Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
กุ้ยหลิน
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 09:36 • ประวัติศาสตร์
ความฝันในหอแดง 136 เรือนหอหลังใหม่
ทางด้านเจี่ยหยงเห็นเจี่ยเหลียนพาหวีลู่ไปเอาเงินแล้ว ตนเองไม่มีอะไรทำ ก็เข้าบ้านไปหยอกเย้าสองน้าสักพัก แล้วลากลับ มาถึงวัดลูกกรงเหล็กตอนเย็น เข้าพบเจี่ยเจินแล้วรายงานว่า
“เงินมอบให้หวีลู่เรียบร้อยแล้ว อาการของเหล่าไท่ไท่หายดี ตอนนี้ไม่ต้องใช้ยาแล้ว”
รายงานจบ ก็ถือโอกาสเล่าเรื่องที่เจี่ยเหลียนบอกตนระหว่างทางว่าอยากแต่งนางอิ๋วเอ้อเจี่ยเป็นบ้านเล็ก แล้วซื้อบ้านไว้อยู่นอกจวน เพื่อปิดความไม่ให้พี่เฟิ่งรู้
“ทั้งนี้ก็เพราะพี่เฟิ่งไม่อาจให้บุตรสืบสกุลเป็นสำคัญ ท่านอากับน้าหญิงรองเคยพบหน้ากันแล้ว นับเป็นญาติเชื่อมญาติ ดีกว่าไปแต่งกับคนที่ไม่รู้จัก อารองจึงขอให้ข้ามาช่วยพูดกับท่านพ่อ”
เจี่ยหยงเล่าหน้าตาเฉย ไม่เผยเจตนาที่แท้จริงของตน
เจี่ยเจินตรองดูแล้วยิ้มว่า “อันที่จริงก็ดีอยู่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าน้ารองของเจ้าจะเต็มใจหรือไม่ พรุ่งนี้เจ้ากลับไปปรึกษาท่านยาย ให้ท่านยายถามความสมัครใจของน้ารองแล้วค่อยว่ากัน”
แล้วสอนเจี่ยหยงว่าควรพูดอย่างไรไปสองสามประโยค
เจี่ยเจินเดินมาบอกนางอิ๋วสื้อ นางอิ๋วสื้อรู้แก่ใจว่าไม่เหมาะไม่ควรจึงคัดค้าน แต่เจี่ยเจินยืนกรานความคิดตน นางอิ๋วสื้อปกติก็คล้อยตามอยู่แล้ว บวกกับว่านางกับเอ้อเจี่ยเอ๋อ 二姐儿 ก็เป็นพี่น้องคนละแม่ ไม่สะดวกจะก้าวก่ายนัก จึงสุดแล้วแต่พวกเขาจะก่อเรื่องเอา
เช้าวันรุ่งขึ้น เจี่ยหยงกลับเข้าเมืองมาหาท่านยาย นำเจตนารมณ์ของท่านพ่อมาบอก แล้วแต่งเติมส่วนของตนแถมไปว่า เจี่ยเหลียนเป็นคนดีอย่างไร ขณะนี้พี่เฟิ่งป่วยรักษาไม่หาย จึงซื้อบ้านอยู่กันนอกจวนชั่วคราวสักปีสองปี กระทั่งพี่เฟิ่งเสียแล้ว ค่อยรับตัวเข้าไปเป็นเมียเอก ท่านพ่อเห็นด้วยกับการจับคู่นี้ เจี่ยเหลียนยังจะ “รับท่านยายไปเลี้ยงดู แล้วต่อไปจะช่วยหาคู่ครองให้น้าหญิงสามด้วย”
เจี่ยหยงโอ้อวดจนบุปผาสวรรค์โปรยปราย 天花乱坠 ท่านยายเคลิ้มตาม ทุกวันนี้ก็อาศัยความช่วยเหลือของเจี่ยเจินอยู่แล้ว พอเจี่ยเจินออกหน้าจัดการกระทั่งเรื่องสินสอด เจี่ยเหลียนก็ยังหนุ่มฐานะเหนือกว่าบ้านจางนับสิบเท่า จึงรีบมาหารือกับเอ้อเจี่ยเอ๋อ เอ้อเจี่ยเอ๋อเป็นสตรีที่ปรวนแปรเหมือนกระแสน้ำ 水性的人 กับพี่เขยก็มีเรื่องผิดศีลธรรมกันอยู่แล้ว ทั้งยังคับแค้นใจที่ถูกจับหมั้นหมายกับบ้านจาง พอเจี่ยเหลียนมีใจให้ก็ไม่ปฏิเสธ พยักหน้าตอบตกลง แม่เฒ่าอิ๋วรีบมาแจ้งข่าวดีแก่เจี่ยหยง เจี่ยหยงรีบกลับวัดนำความมาแจ้งบิดา
วันรุ่งขึ้น เจี่ยเจินให้คนไปเชิญเจี่ยเหลียนมาที่วัดแล้วบอกข่าวดีที่แม่เฒ่าอิ๋วตอบตกลง เจี่ยเหลียนดีใจจนออกนอกหน้า ขอบคุณเจี่ยเจิน เจี่ยหยงไม่ขาดปาก จากนั้นก็หารือกันเรื่องหาซื้อบ้าน เครื่องประดับเป็นสินสอดให้เอ้อเจี่ย ตลอดจนหาเครื่องเรือนเข้าบ้านใหม่ ไม่กี่วัน ทุกอย่างก็จัดการเรียบร้อย เรือนหอหลังใหม่มียี่สิบกว่าห้องอยู่ในซอยกิ่งผกาน้อย 小花枝巷 (เสี่ยวฮวาจือเสี้ยง) ระยะทางราวสองลี้จากถนนสายหลังจวนหนิงหยง
เจี่ยเหลียนคิดจะหาคนใช้ใหม่ให้สองคน จะโยกย้ายคนในจวนก็ไม่ได้ ด้วยพี่เฟิ่งเป็นผู้ดูแลจ่ายเงินเดือน จะหาจากข้างนอกก็ไม่ค่อยไว้ใจ เกรงความจะแพร่งพราย
พลันนึกถึงเป้าเอ้อ 鲍二 เจี่ยเหลียนเคยลอบเล่นชู้กับเมียเป้าเอ้อแล้วถูกพี่เฟิ่งจับได้อาละวาดแทบบ้านแตก เมียเป้าเอ้ออับอายจนแขวนคอตาย เจี่ยเหลียนจ่ายเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้เป้าเอ้อไปหาเมียใหม่ เป้าเอ้อสองผัวเมียตอนนี้ย้ายไปอยู่นอกจวน เจี่ยเหลียนนึกขึ้นได้จึงตามทั้งสองมาอยู่เรือนหอใหม่ เตรียมไว้คอยรับใช้เอ้อเจี่ยเอ๋อ เป้าเอ้อสองผัวเมียบุญหล่นทับ 巧宗儿 โดยบังเอิญ มีหรือจะทิ้งโอกาส
กล่าวถึงจางหัว 张华 ปู่เป็นนายบ้านนาส่วนพระองค์ 皇粮庄头 พอเสียไป บิดารับช่วงต่อ คบหาเป็นเพื่อนสนิทกับสามีเก่าของแม่เฒ่าอิ๋ว จนถึงกับหมั้นหมายจางหัวกับเอ้อเจี่ยไว้ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ 指腹为婚 ต่อมาบ้านจางต้องคดีความจนบ้านแตกสาแหรกขาด จะหาเงินที่ไหนมาแต่งสะใภ้ แม่เฒ่าอิ๋วก็แต่งงานใหม่หลังจากสามีเก่าเสียไป ทั้งสองฝ่ายจึงไม่ได้ติดต่อกันนับสิบปี
เจี่ยเจินส่งคนไปตามตัวจางหัว 张华 พ่อลูกมา ขอให้ถอนหมั้นเอ้อเจี่ย จางหัวแม้จะไม่ยินยอมแต่กลัวอิทธิพลของเจี่ยเจินจึงยอมเขียนหนังสือถอนหมั้น รับเงินจากแม่เฒ่าอิ๋วไปยี่สิบตำลึงเงิน
หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย เจี่ยเหลียนหาฤกษ์ดี ได้วันที่สามดิถีเหลืองมงคล 黄道吉日初三 เป็นวันแต่งนางเอ้อเจี่ยเข้าเรือนหอ
(จบบทที่หกสิบสี่)
ถึงวันที่สอง แม่เฒ่าอิ๋วกับซานเจี่ยเอ๋อ 三姐儿 ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ก่อน แม่เฒ่าอิ๋วสำรวจเรือนดูแล้ว แม้จะไม่หรูหราดังลมปากของเจี่ยเหลียน แต่ก็ครบครันสมดังใจ เป้าเอ้อสองผัวเมียดังกระถางไฟให้ความอบอุ่น 如一盆火 ตามรับใช้แม่เฒ่าอิ๋ว คำก็เรียกท่านยาย คำก็ขานเหล่าไท่ไท่ กับซานเจี่ยก็เช่นกัน ไม่เรียกน้าสาม ก็เรียกน้าหญิง
ยามห้าเช้าวันถัดมา เอ้อเจี่ยขึ้นเกี้ยวเรียบง่ายคันหนึ่งมายังเรือนหอใหม่ ธูปเทียนเครื่องกระดาษ โต๊ะอาหารล้วนจัดเตรียมพร้อมสรรพ พอเจี่ยเหลียนในชุดปกติธรรมดาขึ้นเกี้ยวมาถึง ทั้งสองก็กราบไหว้ฟ้าดิน เผาเครื่องกระดาษ แม่เฒ่าอิ๋วเห็นเอ้อเจี่ยในชุดและเครื่องประดับใหม่ไฉไลกว่าที่เคยเห็นอยู่กับบ้านก็พึงใจ ส่งตัวเข้าห้องหอ เย็นวันนั้น เจี่ยเหลียนกับเอ้อเจี่ยต่างกลมเกลียวรักใคร่สุขสมอารมณ์หมายมิจำต้องบรรยาย
สำหรับเจี่ยเหลียนแล้ว เอ้อเจี่ยยิ่งดูยิ่งงาม ยิ่งมองยิ่งรัก จนไม่รู้จะเทิดทูนเยี่ยงไร กระทั่งสั่งเป้าเอ้อสองผัวเมียว่าไม่ต้องต่อสร้อยเรียกว่าคุณนายรอง คุณนายสาม ให้เรียกว่า “คุณนาย 奶奶” เท่านั้นพอ เจี่ยเหลียนเองก็เรียกเพียง “คุณนาย 奶奶” เช่นกัน เหมือนดังว่าพี่เฟิ่งไม่มีตัวตน
ถึงเวลาต้องกลับบ้าน ก็อ้างว่าอยู่ช่วยงานที่จวนตะวันออก พี่เฟิ่งรู้ว่าปกติเจี่ยเหลียนสนิทกับเจี่ยเจิน คงมีเรื่องหารือกันจึงไม่สงสัย พวกบ่าวไพร่ในบ้านก็ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ส่วนพวกที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ก็เห็นเป็นโอกาสไปหาประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ กับเจี่ยเหลียน แทนที่จะแพร่งพราย ดังนั้น เจี่ยเหลียนจึงเห็นว่าเจี่ยเจินมีพระคุณต่อตนอย่างยิ่งในภารกิจลับนี้
แต่ละเดือน เจี่ยเหลียนให้เงินเอ้อเจี่ยเป็นค่าใช้จ่ายสิบห้าตำลึง เวลาเจี่ยเหลียนไม่มา พวกเอ้อเจี่ยสามแม่ลูกจะกินอาหารด้วยกัน หากเจี่ยเหลียนมา สองสามีภรรยาจะกินด้วยกัน แม่ลูกสองคนแยกไปกินในห้อง เจี่ยเหลียนนำเงินเก็บส่วนตัวทั้งสิ้นมอบให้เอ้อเจี่ยเก็บรักษา นำเรื่องวิธีเล่นงานคนของพี่เฟิ่ง เล่าให้ฟังข้างหมอน เตือนให้ระวังตัวไว้ รอพี่เฟิ่งตายวันใด จะรับนางเข้าจวน เอ้อเจี่ยได้ฟังก็ตั้งใจรอ ระหว่างนี้ทั้งบ้านรวมบ่าวอยู่กันราวสิบคน ก็ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย
สองเดือนผ่านไป งานบำเพ็ญบุญที่วัดลูกกรงเหล็กเสร็จสิ้นลง เจี่ยเจินเดินทางกลับบ้านในตอนเย็น คิดถึงน้องสะใภ้ทั้งสอง ไม่ได้พบหน้ากันนาน จึงตั้งใจไปเยี่ยมตีท้ายครัว เจี่ยเจินให้บ่าวสองคนไปดูลาดเลาว่าเจี่ยเหลียนอยู่บ้านหรือไม่ บ่าวกลับมาบอกว่าไม่อยู่ เจี่ยเจินแอบดีใจ สั่งให้ผู้ติดตามทั้งหมดกลับจวนไปก่อน เหลือเพียงเด็กคู่ใจสองคนคอยจูงม้า มาถึงเรือนน้อยหลังใหม่ในเวลาตามตะเกียง เจี่ยเจินเข้าบ้านมาเงียบ ๆ บ่าวนำม้าไปผูกที่คอก แล้วไปรอเรียกหาที่เรือนคนใช้
