26 ก.ย. เวลา 10:59 • การตลาด

ความเสี่ยงของการ "กลัวผิด"

ตอนนี้ฝนตกทั้งวันทั้งคืนมาน่าจะเกิน 48 ชั่วโมงแล้ว
มีประเด็นใน social เรื่องกรมอุตุนิยมวิทยาที่ใช้คำในการพยากรณ์อากาศแบบเผื่อพลาดเกินไป ทำให้ใช้การสื่อสารที่เน้นไปที่ข้อมูลดิบและเป็นกลางมากกว่าจะตีความให้เป็นภาษาเข้าใจง่ายและมีระดับความรุนแรง (ที่ก็มักจะต้องใส่ emotional เข้าไปหน่อย) ให้ประชาชนมองภาพความรุนแรงออก
ในกรุงเทพ ฯ คงไม่ถึงขั้นจะมีน้ำป่าไหลหลากพัดบ้านเรือนจนพัง แต่ความรู้สึกว่า “แรง” ของคนกรุงเทพ ฯ อาจหมายถึงการที่น้ำท่วมขังจนทำให้รถเสียหาย หรือใช้เวลากลับบ้าน 6-7 ชั่วโมงได้เหมือนกัน
ด้วยความเป็นหน่วยราชการ ก็คงเหมือนกับองค์กรใหญ่หลายแห่งที่กลัวจะทำอะไรไปแล้วผิดแล้วจะดูไม่เก่งในสายตาคนอื่น ก็เลยบอกกลาง ๆ ตามข้อมูลเอาไว้ก่อน หรือไม่ก็พยายามหาข้อโต้แย้งอื่นมา hedge ทำให้คำพูดที่ชัดเจนของคนอื่นดูมีน้ำหนักน้อยลง
คล้ายกับองค์กรใหญ่ในที่ประชุม เวลาจะทำอะไรก็จะมีหลายคนให้ความเห็นคอยอุดช่องโหว่ให้ได้มากที่สุด สุดท้ายสินค้าที่ออกมาก็จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่กลาง ๆ มีครบทุกอย่าง แต่ว่าไม่สุดสักทาง
ไอ้ปัจจัยการที่จะทำให้ของมัน “ปัง” เนี่ย บางทีมันต้องสุดไปสักทางสองทาง มันถึงจะเด่นแล้วก็จำได้แบบมี Unique Selling Points ซึ่งแน่นอนมันย่อมมีจุดด้อยที่ต้องยอมแลกตามมาแต่ต้องยังอยู่ในขอบเขตของคุณภาพและความปลอดภัย
ในขณะที่ของครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่ว่ามีครบไปทุกอย่าง มันก็จะกลายเป็นสินค้าทั่วไปสินค้านึง แล้วดีไม่ดีต้นทุนแพงด้วย เพราะว่าต้องทำแม้เป็นด้านที่เราไม่ถนัดหรือไม่มีทรัพยากรพอ
การ brainstorming ในองค์กรกลาง-ใหญ่ที่ไม่ใช่บริษัทครีเอทีฟฮา ๆ ก็เป็นอีกกรณีนึง ที่ไม่ค่อยจะมีใครอยากออกไอเดียฟุ้ง ๆ ดูโง่ ๆ เท่าไร ทั้งๆ ที่ไอเดียโง่ ๆ บางทีมันเอามาคิดต่อ ต่อยอดได้ดี ได้อะไรที่คาดไม่ถึง แต่ถ้าพนักงานแต่ละคนกลัวดูไม่ฉลาด สุดท้ายจะแทนที่จะเรียกว่า brainstorming ก็กลายเป็นว่าแต่ละคนมาโชว์ความความรู้เจ๋ง ๆ ของตัวเอง สุดท้ายมันก็ไม่ได้อะไรเท่าไร แม้บางคนจะคิดอะไรน่าสนใจได้แต่กลัวดูโง่ก็ไม่กล้าพูดออกมา
เราเลยรู้สึกว่า AI เป็นคู่ brainstorm ที่ดีเลยทีเดียว โยนไอเดียกันไปมา เพราะมันไม่กลัวดูโง่ ไม่กลัวคนเอาไปพูดว่าไม่ฉลาด ไร้สาระแล้วไม่ได้ promote อย่าลืมต้อง prompt ไม่ให้มัน hedge ด้วย ให้มันบ้าบอไป เสร็จแล้วเราค่อยต่อยอดว่าอะไรน่าสนใจ
ต่อให้ตอนนี้ AI มันยังคิดอะไรที่เป็น creative แบบเจ๋ง ๆ จริงไม่ได้ (ไอ้ที่บอกกันว่าได้เพราะเขาไม่รู้ว่านั่นไม่เรียกว่าเจ๋ง) แต่เราชวนมันคุยต่อยอดได้ แล้วเราค่อยตบอีกที
เหมือนไม่กล้าจีบสาวที่ตัวเองชอบจริง ๆ เพราะกลัวผิดหวังแล้วจะเสียหน้า สุดท้ายจะได้เขาเป็นแฟนได้ยังไงล่ะ คนกล้าก็ได้ไปสิ
ภาพประกอบ คือร่องทางระบายน้ำในรั้วบ้าน ที่สถาปนิกเมื่อเกือบ 70 ปีก่อนทำให้เชื่อมกับท่อนอกบ้านไว้ เวลาถนนน้ำท่วม น้ำก็จะผุดขึ้นมาตรงนี้ โชคดีที่หน้าบ้านน้ำท่วมแค่ประมาณข้อเท้า บ่าย ๆ น้ำก็ลดแล้ว ถ้าฝนไม่ตกหนักอีกนะ
โฆษณา