•
25 ก.ย. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

ซากปลาซาร์ดีน เกลื่อนชายฝั่งแอฟริกาใต้ ห่วงกระทบประมง และชีวิตแพนกวิน

ปลายเดือนกรกฎาคม 2026 ชาวประมงที่อ่าวซัลดาญา (Saldanha Bay) ทางชายฝั่งตะวันตกของแอฟริกาใต้ พบปลาซาร์ดีนตายจำนวนมากลอยเกลื่อนไร้ชีวิตอยู่ในทะเล ก่อนมีการพบซากปลาตามชายหาดในพื้นที่อื่นๆ ตามมา
หลังจากนั้นมีรายงานพบปลาตายในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ Western Cape ลงไปทางตอนใต้ถึงเมืองเกเบอร์ฮา (Gqeberha) และต่อไปยัง East London กับชายฝั่ง Wild Coast ทางตะวันออก
รวมถึงยังมีรายงานแบบเดียวกันนี้ในประเทศนามิเบีย แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าเป็นเหตุการณ์เดียวกันหรือไม่
ข้อมูลเบื้องต้นจากการตรวจซากปลา พบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ไวรัส PHV (pilchard herpesvirus) เป็นต้นต่อของเหตุการณ์ แต่ยังไม่ฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าใช่ และอยู่ระหว่างการหาว่ามีปัจจัยอื่นร่วมด้วยหรือไม่
PHV เป็นไวรัสที่ติดในปลา และไม่มีหลักฐานว่าก่อโรคในคน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานรัฐแนะนำไม่ให้นำปลาที่ตายหรือกำลังจะตายตามชายหาดไปกิน ใช้เป็นอาหารสัตว์ หรือเป็นเหยื่อตกปลา เพราะอาจเน่าเสียหรือปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อม
ในสาเหตุเดียวกันนี้ เคยมีรายงานเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ออสเตรเลียช่วงทศวรรษ 1990 แต่ไม่เคยมีรายงานการพบ PHV ในปลาซาร์ดีนของแอฟริกาใต้
จากการตรวจสอบก็ยังไม่ทราบว่าไวรัสเข้ามาในประเทศได้อย่างไร มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับปลาซาร์ดีนแช่แข็งที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแหล่งที่มา หรือคนนั่นล่ะที่เป็นผู้นำมา ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
ขณะเดียวกัน ยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอนว่าปลาตายไปทั้งหมดเท่าไร เพราะซากที่พบตามชายหาดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปลาที่ตายในทะเล ปลาอีกส่วนอาจจมลง ถูกสัตว์อื่นกิน หรือถูกกระแสน้ำพัดออกไป
สำหรับแอฟริกาใต้ปลาซาร์ดีนถือเป็นสัตว์น้ำสำคัญของภูมิภาคเป็นทั้งอาหารสำคัญของสัตว์ทะเลหลายชนิด โดยเฉพาะกับเพนกวินแอฟริกา
เพนกวินแอฟริกา ซึ่งกินปลาขนาดเล็กอย่างซาร์ดีนและแอนโชวีเป็นอาหารสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณ Algoa Bay ใกล้ Gqeberha ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของเพนกวินแอฟริกา
ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มทำให้นักอนุรักษ์เริ่มกังวลเรื่องปริมาณปลาอาหารของเพนกวิน
ในพื้นที่ Nelson Mandela Bay ซึ่งรวม Algoa Bay จำนวนคู่เพนกวินที่ทำรังลดลงจากมากกว่า 7,000 คู่เมื่อประมาณหนึ่งทศวรรษก่อน เหลือราว 700 คู่ในปัจจุบัน ตัวเลขนี้สะท้อนแนวโน้มการลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
และหากอาหารลดลงไปอีก ก็ยิ่งน่าห่วงว่าประชากรจะลดลงอีกหรือไม่
นอกจากสำคัญต่อระบบนิเวศแล้ว ปลาซาร์ดีนยังเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมประมง การแปรรูป และอาหารกระป๋องของแอฟริกาใต้
จากเหตุการณ์ที่เกิดรัฐบาลแอฟริกาใต้ ได้ประกาศใช้มาตรการชั่วคราว ให้ผู้ได้รับโควตาสามารถจับซาร์ดีนได้ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ ของโควตาที่เหลือสำหรับปี 2026
อย่างไรก็ตามในมุมขององค์กรอนุรักษ์ เช่น WWF เรียกร้องให้ระงับการจับปลาซาร์ดีนทั้งหมดจนกว่าจะมีข้อมูลประชากรปลาที่ชัดเจน
ขณะที่ตัวแทนอุตสาหกรรมประมงกังวลว่าการปิดประมงจะกระทบชาวประมงและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนแนวทางจำกัดโควตาแทน
ข้อมูลจากรัฐบาลแอฟริกาใต้ระบุว่า หลังวันที่ 3 กันยายนยังไม่พบการตายของปลาซาร์ดีนในวงกว้างเพิ่มเติม
แต่ยังมีรายงานพบปลาตายเป็นจุดๆ และจนถึงวันที่ 21 กันยายน ยังไม่มีการยืนยันผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหรือสัตว์ปีกที่พึ่งพาปลาซาร์ดีนเป็นอาหาร
ซึ่งหวังว่าจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีก
อ้างอิง
Mass sardine die-off pits survival of South Africa’s penguins against fishers’ livelihoods https://www.theguardian.com/environment/2026/sep/24/mass-sardine-die-off-pits-survival-of-south-africas-penguins-against-fishers-livelihoods
Pilchard herpesvirus probed in South African sardine die-off https://www.nature.com/articles/d44148-026-00289-4
New evidence emerges in sardine mortality investigation https://www.dffe.gov.za/mediarelease/sardinemortalityinvestigation
โฆษณา