแปลงร่างมาแท้ ๆ ต่อให้มีคาถาเรียกภูตผีเทวดาก็ไม่น่าจะเร็วเพียงนี้”
แล้วหัวเราะว่า “ถึงเจ้าเชิญเทวดามาจริง ข้าก็ไม่กลัว”
ฉิงเหวินยังคงไล่คว้าจับฟางกวน ฟางกวนหลบหลังเป่าวี่ กอดไว้ไม่ยอมปล่อย เป่าวี่คว้าฉิงเหวินมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งจูงมือฟางกวน เดินเข้าห้องไป เห็นเส้อเยว่ ชิวเหวิน ปี้เหิน ชุนเอี้ยนนั่งกันอยู่บนเตียงผิงด้านตะวันตกกำลังเล่นหมากเก็บ 抓子儿 กันอยู่ ที่แท้ฟางกวนเล่นหมากเก็บแพ้ฉิงเหวินแล้วไม่ยอมให้ตี วิ่งหนีออกมา ฉิงเหวินไล่ตามชนเอาถ้วยใส่หมากเก็บกระจายเต็มพื้น
เป่าวี่หัวเราะว่า “กลางวันยาว ข้าไม่อยู่บ้านกลัวพวกเจ้าจะเหงา เอาแต่กินแล้วก็นอน เดี๋ยวจะป่วยเอา มีอะไรเล่นนี่ก็ดีแล้ว”
เป่าวี่ไม่เห็นสีเหยินจึงถามว่า “พี่สีเหยินของพวกเจ้าไปไหน”
ฉิงเหวินว่า “สีเหยินเหรอ ฝึกนั่งเข้าฌานจ้องผนังอยู่คนเดียว พวกเราไม่ได้เข้าไปดูพักใหญ่แล้ว ไม่รู้ทำอะไรอยู่ เสียงอะไรก็ไม่ได้ยิน ท่านรีบเข้าไปดูเถอะ อาจตรัสรู้แล้ว ไม่รู้ได้”
เป่าวี่ฟังแล้ว หัวเราะพลางเดินเข้าห้องในเห็นสีเหยินนั่งอยู่บนเตียงริมหน้าต่าง ในมือถือแถบด้ายสีเทาถักเงื่อนอยู่ พอเห็นเป่าวี่เข้ามา รีบลุกขึ้นยิ้มว่า
“ฉิงเหวินตัวร้ายใส่ความอะไรข้า ข้ากำลังเร่งถักเงื่อนพวกนี้ให้เสร็จ ไม่มีเวลาไปเล่นเหลวไหลกับนาง จึงหลอกนางว่า
“พวกเจ้าเล่นกันเองเถอะ นายรองไม่อยู่บ้าน ข้าขอนั่งเงียบ ๆ พักสมองสักครู่”
นางกลับมาแต่งเรื่องว่าข้าเข้าฌานบ้าง จ้องผนังบ้าง เดี๋ยวข้าจะออกไปฉีกปากนาง”
เป่าวี่ยิ้ม เขยิบเข้านั่งใกล้สีเหยิน มองดูเงื่อนในมือนางแล้วว่า
“ช่วงนี้กลางวันยาว เจ้าก็ควรพักผ่อนหรือไปเล่นกับพวกนางบ้าง หรือไปหาคุณหนูหลินก็ได้ อากาศร้อนมานั่งถักสิ่งนี้ ใช้ได้ที่ไหน”
สีเหยินว่า “ข้าเห็นซองพัดของท่าน ทำใช้มาตั้งแต่งานของคุณนายใหญ่หยงจวนตะวันออก (งานศพฉินเข่อชิง) ของใช้ในงานอวมงคลชิ้นนี้ นอกจากใช้ในงานไว้อาลัยของเหล่าญาติมิตรในฤดูร้อนซึ่งปีหนึ่งอาจจะมีเพียงครั้งสองครั้งแล้ว ปกติก็ไม่ทำใช้ ตอนนี้ในจวนมีงาน ท่านต้องติดตัวไปอยู่ทุกวัน ข้าจึงเร่งทำอันใหม่ให้ทันใช้แทนอันเก่า ข้ารู้ว่าท่านไม่ใส่ใจเรื่องนี้ แต่หากเหล่าไท่ไท่กลับมาเห็นเข้า จะหาว่าข้าขี้เกียจ ไม่สนใจดูแลสิ่งของที่ท่านต้องสวมใส่ใช้สอย”
เป่าวี่ยิ้มว่า “เจ้าสู้อุตส่าห์คิดได้รอบคอบ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้น เกิดร้อนจนลมจับกลับเป็นเรื่องใหญ่”
สนทนาอยู่นั้น ฟางกวนนำน้ำชาที่เพิ่งแช่น้ำเย็นมาให้ถ้วยหนึ่ง เป่าวี่นั้นเปราะบางมาแต่กำเนิด แม้ในเดือนที่อากาศร้อนก็เลี่ยงใช้น้ำแข็ง จึงนำน้ำบ่อที่ตักใหม่ใส่อ่างแช่น้ำชาทั้งกาให้เย็น คอยเปลี่ยนน้ำเป็นระยะ
เป่าวี่ดื่มน้ำชาที่ฟางกวนถือให้ไปครึ่งถ้วย แล้วหันมาบอกสีเหยินว่า
“ตอนมาข้าสั่งเป้ยหมิง 焙茗 ไว้ว่า ถ้าที่งานบ้านพี่เจินมีแขกสำคัญมาให้มาตามข้า ถ้าไม่มีอะไรสำคัญ ข้าจะไม่ข้ามไปอีก”
กล่าวจบ ลุกเดินจากห้องใน แล้วหันมาสั่งพวกปี้เหินว่า