เจี่ยเจินเดินเข้ามา ในห้องเพิ่งจุดตะเกียง เห็นแม่เฒ่าอิ๋วกับซานเจี่ยจึงคารวะทักทาย เอ้อเจี่ยออกจากห้องในมาพบ เจี่ยเจินพอเห็นเอ้อเจี่ย ก็ยิ้มหน้าบาน นั่งลงดื่มชายิ้มว่า
“ที่ข้าเป็นพ่อสื่อให้เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าพลาดไป เที่ยวส่องโคมหาก็คงหาไม่พบ อีกไม่กี่วัน พี่สาวเจ้า (นางอิ๋วสื้อ) เตรียมของขวัญจะมาเยี่ยมพวกเจ้า”
เอ้อเจี่ยเอ๋อสั่งคนให้เตรียมสุราอาหาร และปิดประตูบ้าน ล้วนคนกันเอง ไม่ต้องห้ามอันใด
เป้าเอ้อเข้ามาคารวะ เจี่ยเจินว่า “เจ้าเป็นคนรู้ผิดชอบชั่วดี นายรองจึงให้เจ้ามารับใช้ วันหน้าย่อมมีงานสำคัญให้เจ้าทำ อยู่ข้างนอกเจ้าอย่าได้เอาแต่ดื่มเหล้าเที่ยวหาเรื่อง ข้าย่อมมีรางวัลให้เจ้า นายรองของเจ้ามีงานมาก หากที่นี่ขาดเหลืออันใดอาจดูแลไม่ทั่วถึง เจ้ามาบอกข้าได้ พวกเราเป็นพี่น้องกันไม่ใช่คนอื่นไกล”
เป้าเอ้อรู้ความหมาย รับคำว่า “ผู้น้อยเข้าใจดี ผู้น้อยจักทุ่มเทสุดกำลัง เว้นแต่ผู้น้อยไม่ต้องการหัวบนบ่านี้แล้ว”
เจี่ยเจินผงกหัวว่า “เจ้ารู้ก็ดีแล้ว”
เป้าเอ้อกลับออกไป ในห้องทั้งสี่คนจึงร่วมดื่มด้วยกัน
เอ้อเจี่ยเกรงว่าสักพักเจี่ยเหลียนกลับมาเห็นเข้าจะไม่งามสำหรับตน ดื่มได้สองจอกก็ขอตัวกลับออกมา เหลือแม่เฒ่าอิ๋วกับซานเจี่ยอยู่ร่วมดื่มเป็นเพื่อน ซานเจี่ยกับเจี่ยเจินแม้ปกติเคยเกี้ยวพาราสีหยอกล้อกัน แต่ไม่ได้ปล่อยตัวเหมือนกับพี่สาว ดังนั้น เจี่ยเจินแม้น้ำลายสอ แต่ก็ไม่กล้าผลีผลาม เกรงหาเรื่องใส่ตัว อีกอย่างผู้เป็นแม่ก็ยังนั่งอยู่ข้าง ๆ
บ่าวสองคนของเจี่ยเจินมาดื่มเหล้ากับเป้าเอ้ออยู่ในห้องครัว เมียเป้าเอ้อเฝ้าเตาอยู่ พลันเห็นสาวใช้สองนางเดินเข้ามายิ้มเยาะ แล้วขอเหล้าดื่ม
เป้าเอ้อตำหนิว่า “พี่สาวทั้งสองไม่อยู่คอยรับใช้ แอบหนีออกมา พวกเขาเรียกใช้แล้วไม่มีใคร จะเป็นเรื่อง”
เมียเป้าเอ้อด่าเป้าเอ้อว่า “คนไม่เอาไหนสำลักเหล้าจนเลอะเทอะใหญ่แล้ว ดื่มน้ำเมาของเจ้าไปเฉย ๆ เมาแล้วเอาขี้เลื่อยในหัวนอนพร้อมศพไปด้วย เรียกใช้ไม่เรียกใช้เกี่ยวอะไรกับเจ้า มีอะไรข้ารับผิดชอบเอง ฝนจะตกแดดจะออกก็ไม่รดหัวเจ้า”
เป้าเอ้อเป็นคนเกรงใจเมีย ได้งานนี้ก็เพราะเมีย ยิ่งมาอยู่ที่นี่ เมียยิ่งขยันขันแข็งเอาใจเอ้อเจี่ย เป้าเอ้อขอเพียงมีเงินกินเหล้าอย่างอื่นไม่สนใจ เมียว่าอย่างไรก็อย่างนั้น จึงนั่งกินเหล้าต่อไปจนเมาแล้วไปเข้านอน ปล่อยให้เมียดื่มเป็นเพื่อนสาวใช้ กับบ่าวของเจี่ยเจิน อยู่ต่อหน้าเจี่ยเจินจะได้พูดถึงตนในทางที่ดี
ขณะดื่มกันจนกรึ่ม ได้ยินเสียงเคาะประตู เมียเป้าเอ้อรีบมาเปิด เห็นเจี่ยเหลียนลงม้ามาถามว่าที่บ้านเกิดอะไรขึ้น เมียเป้าเอ้อลดเสียงลงบอกว่า
“นายใหญ่มาอยู่ที่ลานตะวันตก”
เจี่ยเหลียนรับรู้แล้วตรงไปยังห้องนอนของตน อิ๋วเอ้อเจี่ยเห็นเจี่ยเหลียนกลับมาก็มีทีท่ากระอักกระอ่วน แต่เจี่ยเหลียนทำเป็นทองไม่รู้ร้อน สั่งคนว่า
“เอาเหล้ามา เรามาดื่มกันสองจอกก่อนเข้านอน วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว”
เอ้อเจี่ยยิ้มแล้วรีบเข้ามาช่วยถอดเสื้อและรินน้ำชาให้ ถามนั่นถามนี่ เจี่ยเหลียนสุขจนจั๊กจี้ใจ
สักพักเมียเป้าเอ้อยกสุราเข้ามาให้ ทั้งสองร่วมดื่ม สองสาวใช้เข้ามาคอยรับใช้อยู่ในห้อง
หลงเอ๋อ 隆儿 เด็กรับใช้คนสนิทของเจี่ยเหลียนนำม้าไปผูก เห็นในคอกมีม้าอีกตัว รู้ว่าเป็นม้าของเจี่ยเจินก็พอจะคาดเดาอะไรได้บ้าง พอเข้ามาในห้องครัวก็เห็น สี่เอ๋อ 喜儿 โส้วเอ๋อ 寿儿 บ่าวทั้งสองของเจี่ยเจินยิ้มทักมาว่า
“เจ้ามาพอดี พวกเราตามเจ้านายไม่ทันกลัวติดเวลาห้าม 犯夜 (เคอร์ฟิว) จึงมาอาศัยค้างคืนที่นี่”
หลงเอ๋อยิ้มตอบว่า “นายรองสั่งให้ข้านำเงินเดือนมาให้คุณนาย วันนี้ก็ไม่กลับเหมือนกัน”
เมียเป้าเอ้อว่า “ที่นี่มีเตียง พวกเจ้าไม่ไปเข้านอนเสีย”
สี่เอ๋อว่า “พวกเราดื่มมากแล้ว เจ้าก็ดื่มสักจอก”
หลงเอ๋อนั่งลง เพิ่งยกจอกเหล้า พลันได้ยินเสียงม้าอึกทึกในคอก ม้าสองตัวอยู่ในคอกเดียวกัน เกิดไม่ยอมกันไล่เตะกันขึ้นมา พวกหลงเอ๋อทั้งสามจำต้องวางจอก รีบออกไปห้ามมวยม้า แยกผูกใหม่คนละฟากแล้วกลับเข้ามา
เมียเป้าเอ้อยิ้มว่า “พวกหนุ่ม ๆ เข้านอนได้แล้ว ข้าชงชาเอาไว้ให้ ข้าไปนอนก่อนละ”
ทั้งสามพยายามรั้งนางไว้ คนนี้จูบปากคนนั้นคลำอก วุ่นวายอยู่พักใหญ่ จึงยอมปล่อยนางไปเข้านอน สี่เอ๋อดื่มต่อได้ไม่กี่จอกก็ตาเหลือก หลงเอ๋อ โส้วเอ๋อไปปิดประตู พอหันกลับมา สี่เอ๋อก็นอนแผ่เต็มเตียง ทั้งคู่จึงช่วยกันเขย่าร่างว่า
“น้องชาย ลุกขึ้นมานอนดี ๆ เจ้านอนสบาย พวกเรานอนไม่ได้”
สี่เอ๋อว่า “เดี๋ยวพวกเรามาแปะแป้งทอด 贴烧饼 ให้ทั่วถึงกันสักเตา”
(แปะแป้งทอด 贴烧饼 ชายร่วมรักกับชาย)
หลงเอ๋อ โส้วเอ๋อเห็นว่าเมาแล้วจึงไม่สนใจ ดับตะเกียงแล้วเข้านอน
ตอนก่อนหน้า : เจี่ยเหลียนหาบ้านเล็ก
https://www.blockdit.com/posts/6ab4ea61df374741b9962bd8
ตอนถัดไป : อิ๋วซานเจี่ย
บันทึก
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความฝันในหอแดง
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย