•
28 ก.ย. เวลา 07:13 • หุ้น & เศรษฐกิจ

วิธีตรวจสอบ “บ้าน-รถ” เคลมประกันน้ำท่วม ต้องทำอะไรบ้าง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมประสานบริษัทประกันภัยเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายของประชาชน โดยขอให้ผู้เอาประกันภัยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายจนสามารถเข้าสำรวจพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ให้ตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์และเก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน เพื่อรักษาสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
วิธีตรวจสอบ “บ้าน-รถ” เคลมประกันน้ำท่วม ต้องทำอะไรบ้าง
สำหรับประชาชนที่บ้านหรือรถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม คปภ. แนะนำ 4 ขั้นตอนสำคัญก่อนเคลมประกัน
1. ตรวจสอบกรมธรรม์ว่าคุ้มน้ำท่วมหรือไม่
เช็กก่อนว่ากรมธรรม์ที่มีอยู่ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่ รวมถึงวงเงินและเงื่อนไขความคุ้มครอง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่าน LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้” ในเมนู “กรมธรรม์ของฉัน (My Policy)”
สำหรับรถยนต์ ประกันภัยประเภท 1 คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติมหรือไม่ ขณะที่ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ควรตรวจสอบว่าระบุความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติไว้หรือไม่
2. เก็บหลักฐานความเสียหายให้ละเอียด
ถ่ายภาพหรือวิดีโอทั้งภาพรวมและจุดที่เสียหาย โดยบ้านควรถ่ายให้เห็นโครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย ส่วนรถยนต์ควรถ่ายทั้งภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง รวมถึงระดับน้ำและคราบน้ำ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเคลม
3. รีบแจ้งบริษัทประกันภัย
เมื่อสามารถดำเนินการได้ ให้แจ้งเหตุแก่บริษัทประกันภัยโดยเร็ว พร้อมเตรียมเลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ และรายละเอียดความเสียหาย จากนั้นเก็บ เลขที่เคลม (Claim No.) ไว้เพื่อติดตามสถานะ
4. เตรียมเอกสารสำหรับเคลม
เอกสารที่อาจต้องใช้ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน ภาพถ่ายความเสียหาย สำเนาทะเบียนรถ สำเนาทะเบียนบ้านหรือโฉนดที่ดิน รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ตามที่บริษัทประกันภัยร้องขอ
รถจมน้ำ เคลมได้แค่ไหน?
คปภ. ยังมีแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยแบ่งความเสียหายออกเป็น 5 ระดับ
  • ●
    ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถ ค่าซ่อมประมาณ 8,000–10,000 บาท
  • ●
    ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ค่าซ่อมประมาณ 15,000–20,000 บาท
  • ●
    ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 25,000–30,000 บาท
  • ●
    ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
  • ●
    ระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน บริษัทประกันภัยจะพิจารณาตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ หากเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง หรือ Total Loss จะชดใช้ค่าสินไหมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
ขณะเดียวกัน ในวันพรุงนี้ (วันที่ 28 กันยายน 2569) คปภ. เตรียมประชุมบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งการสำรวจข้อมูลกรมธรรม์ในพื้นที่ประสบภัย การจัดเตรียมรถยกและรถลากสำหรับเคลื่อนย้ายรถที่เสียหาย การกำหนดกรอบเวลาพิจารณาและจ่ายค่าสินไหม รวมถึงพิจารณามาตรการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
หากมีข้อสงสัยเรื่องสิทธิประโยชน์ การเคลมประกัน หรือเงื่อนไขกรมธรรม์ สามารถสอบถาม สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com/wealth
และช่องทาง Social Media
โฆษณา