“มีอะไรไปหาข้าที่คุณหนูหลิน”
เป่าวี่เดินตรงมาหาไต้วี่ยังเรือนเซียวเซียง 潇湘馆 พอผ่านมาถึงสะพานหอมซาบซ่าน 沁芳桥 เห็นเสวี่ยเอี้ยน 雪雁 เดินนำสองแม่เฒ่ามา ในมือถือพืชผลพวกกระจับและรากบัว 菱藕瓜果 เป่าวี่ถามเสวี่ยเอี้ยนว่า
“คุณหนูของพวกเจ้าแต่ไหนแต่ไรไม่กินของที่มีฤทธิ์เย็น จะเอาพืชผลพวกนี้ไปทำไม หรือจะเลี้ยงพวกคุณหนู คุณนายจากที่ไหน”
เสวี่ยเอี้ยนว่า “ข้าจะบอกให้ แต่ท่านอย่าได้บอกคุณหนู”
เป่าวี่พยักหน้ารับคำ
เสวี่ยเอี้ยนสั่งสองแม่เฒ่าว่า “เอาพืชผลพวกนี้ไปให้พี่จื่อเจวียนก่อน ถ้านางถามถึงข้า บอกว่าข้าไปทำธุระ เดี๋ยวกลับ”
สองแม่เฒ่ารับคำเดินกลับไป
เสวี่ยเอี้ยนบอกเป่าวี่ว่า “สองวันนี้คุณหนูของพวกเราอาการดีขึ้น หลังอาหารเช้าวันนี้ คุณหนูสาม (ทั่นชุน) มาหา ชวนไปเยี่ยมคุณนายรอง (พี่เฟิ่ง) ด้วยกัน คุณหนูไม่ไป ไม่รู้คิดอะไรขึ้นมา เอาแต่ร้องไห้กับตัวเอง หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนหนังสือไม่รู้ว่าโคลงหรือกลอน สั่งข้ามาเก็บพืชผลพวกนี้ ยังได้ยินสั่งจื่อเจวียนให้เก็บของบนโต๊ะพิณตัวเล็ก 小琴桌 ห้องใน แล้วยกโต๊ะมาตั้งห้องนอก เอากระถางติ่งลายมังกร 龙文鼎 ตั้งบนโต๊ะ รอพืชผลพวกนี้ไปถึงค่อยจัดการต่อ
หากจะว่าเตรียมไว้รับแขก ก็ไม่น่ารีบนำกระถางเครื่องหอมออกมาตั้ง หากจะว่าจุดเครื่องหอม คุณหนูของพวกเราปกติจะจัดวางดอกไม้ผลไม้ที่มีกลิ่นหอมมากกว่า ไม่นิยมกลิ่นหอมมารมเสื้อผ้า หากจะจุดเครื่องหอม ก็มักจุดเพียงตรงที่นั่งนอนประจำ หรือว่าพวกแม่เฒ่าจุดจนห้องเหม็นคลุ้งเกินไป จึงนำกลิ่นหอมใหม่มาจุดไล่ เรื่องนี้ข้าไม่รู้สาเหตุจริง ๆ ”
กล่าวจบก็เดินจากไป
เป่าวี่ฟังแล้วก้มหน้าครุ่นคิด “ดังที่เสวี่ยเอี้ยนว่า ต้องมีสาเหตุ หากจะคุยเล่นกับพี่น้อง ก็ไม่เห็นจะต้องยกของมาตั้งไว้ก่อน หรือว่าเป็นวันครบรอบของอาชายอาหญิง แต่ข้าจำได้ว่าทุกปีเหล่าไท่ไท่เป็นผู้สั่งให้เตรียมอาหารส่งไปให้น้องหลินใช้เซ่นไหว้ และวันครบรอบปีนี้ก็ผ่านไปแล้ว เช่นนั้นคงเป็นวันเทศกาลพืชผลเดือนเจ็ด หรือสารทเดือนเจ็ดเซ่นไหว้บรรพบุรุษ น้องหลินจัดไหว้เองก็เป็นได้ และคงเปิด 《คัมภีร์พิธีกรรมหลี่จี้ 礼记》 ดู “รายการอาหารแนะนำสำหรับวสันต์สารท 春秋荐其时食” ก็เป็นได้
หากข้าไปหานางในตอนนี้ เห็นนางเสียใจแล้วเข้าปลอบ นางจะยิ่งซึมเศร้าเก็บกด แต่หากไม่ไป ก็เกรงนางจะเสียใจ ไม่มีใครให้ปรับทุกข์ ไปหรือไม่ไปล้วนอาจทำให้นางล้มป่วย มิสู้ไปหาพี่เฟิ่งก่อน นั่งคุยกับนางสักพัก หากน้องหลินยังคงโศกเศร้า ค่อยหาวิธีปลอบนางให้คลายทุกข์ อย่าถึงกับล้มเจ็บ”
คิดแล้วก็หันกลับเดินออกจากอุทยานมาหาพี่เฟิ่ง
ตอนก่อนหน้า : เจี่ยจิ้งดับขันธ์
https://www.blockdit.com/posts/6aa7c1a164d645b0a923e848
ตอนถัดไป : ลำนำห้าโฉมฉาย
https://www.blockdit.com/posts/6ab106b9217ddf283155330b
1 บันทึก
4
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
1
4
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย