Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Calmwithkwisara
•
ติดตาม
27 ก.ย. เวลา 12:58 • สุขภาพ
วันที่ฉันค้นพบว่า “งานที่ยังไม่เสร็จ” ไม่ได้แปลว่า “ฉันล้มเหลว”
ฉันเคยคิดว่าคนเก่งคือคนที่ทำทุกอย่างให้เสร็จ
แต่กว่าจะรู้ว่า “การหยุด” ก็เป็นทักษะอย่างหนึ่ง
ฉันต้องแลกมันด้วยสุขภาพจิต
ฉันเคยเป็นคนที่คิดว่า
“ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้”
ฉันสู้งาน ทำงานเร็ว ไม่ชอบงานค้าง และอยากทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด
สำหรับฉัน การทำงานดี ส่งงานทัน และได้รับคำชม คือหลักฐานว่า ฉันมี Performance ที่ดี
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันเพิ่งสังเกตภายหลังว่า
คนที่ทำได้ มักได้รับงานเพิ่ม
ในขณะที่คนที่กล้าบอกว่า “ทำไม่ได้” บางครั้งกลับมีงานน้อยกว่าและกดดันน้อยกว่า
ฉันไม่ได้คิดว่าคนอื่นผิด
แต่ฉันเองไม่เคยรู้จักคำว่า “พอ”
ฉันคิดเสมอว่า
“ถ้าฉันทำได้ ฉันก็ควรทำ”
⸻
จนวันหนึ่ง ฉันเริ่มทำงานแล้วไม่มีความสุข
ฉันเคยรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่หัวหน้ามอบหมายงานใหม่ เพราะฉันอยากเรียนรู้และอยากเห็นผลงานของตัวเอง
แต่ในที่ทำงานจริง ฉันกลับต้องเจอกับคำพูดจากคนรอบตัว การเมืองในองค์กร และการถูกเปรียบเทียบ
ตอนเข้าทำงานใหม่ ๆ ฉันยังทำหลายอย่างได้ไม่ดี เพราะแต่ละองค์กรมีระบบและวัฒนธรรมต่างกัน
แต่ฉันกลับเคยได้ยินคำพูดว่า
“ไม่เห็นจะเก่งเลย”
ทั้งที่ตอนนั้นฉันเพิ่งทำงานได้ประมาณหนึ่งเดือน
คำพูดเหล่านี้ทำให้ฉันเริ่มสงสัยตัวเอง
แต่แทนที่จะพัก ฉันกลับพยายามทำให้มากขึ้น
เพราะฉันคิดว่า
“เดี๋ยวฉันก็ทำได้”
⸻
ปัญหาคือ ฉัน “เลิกงาน” ไม่เป็น
ถ้างานไม่เสร็จตามแผนที่ฉันกำหนด ฉันจะเครียด
ฉันนอนไม่หลับ
สมองคิดแต่งาน
รู้สึกว่า Performance ตัวเองตก
และรู้สึกกระวนกระวายใจเวลาพัก
ฉันไม่ได้กลัวแค่งานไม่เสร็จ
แต่กลัวงานไม่ Perfect
กลัวงานพัง
กลัวทำผิด
กลัวว่าถ้าผิดแล้วจะแก้ไม่ทัน
ดังนั้นในหัวของฉัน
“งานยังไม่เสร็จ” = “ฉันยังดีไม่พอ”
และนั่นคือความคิดที่ค่อย ๆ ทำร้ายฉัน
⸻
จนมันไม่ได้เป็นแค่เรื่องงานอีกต่อไป
ฉันมีปัญหาครอบครัวที่สะสมมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว
เมื่อปัญหาครอบครัวหนักขึ้น พร้อมกับความเครียดจากงานและคนรอบตัว ทุกอย่างจึงเริ่มทับซ้อนกัน
ฉันร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ
นอนไม่หลับ
และในช่วงที่อาการหนักมาก ฉันเคยทำร้ายตัวเอง และมีความคิดว่าไม่อยากอยู่บนโลกนี้
ตอนนั้นฉันคิดว่า
“วันนี้ก็เจอปัญหา พรุ่งนี้ตื่นมาก็เจอปัญหาอีก แล้วฉันจะต้องอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?”
วันนั้นฉันถึงได้รู้ว่า
ฉันไม่ได้แค่ทำงานหนักแล้ว
ฉันกำลังสูญเสียสุขภาพจิตไปกับการพยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ
⸻
วันนี้ฉันกำลังเรียนรู้ว่า “งานค้าง” ไม่ได้แปลว่า “ฉันล้มเหลว”
ฉันกำลังฝึกตัวเองใหม่ว่า
งานบางอย่างสามารถรอวันพรุ่งนี้ได้
การพักไม่ได้แปลว่าขี้เกียจ
การทำงานได้ไม่ครบทุกอย่างในหนึ่งวัน ไม่ได้แปลว่าเราไม่มี Performance
และการส่งงานที่ “ดีพอ” บางครั้งก็เพียงพอแล้ว
การ Cut-off งานไม่ใช่การหนีความรับผิดชอบ
มันคือการรู้ว่า
“เวลางานจบได้ แม้งานจะยังไม่จบ”
ฉันเคยคิดว่า
“ฉันทำได้ทุกอย่าง”
แต่วันนี้ฉันอยากบอกตัวเองว่า
“ฉันไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่าง”
เพราะสุดท้ายแล้ว
เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานให้เสร็จทุกอย่าง
เราเกิดมาเพื่อมีชีวิตด้วย
บทความนี้เขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวของฉัน เพื่อแบ่งปันและชวนให้คนที่กำลังเผชิญสิ่งคล้ายกันลองหันกลับมาสังเกตตัวเอง ไม่ได้มีเจตนาใช้แทนคำแนะนำหรือการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
#พัฒนาตัวเอง #ชีวิตการทำงาน #สุขภาพจิต #WorkLifeBalance #Burnout #Perfectionism #มนุษย์เงินเดือน #บทเรียนชีวิต
สุขภาพ
จิตใจ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย