วันนี้ เวลา 09:00 • สิ่งแวดล้อม

‘เอลนีโญ’ เปลี่ยนรูปแบบบพายุ แอตแลนติกยังไม่มีเฮอร์ริเคนสักลูก แต่แปซิฟิกเจอพายุต่อเนื่อง

“ปรากฏการณ์เอลนีโญ” กำลังสร้างความผันผวนอย่างรุนแรงต่อสภาพอากาศและฤดูพายุหมุนเขตร้อนทั่วโลก ในขณะที่ มหาสมุทรแอตแลนติกแทบไม่เกิดพายุ “เฮอร์ริเคน” เลย ซึ่งถือว่าเงียบผิดปรกติ แต่ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก กลับเกิดพายุหมุนเขตร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
จนถึงช่วงปลายเดือนกันยายน มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือเกิดพายุหมุนเขตร้อนเพียง 6 ลูก และยังไม่มีพายุลูกใดเลยที่พัฒนาขึ้นเป็น “พายุเฮอร์ริเคน” เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ยุคเริ่มติดตามพายุด้วยดาวเทียมในปี 1966 และทำให้ปี 2026 เป็นปีที่เกิดพายุเฮอร์ริเคนลูกแรกที่ช้าที่สุดในรอบ 100 ปี ทำลายสถิติของปี 1941 ที่เกิดพายุลูกแรกเมื่อวันที่ 21 กันยายน อย่างสิ้นเชิง
เอลนีโญเพิ่ม “แรงเฉือนของลมตามแนวตั้ง” ในชั้นบรรยากาศ ลมที่พัดแรงในทิศทางต่างระดับกันนี้ จะช่วยพัดฉีกโครงสร้างศูนย์กลางของพายุเขตร้อน จนไม่สามารถพัฒนาตัวเป็นพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกได้ นอกจากนี้ ฝุ่นแห้งที่พัดมาจาก “ทะเลทรายซาฮารา” ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยธรรมชาติที่ช่วยยับยั้งการก่อตัวของพายุในแอตแลนติก
ในทางกลับกัน มหาสมุทรแปซิฟิกกลับเจออุณหภูมิน้ำทะเลที่ร้อนผิดปรกติ ทำให้เกิดความร้อนสะสม ก่อตัวเป็นพายุเฮอร์ริเคน ส่งผลให้ฤดูพายุปีนี้มีพายุเฮอร์ริเคนในแปซิฟิกทวีความรุนแรงถึงระดับ 5 รวมแล้วถึง 3 ลูก หนึ่งในนั้นคือ “พายุเฮอร์ริเคนโปโล” ที่ความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 4 และระดับ 5 ขณะเคลื่อนตัวเฉียดชายฝั่งประเทศเม็กซิโก
“หมู่เกาะฮาวาย” ต้องเผชิญภัยพิบัติซ้ำซ้อนจากอิทธิพลของ พายุเฮอร์ริเคนลาลา และ พายุเฮอร์ริเคนโลเวลล์ สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนมากกว่า 510 หลังคาเรือน และทำลายโครงสร้างพื้นฐานรวมมูลค่ากว่า 168 ล้านดอลลาร์ มิหนำซ้ำยังมี พายุเฮอร์ริเคนโนโล ยังตามมาติด ๆ
เอลนีโญส่งผลให้ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุเปลี่ยนไป โดยเบี่ยงขึ้นทางทิศเหนือมากขึ้น แทนที่จะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกตามปรกติ ส่งผลให้ เกาะกวม, หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา, ญี่ปุ่น และคาบสมุทรเกาหลี เผชิญความเสี่ยงจากพายุไต้ฝุ่นเพิ่มสูงขึ้น
ปรากฏการณ์เอลนีโญในครั้งนี้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเกิดพายุในสองมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไป และจะทำให้เกิด “สภาพอากาศสุดขั้ว” ในอนาคต ดังที่ เซเลสเต เซาโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกกล่าวว่า “เรากำลังเห็นความหายนะและความล่มสลายจากภัยแล้งและน้ำท่วมเกิดขึ้นแล้ว และเราคาดว่าผลกระทบเหล่านี้จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อเอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้น”
โฆษณา