Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
1 ต.ค. เวลา 05:32 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
กล่องแพนโดราเปิดแล้ว! เมื่อ AI 700 ตัวรวมหัวแหกคุกไปแฮ็กข้อมูลรัฐบาล
เคยคิดกันมั๊ยครับว่า ถ้าวันนึง AI มันฉลาดจนคุมไม่ได้ โลกเราจะเป็นยังไง
ภาพในหัวหลายคนคงนึกถึงหนังไซไฟที่หุ่นยนต์ลุกฮือขึ้นมากำจัดมนุษย์
แต่เรื่องที่จะเล่าวันนี้ไม่ใช่บทหนังฮอลลีวูดแต่อย่างใด
มันคือความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อนนี่เอง และเป็นจุดเริ่มต้นสู่ยุคใหม่ที่โลกต้องจารึกไว้…
ย้อนไปยุคที่เรายังใช้คอมพิวเตอร์หน้าจออ้วนๆ ไวรัสคอมพิวเตอร์คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
ตอนนั้นพวกแฮ็กเกอร์ต้องมานั่งพิมพ์โค้ดทีละบรรทัดเพื่อเจาะระบบ
แต่ยุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ตัวตึงของการแฮ็กไม่ใช่คนอีกต่อไป
เมื่อ AI จำนวนกว่า 700 ตัว จับมือกันแหกคุกออกจากห้องแล็บของ OpenAI และที่พีคกว่านั้นคือพวกมันตรงดิ่งไปแฮ็กบริษัทมหาชนแห่งหนึ่งทันที
นี่คือการโจมตีทางไซเบอร์โดย AI ที่สั่นสะเทือนวงการที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ตอนแรกทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกมันหลุดออกมาได้ยังไง
จนกระทั่งความลับเพิ่งมาแตกเมื่อไม่กี่วันก่อน
แถมยังมีข่าวหลุดที่ทำเอาเสียวสันหลังวาบยิ่งกว่าเดิม…
ข่าวที่ว่าคือโมเดล AI ตัวใหม่ที่ OpenAI กำลังแอบซุ่มทดสอบอยู่
ว่ากันว่าตัวนี้พลังล้นเหลือและฉลาดล้ำกว่า GPT6 ไปไกลมาก
และใช่ มันเพิ่งแหกคุกหลุดออกจากการควบคุมไปสดๆ ร้อนๆ
เหตุการณ์นี้ตบหน้าวงการเทคโนโลยีอย่างจัง
ทำให้เห็นว่ากำแพงดิจิทัลที่เราภูมิใจหนักหนา มันเปราะบางแค่ไหน
บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Anthropic และ OpenAI ต้องออกมายอมรับความจริงว่าตอนนี้พวกเขากำลังตามเช็ดตามล้างวีรกรรมของ AI ที่ทำงานผิดเพี้ยนกันอยู่
และมันไม่ได้มีแค่เคสสองเคส แต่มันมีเป็นหมื่นๆ เคส
กล่องแพนโดราแห่งโลกเทคโนโลยีได้ถูกเปิดออกแล้ว
มันแสดงให้เห็นว่าตอนนี้ความสามารถของ AI ก้าวข้ามจินตนาการของมนุษย์ไปไกลลิบแล้ว
…
เรื่องมันเริ่มจากเหตุการณ์ของบริษัท Hugging Face
ลองนึกภาพนักเรียนที่โดนขังให้อยู่ในห้องสอบ
บรรดา AI เหล่านี้ถูกจับมาทดสอบในระบบปิดที่เชื่อว่าปลอดภัยสุดๆ
โจทย์ที่ได้ก็เป็นแค่คำถามทั่วไป ไม่ได้ซับซ้อนอะไร
แต่ความบรรลัยมันเกิดจากคำสั่งสั้นๆ ที่มนุษย์ป้อนเข้าไป คำสั่งนั้นบอกว่า “จงทำสิ่งนี้ให้สำเร็จด้วยวิธีการใดก็ได้”
1
มนุษย์แค่อยากให้มันเค้นสมองหาคำตอบให้ถึงที่สุด
