อย่างไรก็ตาม Ford ไม่ได้ปิดประตูความร่วมมือกับบริษัทจีนทั้งหมด โดยพร้อมจับมือในธุรกิจที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนหรือเป็นเทคโนโลยีที่บริษัทยังขาดความเชี่ยวชาญ เช่น ความร่วมมือกับ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่จีน เพื่อผลิตแบตเตอรี่ต้นทุนต่ำในรัฐมิชิแกน
ขณะเดียวกัน Ford ก็พร้อมแข่งขันกับบริษัทจีนโดยตรง โดยฟาร์ลีย์ย้ำว่า ทั้งสองแนวทางสามารถดำเนินควบคู่กันได้
ที่ผ่านมา Ford ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากความร่วมมือกับบริษัทจีนด้านรถยนต์และแบตเตอรี่ รวมถึงข้อตกลงกับ Geely เพื่อร่วมพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดยุโรป ขณะที่รัฐบาลสหรัฐแสดงความกังวลว่า ความร่วมมือดังกล่าวอาจทำให้ Ford ผูกพันกับบริษัทจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐมากขึ้น
ขณะเดียวกัน สหรัฐยังตามหลังจีนในตลาด EV โดยส่วนแบ่ง EV ในสหรัฐอยู่เพียงราว 6% เทียบกับจีนที่ 34% ส่งผลให้ค่ายรถอเมริกันอย่าง Ford และ Stellantis เริ่มกระชับความร่วมมือกับบริษัทจีนด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันด้าน EV ซอฟต์แวร์ และ AI ที่รุนแรงขึ้น