วันนี้ เวลา 05:30 • การเมือง

ถอด ‘ภาษากาย’ สี-ทรัมป์ จับมือ-แตะแขน-ตบหลังกลับ ผู้เชี่ยวชาญมองแฝงนัยอำนาจ เมื่อท่าที พูดแทนถ้อยคำ

ทุกการจับมืออาจมีความหมาย ทุกการ ‘ตบหลัง’ อาจมีนัย ส่องภาษากาย ‘สี-ทรัมป์’ จากการแตะแขน วัดเชิง ไปจนถึงเสียงหัวเราะ ท่ามกลางซัมมิตเดิมพันสูงที่แม้เป็นท่าทีเล็ก ๆ ก็ถูกทั่วโลกจับตา
แพตตี วูด ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษากาย ซึ่งวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองให้กับเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์มองว่า ท่าทางหลายอย่างของทรัมป์สามารถตีความได้ว่าเป็นการแสดงสถานะและความเหนือกว่า ขณะที่สีเลือกวางตัวอย่างเป็นทางการ รักษามารยาททางการทูต และดูไม่ได้หวั่นไหวกับท่าทีของผู้นำสหรัฐ
📌​‘ทรัมป์’ ไปรับถึงเครื่องบิน
สัญญาณแรกเกิดขึ้นทันทีที่สีเดินทางถึงสหรัฐ เมื่อทรัมป์พร้อมด้วยเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เดินทางไปต้อนรับสีและเผิง ลี่หยวน ภริยา ถึงบริเวณเชิงบันไดเครื่องบินที่ฐานทัพ Joint Base Andrews
วูดมองว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางไปรับผู้นำจีนด้วยตัวเองถึงลานบินมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ เพราะไม่ใช่สิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐทำในการต้อนรับผู้นำต่างชาติทุกครั้ง จึงสามารถมองได้ว่าเป็นการแสดง “ความเคารพ” และให้ความสำคัญกับแขกที่เดินทางมาเยือน
📌​‘ก้มศีรษะ’ ปะทะ ‘ยื่นมือ’
เช้าวันถัดมา สีและเผิงเดินทางมายังทำเนียบขาวเพื่อเริ่มภารกิจอีกวัน โดยเดินทางมาถึงหลังเวลา 10.00 น. ไม่นาน
ขณะที่ทรัมป์เดินออกจากทำเนียบขาวเพื่อต้อนรับสี วูดสังเกตว่า “คางของผู้นำสหรัฐก้มลงเล็กน้อย” ซึ่งอาจเป็นเพียงเพราะทรัมป์กำลังมองทางเดิน แต่หากวิเคราะห์เฉพาะในมุมภาษากาย เธอมองว่า การก้มคางลงมักส่งสัญญาณถึงอำนาจที่น้อยกว่าการเชิดคางขึ้นหรือยื่นคางไปด้านหน้า
เมื่อทั้งคู่เผชิญหน้ากัน สีเลือกก้มศีรษะเล็กน้อย ซึ่งวูดมองว่าเป็นการทักทายที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมจีน ขณะที่ทรัมป์ยื่นมือออกไปจับมือทันที โดยไม่ได้ก้มศีรษะตอบ
วูดเรียกท่าทีดังกล่าวว่าเป็น “Standard Trump” หรือรูปแบบการทักทายตามปกติของทรัมป์ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้ปรับให้เข้ากับธรรมเนียมและมารยาทแบบจีน
อย่างไรก็ตาม สีไม่ได้แสดงท่าทีว่าถูกรบกวนจากความแตกต่างดังกล่าว เขายังคงรักษาความเป็นทางการและท่าทีสงบนิ่งตลอดการต้อนรับ
📌​‘แตะแขน-ตบหลัง’ ใครอยู่เหนือใคร?
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ถูกจับตา เกิดขึ้นระหว่างการจับมือ เมื่อทรัมป์ใช้มืออีกข้างแตะบริเวณต้นแขนของสี
การแตะแขนหรือตบหลังคู่สนทนาเป็นท่าทีที่ทรัมป์ใช้เป็นประจำในการพบปะบุคคลต่าง ๆ แต่วูดมองว่า ในเชิงภาษากาย การสัมผัสลักษณะนี้ในบริบทที่เป็นทางการสามารถสื่อถึง “ลำดับชั้น” หรือความพยายามวางตัวเองไว้เหนืออีกฝ่ายได้
แม้การตบหลังในวัฒนธรรมอเมริกันสามารถหมายถึงความเป็นมิตรหรือความสนิทสนม แต่โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอยู่แล้ว หากเกิดขึ้นในสถานการณ์ทางการหรือระหว่างบุคคลที่ไม่ได้สนิทกันมาก วูดมองว่าสามารถถูกตีความในเชิงการแสดงสถานะได้
แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงทรัมป์ที่เป็นฝ่ายสัมผัสอีกฝ่าย
ในเวลาต่อมา กล้องจับภาพสีเป็นฝ่าย “ตบหลังทรัมป์กลับ” เช่นกัน
วูดเรียกจังหวะดังกล่าวว่าเป็นเสมือน “การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์เล็ก ๆ” โดยมองว่า การที่สีสะท้อนท่าทางเดียวกันกลับไป อาจเป็นวิธีลดทอนหรือทำให้สัญญาณแสดงความเหนือกว่าของทรัมป์เป็นกลาง
กล่าวอีกอย่างคือ หากการตบหลังถูกตีความว่าเป็นสัญญาณว่า “ฉันอยู่เหนือคุณ” การตบกลับก็อาจทำให้ทั้งสองกลับมาอยู่ในระดับเดียวกันในเชิงสัญลักษณ์
อ่านต่อได้ที่:
โฆษณา