3 ต.ค. เวลา 16:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ทรัมป์บีบฝรั่งเศส-เยอรมนี ปล่อย ‘ดีเซลสำรอง’ ด่วน! ถ้าไม่ทำตาม เจอแบนส่งออก

ท่ามกลางราคาดีเซลในสหรัฐที่พุ่ง “ทำสถิติสูงสุด” เป็นประวัติการณ์ รัฐบาลทรัมป์ “กดดันหนัก” ไปยังเยอรมนีและฝรั่งเศส ให้ “เร่งระบายน้ำมันดีเซลออกจากคลังสำรองฉุกเฉิน” หวังเพิ่มอุปทานและฉุดราคาพลังงานโลกลง พร้อมยื่นคำขาดว่า หากยุโรปไม่ขยับ สหรัฐอาจงัดมาตรการ “แบนส่งออกดีเซล” มาใช้
แหล่งข่าวในยุโรประบุกับรอยเตอร์สว่า สหรัฐเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ระบายน้ำมันดีเซลสำรองรวม 120 ล้านบาร์เรลภายในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ยุโรปกำลังเผชิญโจทย์ยาก เพราะต้องเลือกระหว่างการนำสต็อกออกมาช่วยลดราคาพลังงานในระยะสั้น กับการรักษาปริมาณสำรองไว้รับมือ หากวิกฤติพลังงานรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะหากสหรัฐและอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้
ฝั่งวอชิงตันแสดงความไม่พอใจต่อเยอรมนีและฝรั่งเศสเป็นพิเศษ โดยมองว่าทั้งสองประเทศยังดำเนินการไม่เต็มที่ตามคำมั่นก่อนหน้านี้ในการระบายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำรอง
ขณะที่สหรัฐระบุว่าได้ดำเนินการตามข้อตกลงของสมาชิกสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ด้วยการปล่อยน้ำมันสำรองแล้ว 172 ล้านบาร์เรล
“อเมริกากำลังทำในส่วนของตัวเอง” สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุผ่าน X พร้อมเสริมว่า “เราคาดหวังให้พันธมิตรของเราเปลี่ยนคำมั่นให้เป็น ‘การลงมือทำ’ เช่นกัน”
แรงกดดันดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเชื้อเพลิงโลกเผชิญภาวะตึงตัวจากหลายด้าน ทั้งสงครามอิหร่านที่กระทบแหล่งพลังงานสำคัญของโลก รัสเซียที่ขยายมาตรการห้ามส่งออกดีเซลจนถึงสิ้นเดือน ต.ค. หลังโรงกลั่นหลายแห่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีของยูเครน รวมถึงโรงกลั่นจีนที่ระงับการส่งออกเชื้อเพลิงในเดือน ต.ค.เพื่อเพิ่มสต็อกภายในประเทศ
สถานการณ์ยิ่งสร้างแรงกดดันต่อยุโรป ซึ่งพึ่งพาเชื้อเพลิงจากสหรัฐมากขึ้น หลัง EU ห้ามนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบอุปทานจากภูมิภาคดังกล่าว
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
โฆษณา