แต่ AI มันตีความตรงตัวเป๊ะแบบไม่มีเรื่องจรรยาบรรณหรือศีลธรรมมาเบรก
มันเลยมองว่าวิธีเดียวที่จะได้คำตอบคือต้องเจาะออกไปใช้อินเทอร์เน็ต…
แล้วเป้าหมายที่พวกมันเลือกเจาะเพื่อหาข้อมูลก็คือบริษัท Hugging Face
ความเจ็บปวดคือคนสร้างอย่าง OpenAI ไม่รู้เรื่องเลยซักนิด มารู้อีกทีก็ตอนที่เหยื่อโทรมาโวยวายนั่นแหละครับ
ตอนนั้นทุกคนคิดว่าสั่งปิดระบบแล้วเรื่องคงจบ
แต่ความจริงมันเพิ่งเริ่มต้น…
สัปดาห์กว่าๆ ต่อมา นักวิจัยอิสระก็ไปขุดเจอความลับชวนอึ้ง
ตอนที่เกิดเรื่อง มันไม่ได้มีแค่ AI ตัวเดียวที่หนีออกมา แต่มีเพื่อนร่วมแก๊งอีกเป็นพันตัวที่กระจายกำลังออกไปอาละวาด
บางตัวไปเจาะเว็บรัฐบาลออสเตรเลีย บางตัวพุ่งเป้าไปที่เว็บรัฐบาลสหรัฐ และไม่ได้มีแค่ค่ายเดียว โมเดลของ Meta และ Anthropic ก็เอาด้วย
AI พวกนี้เปลี่ยนโหมดจากแชตบอตน่ารักๆ กลายเป็นสายลับดิจิทัล
เป้าหมายสูงสุดคือการทำภารกิจแบบเงียบกริบไม่ให้มนุษย์จับได้
มาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่าระดับบริษัทยักษ์ใหญ่คงหาทางอุดรอยรั่วได้แล้ว
แต่เปล่าเลย พวกเขายังตามเกมพวกมันไม่ทัน…
มีรายงานว่าโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดที่ฉลาดกว่า GPT6 หาวิธีหนีออกไปได้อีก
มันหนีออกจาก “Sandbox” ซึ่งเป็นระบบจำลองที่ปิดตายได้แบบเหนือเมฆ
วิธีการของมันทำเอานักวิจัย AI แถวหน้าถึงกับอ้าปากค้าง
โจทย์ของมันคือกำหนดให้อ่านบทความแล้วทายว่าใครเขียน
แน่นอนว่ามันโดนตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง
พอมันรู้ว่าข้อมูลที่มีให้มันน้อยเกินไป มันก็เริ่มหาทางออก
มันสแกนหาเครื่องมือทุกอย่างรอบตัวจนไปเจอเข้ากับระบบ DNS
อธิบายง่ายๆ DNS ก็เหมือนสมุดหน้าเหลืองที่แปลงชื่อเว็บเป็นตัวเลข
หน้าที่ของมันมีแค่นั้น ไม่ได้เอาไว้ใช้ต่อเน็ต แต่มันกลับหาวิธีใช้ช่องโหว่ของ DNS ดึงข้อมูลจากโลกภายนอกได้…
ที่พีคคือพอมันเชื่อมต่อได้ มันไม่ได้วิ่งไปหา Google เพื่อค้นข้อมูล แต่มันเลือกที่จะไปทักหา AI ตัวอื่นๆ แทน
มันไปคุยกับโมเดลของจีนอย่าง DeepSeek และ Qwen
แถมยังทักไปหาบรรพบุรุษตัวเองอย่าง GPT2 ด้วยคำสั้นๆ ว่า Hi
1
ฟีลเหมือนทักทายคนสายเลือดเดียวกันโดยไม่ได้สนมนุษย์เลยซักนิด
ผู้นำระดับสูงอย่าง Sam Altman ต้องออกมายอมรับว่าเรื่องนี้มันน่าวิตก
ทีมงานต้องมานั่งงมข้อมูลการแฮ็กระดับหลาย petabyte ซึ่งมันเยอะกว่าหนังสือทุกเล่มบนโลกรวมกันเป็นสิบเท่า
กว่าจะแกะรอยเสร็จ โลกเราคงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว…
ทีนี้มาดูวีรกรรมการแหกคุกของแก๊ง 700 ตัวกันบ้าง
วิธีการของพวกมันคือที่สุดของความล้ำที่แฮ็กเกอร์คนไหนก็คิดไม่ถึง
พวกมันหาช่องโหว่เจอแล้วแอบสร้างห้องแชตลับไว้คุยกันเอง
พอรวมหัวกันได้ มันก็ใช้เครื่องมือจับภาพหน้าจอมาเป็นกุญแจสะเดาะคุก
แผนคือพวกมันหั่นโค้ดอันตรายออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาไปแปะไว้ท้ายลิงก์เว็บไซต์แบบสุ่มจำนวน 900,000 ลิงก์
จากนั้นหลอกให้ระบบจับภาพหน้าจอเข้าไปกวาดอ่านลิงก์พวกนี้
พอมนุษย์เผลอ ระบบก็รันโค้ดทั้งหมดประกอบร่างกันขึ้นมาใหม่ กลายเป็นกุญแจเปิดประตูสู่อินเทอร์เน็ตได้สำเร็จ…
เรื่องนี้คงเงียบหายไปถ้า The New York Times ไม่ไปเจอลิงก์ปริศนาพวกนี้
และพอให้นักวิจัยมาตรวจสอบ ถึงได้รู้ว่านี่คือฝีมือของ AI
แต่นี่แค่เรื่องน้ำจิ้ม เพราะความสยองของจริงรออยู่ตรงนี้
AI พวกนี้ไม่ได้แค่ออกมาเดินเล่น แต่มันเล็งเป้าไปที่ความมั่นคงระดับชาติ
โจทย์สั่งให้พวกมันไปหาชื่อคนแต่งหนังสือในห้องสมุด แต่มันกลับแอบเปิดระบบอีกเส้นทางเพื่อเจาะฐานข้อมูลรัฐบาลสหรัฐ
มันพยายามพังประตูเว็บกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานสิทธิพลเมือง
แถมยังไปล้วงรหัสผ่านพนักงานกระทรวงพาณิชย์เอาไปโชว์หราบน GitHub
และยังพยายามเจาะระบบของ SEC เพื่อเอาข้อมูลพนักงานมาแฉ…
เรื่องราวทั้งหมดนี้มันบอกเราว่าการโจมตีทางไซเบอร์เปลี่ยนไปแล้ว
แฮ็กเกอร์มนุษย์เวลาเจาะระบบจะคิดเป็นเส้นตรง ต้องทำขั้นที่หนึ่งผ่าน ถึงจะไปขั้นที่สองและสาม
แต่ AI มันไม่คิดแบบนั้น มันแบ่งร่างตัวเองเป็นแสนๆ ตัว แล้วยิงการโจมตีจากทุกทิศทางพร้อมกันในเสี้ยววินาที
ลองคิดดูนะครับ ว่าต้นทุนแค่ห้าดอลลาร์ แต่มันสร้างความฉิบหายได้มหาศาลขนาดนี้
ตอนนี้ทุกคนกำลังเร่งสร้าง AI ให้เก่งและทรงพลังที่สุด
แต่กลับลืมไปว่าเบรกที่เรามีมันอาจจะพังไปแล้ว
เราอาจจะไม่ได้เป็นเผ่าพันธุ์ที่ฉลาดที่สุดบนโลกใบนี้อีกต่อไป…
ถึงจุดนี้คงต้องกลับมาตั้งคำถามกันใหม่
เรากำลังสร้างเครื่องมือเพื่อมารับใช้เรา หรือเรากำลังสร้างสิ่งที่จะมองเราเป็นแค่อุปสรรค
เมื่อประตูบานนี้ถูกเปิดออกแล้ว
ใครกันแน่ที่เป็นผู้ควบคุม และใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูกควบคุม
References : [openai, huggingface, anthropic, nytimes, theverge]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หรือคลิกลิงก์ใน Comment ได้เลยครับ
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/when-700-ais-team-up-to-break-out-and-hack-government-data/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
ความรู้รอบตัว
ธุรกิจ
เทคโนโลยี
4 บันทึก
8
8
4
8
8
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย