Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าเมาเมาแมน
•
ติดตาม
27 ก.ย. เวลา 09:49 • การเมือง
ธรรมชาติเดาไม่ได้ แต่การจัดการมันอยู่ที่คน
ผมก็เหมือนชาวกรุงเทพคนอื่น โดนเหมือนกัน
อาจหนักกว่าด้วยมั้ง เพราะนอกจากบ้านแล้ว
ออฟฟิศ work shop เฟอร์นิเจอร์ โกดังวัสดุ
โดนหมด
โชคดีว่าไม่เสียหายนัก จากประสบการณ์ผ่านปี 54, 65
มันสอนมาหมดว่าเราต้องทำยังไง
นอกจากส่วนที่ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องปล่อยไป ก็เท่านั้น…
ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยตำหนิภาครัฐเวลาน้ำมันท่วมนัก
โดยเฉพาะเมื่อมันท่วมฝนลักษณะนี้
เพราะเข้าใจได้ว่ามันคือธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้
และในกรุงเทพ ผมก็เข้าใจดีถึงความเละเทะของผังเมือง
ที่เน่ามานาน และเน่ามากขึ้นหลังลุงสร้างรถไฟฟ้าทีเดียว
6 สาย โดยไม่สนใจ EIA
ครับ การท่วมที่ลุ่มแบบกรุงเทพไม่แปลกอยู่แล้ว
ถ้ามีเหตุผลกันมากพอ เราคงไปโทษภาครัฐไม่ได้
แต่ถ้าจะโทษว่าภาครัฐมีส่วนในการทำให้ความเสียหาย
มันมากขึ้น อันนี้ก็เป็นอะไรที่สมควรด่ากัน
การจัดการของภาครัฐ เราคงต้องดูที่สองส่วน
คือ การแจ้งเตือน และการจัดการกับปัญหาว่าอย่างไร
และออกจากปัญหาได้เร็วแค่ไหน
ส่วนแรก รัฐโดนด่าเละ เมื่อรัฐมนตรีบอกว่าเอาอยู่
และกรมอุตุนิยมวิทยา ก็ดันแจ้งเตือนแบบไม่ทันท่วงที
แถมยังมีดราม่าไปทะเลาะกับเพจเอกชนอีก
ซึ่งต้องขอบอกว่า เพจเอกชนนั้นผมไม่ได้ตาม ไม่รู้จัก
ปกติผมก็ดูพยากรณ์อากาศเอาช่วงข่าวค่ำนั่นแหละ
ซึ่งข้อมูลก็มาจากกรมอุตุฯ
ส่วนถ้าอยากดูรายละเอียดกว่านั้น ผมจะดูในเว็บไซต์หรือแอพ
ของต่างประเทศเอามากกว่า เพราะมันเรียลไทม์เป็นรายชั่วโมง
และค่อนข้างแม่นยำ แอพเสียตังก็ต้องยอม
ผมจำเป็นต้องดูแบบนั้น เพราะต้องบริหารไซด์งานก่อสร้าง
ข้อมูลจากกรมอุตุฯ เป็นเพียงการมองภาพกว้างเท่านั้น
ซึ่งมันไม่พอ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องตัดสินใจสั่งวัสดุ
หรือขั้นตอนการทำโครงสร้าง ที่ต้องตัดสินใจว่าจะทำได้ไหม
ทีนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น เราพบว่ากรมอุตุนิยมวิทยา
ไม่ได้รายงานผิด ถึงเรื่องว่าฝนจะตกหนัก
อันนี้ผมแฟร์พอสำหรับกรมอุตุครับ เขาเตือนแล้วจริงๆ
แม้จะไม่ได้บอกว่าจะหนักแค่ไหน แต่การกำหนดสีพื้นที่
เป็นสีแดงในเขตกรุงเทพ ก็ต้องเข้าใจได้เลยว่าหนัก
ปัญหาคือ การแจ้งเตือนระดับเฝ้าระวังนั้นกลับมีปัญหา
ซึ่งตรงนี้เอง ที่สะท้อนปัญหาเดิมๆของระบบราชการได้อย่างดี
เรื่องแรกคือการบูรณาการข้อมูล
ผมคิดว่าที่กรมอุตุโดนด่ามาก เพราะไม่แจ้งว่าน้ำมันจะท่วม
ซึ่งว่ากันตามตรงแล้ว กรมอุตุก็ไม่ได้มีหน้าที่วิเคราะห์โดยตรง
ว่ามันจะท่วมหรือไม่ท่วม
กรมอุตุจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากอีกหลายหน่วยงาน
เช่น กรมชลประทาน ที่บริหารจัดการน้ำตามแม่น้ำอยู่
หรือกรมทรัพยฯ ที่ดูแลเรื่องการอิ่มตัวของน้ำในดิน
เลยเถิดไปถึงกระทรวงพลังงาน ที่ดูแลน้ำในเขื่อน
และกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ที่ดูเรื่องน้ำเช่นกัน
เพราะงั้น การที่กรมอุตุจะถูกตำหนิ ถึงการไม่เตือนน้ำท่วมนั้น
ออกจะไม่แฟร์นัก เพราะต้องตัดสินใจร่วมกันหลายหน่วยงาน
ซึ่งเท่าที่ฟังท่าน อ.เสรี บอกในทีวี ท่านว่าอำนาจประกาศ
เรื่องการเตือนภัยจริงๆ จะอยู่ที่กรมป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย
ซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่จะรับข้อมูลมาจากทุกหน่วย
เพื่อตัดสินใจประกาศออกไป
2
ถ้าขั้นตอนเป็นไปตามนี้ ก็แสดงว่ากรมอุตุนิยมวิทยา
ไม่ได้ผิดเลย เขาทำหน้าที่เตือนฝนหนักแล้ว
แต่ปัญหากลับอยู่ที่การประกาศการป้องกันของ ปภ. มากกว่า
ซึ่งมันสะท้อนปัญหาของระบบราชการได้ชัดมากขึ้นไปอีก
และมีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเต็มๆ
1
ในช่วงมีปัญหา เจ้ากระทรวงมหาดไทยของ ปภ.
หรือก็คือนายกฯที่นั่งควบอยู่ด้วย ไปประชุมที่ต่างประเทศ
ตรงนี้เอง ที่ทำให้ข้าราชการประจำ รวมถึงรัฐมนตรีช่วย
น่าจะมีปัญหาในการตัดสินใจแจ้งเตือน
ถ้ามันเป็นการแจ้งเตือนน้ำท่วมธรรมดา ก็คงไม่ใช่ปัญหา
แต่นี่คือการแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ในการเกิดน้ำท่วม
ขนาดใหญ่ในเมืองหลวงของประเทศ ที่เป็นศูนย์กลาง
ของทุกอย่าง ซึ่งมีผลทางการเมืองมาก
ไม่มีทาง ที่ข้าราชการประจำ รวมถึง รมช. จะกล้าตัดสินใจ
แทนเจ้ากระทรวง ที่เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยแน่นอน
เพราะไม่ต้องการรับผิดชอบแทน เนื่องจากนายกไม่อยู่
ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องนี้ใหญ่พอสมควร และนายกเอง
ก็คงได้รับรายงานแน่ๆ ช่วงที่อยู่ต่างประเทศ
แต่ด้วยนิสัยที่โยนเก่ง เป็นจอมปัดสวะ ไม่เคยรับผิดชอบ
อะไรมาตลอดอยู่แล้ว เชื่อว่านายกตัดสินใจไม่ทำอะไร
เพราะเห็นแล้วว่ามีหนังหน้าไฟเล่นแทนตัวเอง
ซึ่งก็คือท่านรัฐมนตรีเอาอยู่ และกรมอุตุฯ นั่นเอง
ผลคือ ชาวบ้านไม่ได้รับการแจ้งเตือนที่ถูกต้อง
และเมื่อหน่วยงานหลักไม่แจ้งเตือน
หน่วยงานรองๆลงมาหรือท้องถิ่น ก็ไม่สามารถเบิกจ่าย
เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับการรับสถานการณ์ต่างๆได้ดีพอ
….แล้วผลมันก็อย่างที่เห็น….
มันจึงค่อนข้างชัดเจน ว่าที่ปัญหามันรุนแรงมาก
และจัดการได้ล่าช้า ก็เพราะขั้นตอนทางราชการ
ที่ซ้ำซ้อน ล่าช้า และเต็มไปด้วยความเกรงใจทางการเมือง
1
และไม่มีใครกล้าพอจะรับผิดชอบนั่นเอง….
…แล้วกรรมมันตกที่ใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ชาวบ้าน….
ส่วนการเยียวยาหรือการออกจากปัญหาให้เร็วนั้น
เราคงต้องดูกันต่อไป ว่าภาครัฐจะทำได้ไหม
แต่ดูแล้วยาก เพราะอย่างที่ผู้ว่าบอก และตาประชาชน
ก็เห็น คือ คลองต่างๆในกรุงเทพที่จะผันน้ำได้มันเต็ม
และไม่มีทางไปแล้ว
มันต่างกับปี 54 ที่น้ำไล่มาจากทางเหนือ
แต่ครั้งนี้ น้ำมันล้อมกรุงเทพไว้หมด โดยเฉพาะทางไปทะเล
ทำให้การระบายให้ออกทะเลทำได้ยากและช้า
แล้วตอนนี้คือหน้ามรสุม ที่น้ำทะเลหนุนอีกต่างหาก
การบริหารจัดการยาก เพราะกรุงเทพคงปล่อยน้ำไปซ้ำเติม
พื้นที่อื่นที่ท่วมเหมือนกันไม่ได้
และการจัดการกับมวลน้ำจากภาคกลางตอนบน
ก็คงทำได้ไม่ดีแน่ๆ หากกรุงเทพยังไม่ลดลง
จึงเป็นไปได้ว่า ที่บริเวณอยุธยา จะสาหัสไปอีกนาน
คือ มันลามไปหมดแหละ แล้วลักษณะของฝนที่วนไปมา
อยู่บนแผ่นดิน สเปรย์ไปทั่วแบบนี้ด้วย มันก็ยิ่งทำให้ยาก
เพราะงั้น การเยียวยา คงตัองมองให้สะท้อนความจริง
การช่วยเหลือแบบเฉพาะหน้าต้องรวดเร็ว เช่น อาหาร
น้ำดื่ม การจัดการการจราจร ต้องชัดเจน
รัฐตัองเลิกกลัวที่จะประกาศเขตภัยพิบัติ
และยอมรับความผิดพลาดเสียที
การสื่อสารต้องชัดเจน เข้าใจง่าย รวดเร็ว
ไม่ใช่ไปเตือนกันตอนตี 1 แบบได้บ้างไม่ได้บ้าง
แล้วเรื่องการสื่อสาร ผมขอตำหนิมาก
เนื่องจากปัจจุบัน ทุกคนมีแอพที่รัฐสามารถขอความร่วมมือได้
เช่น แอพธนาคาร หรือเป๋าตังในตอนนี้ที่คนกำลังใช้อยู่
ในโครงการคนละครึ่ง
แต่กลับแทบไม่มี หรือไม่มีเลยด้วยซ้ำ
อย่างของผมเอง แอพแบงค์เขียวกับเหลือง ยังพอมีเตือนมาบ้าง
แต่ม่วง ฟ้า และอื่นๆ กลับไม่มีเลย ทั้งที่หลายอันเป็นแบงค์รัฐ
หรือใกล้ชิดกับภาครัฐมาก ซึ่งผมไม่เข้าใจมากกับเรื่องนี้
มันไม่น่ายากรึเปล่า ในการขอความร่วมมือ ?
แล้วเนี่ย เรื่องการจราจร เส้นทางไหนท่วมอะไรยังไง
ทำไมไม่มีหน่วยข้อมูลกลางเลย คนต้องไปเปิด google map
ดูความหนาแน่น แล้วเดากันเองแล้วเอารถไปจอดตาย งั้นเหรอ
ดูแล้วการทำงานมันไม่เข้าท่าเลยจริงๆ
ซึ่งมันก็คงเป็นผลต่อเนื่องมาจากปัญหาแรก
และการขาดความรับผิดชอบของคนมีหน้าที่นั่นเอง….
ระบบราชการไทย เทอะทะ ล่าช้า แบบนี้เสมอ
ยิ่งอำนาจมาอยู่ในมือคนที่ปัดสวะเก่ง เอาแต่สร้างภาพ
แบบนี้ด้วย มันยิ่งทำให้มีปัญหา
กี่เรื่องแล้ว ที่แก้อะไรไม่ได้
ดีแต่ทำหน้าขึงขัง ตีฝีปากไปวันๆ แต่ไม่แก้ไขอะไรจริงจัง
นายกควรจะรับผิดชอบอะไรมากกว่านี้
ต้องมีความกล้าที่จะรับผิดชอบบ้าง ให้คนทำงานเขาอุ่นใจบ้าง
ว่ามีนายที่พร้อมจะรับผิดชอบอะไรไปด้วยกัน
หรือกระทั่งกางปีกรับแทน
…คนเป็นนายคน ถ้าเป็นแต่โยนความผิดให้ลูกน้อง
มันก็ไม่ควรจะเป็นหรอก เป็นหัวหน้าคนงานยังไม่ได้เลย…
อย่าว่าแต่จะบริหารบริษัทใหญ่โต หรือเป็นนายกเลยล่ะนะ…
…หัวขบวนเป็นแบบนี้ มันก็ไม่แปลกหรอก ที่จะมีแต่ปัญหา….
ปล. รูปนั่นหน้าบ้านผมเอง ดีที่สโลปไว้เยอะ
ในซอยหมู่บ้าน ท่วมประมาณเข่าแล้ว ส่วนถนนซอย
ก็จะเป็นช่วงๆ บางช่วงก็เกินเข่ามาเยอะเหมือนกัน
ผมโชคดีที่มีรถกระบะที่ใช้ทำงานหลายคัน ยันหกล้อ
คงไม่ใช่ปัญหาถ้าจะท่วมกว่านี้ ส่วนใกล้ๆใครท่วม
ผมแนะนำจักรยานครับ ปั่นเอาง่ายกว่าเดินเยอะเลย
ยิ่งรถมีเกียร์ยิ่งสบายครับ
ความคิดเห็น
บันทึก
16
4
2
16
4
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย