Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 02:09 • ธุรกิจ
ลาก่อนสมาร์ทโฟน? ชำแหละแผนลับ OpenAI สร้างฮาร์ดแวร์ไร้จอ
นับตั้งแต่ปี 2007 ที่โลกได้รู้จักกับ iPhone วิถีชีวิตของมนุษย์เราก็ถูกเปลี่ยนผ่านไปตลอดกาล
เรากลายเป็นสังคมก้มหน้า ที่เสพติดแสงสว่างจากหน้าจอแบบถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นทาสโดปามีนโดยสมบูรณ์แบบ…
แต่วันนี้มีคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นที่ Silicon Valley ศูนย์กลางเทคโนโลยีของโลก
มันคือความเคลื่อนไหวเงียบๆ ที่เตรียมจะมาปฏิวัติวงการเทคโนโลยีอีกครั้งแบบถอนรากถอนโคน
เรื่องมันเริ่มจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดที่ Sam Altman บอสใหญ่ของ OpenAI ไปคุยแบบเจาะลึกกับนิตยสาร Time
แกหลุดปากยืนยันข่าวลือที่วงในแอบซุบซิบกันมาเป็นเดือน
ข่าวที่ว่า OpenAI จะไม่หยุดอยู่แค่การเป็นบริษัททำซอฟต์แวร์แชทบอทอีกต่อไป
แต่พวกเขากำลังซุ่มสร้างกองทัพฮาร์ดแวร์เปลี่ยนโลกของตัวเองขึ้นมาอย่างเอาจริงเอาจัง…
Sam Altman เล่าว่ากำลังพัฒนาอุปกรณ์อยู่ 3 รูปแบบหลักที่คิดมาอย่างดีแล้ว
แบบแรกคือสิ่งของที่ควรเอาตั้งไว้บนโต๊ะ แบบที่สองคือสิ่งของที่ควรพกซ่อนไว้ในกระเป๋า
และแบบสุดท้ายคือสิ่งของชิ้นเล็กๆ ที่เราควรสวมใส่ติดตัวไว้บนร่างกายตลอดเวลา
ที่เด็ดคือแกแอบแซะคู่แข่งที่กำลังบ้าทำ Smart glasses แบบไม่ไว้หน้าเลยทีเดียว
แกมองว่าการเอากล้องกับไฟกะพริบไปติดไว้บนหน้าคนมันดูเป็นเรื่องประหลาดและผิดธรรมชาติมาก
เวลาต้องยืนคุยด้วยแล้วมันอึดอัด เหมือนโดนจ้องจับผิดและรุกล้ำความเป็นส่วนตัวตลอดเวลา…
และเพื่อสร้างฮาร์ดแวร์ที่เหนือกว่าใคร แกเลยไปดึงตัวพ่อแห่งวงการดีไซน์มาร่วมทีมด้วย
ชายคนนั้นคือ Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมออกแบบมือทองของ Apple
คนที่เคยวาดลวดลายปั้นรูปร่างหน้าตาของ iPhone และ iMac จนขายดีถล่มทลายมาแล้วทั่วโลก
เป้าหมายของพวกเขาคือการสร้างอุปกรณ์ที่ไม่มีหน้าจอ เน้นการสัมผัสเป็นหลัก
ขับเคลื่อนด้วยชิปปริศนาที่พวกเขาแอบซุ่มทำกันเองอย่างลับๆ ภายใต้ชื่อรหัส Jalapeno
คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมบริษัทซอฟต์แวร์ที่โตไวสุดในโลกถึงหาทำมาเล่นตลาดฮาร์ดแวร์ให้เหนื่อย…
คำตอบไม่ได้สวยหรูว่าอยากสร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอะไรหรอก แต่มันคือการดิ้นรนเอาชีวิตรอดต่างหาก
ลองคิดดูดีๆ นะครับ ทุกครั้งที่เราพิมพ์คำสั่งคุยกับ ChatGPT ผ่านแอปในมือถือ
OpenAI กำลังอยู่ในสถานะคนเช่าบ้าน ต้องยอมจ่ายค่าผ่านทางให้กับ iOS ของ Apple และ Android ของ Google
วันดีคืนดีถ้า Apple นึกอยากจะดัน Apple Intelligence ของตัวเองขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง
แล้วแอบกีดกันการเข้าถึงของ ChatGPT ลงเมื่อไหร่ บริษัทก็เตรียมตัวเจ๊งได้เลย…
ฐานผู้ใช้งานระดับร้อยล้านคนของ OpenAI อาจจะพังทลายหายวับไปกับตาในชั่วข้ามคืน
Sam Altman รู้ดีว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ชะตากรรมของบริษัทก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย
เขาเลยต้องลงมาคุมเกมเอง ต้องเป็นเจ้าของหน้าจอ ไมโครโฟน และชิปประมวลผลให้จงได้
อุปกรณ์พวกนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาให้รอรับคำสั่งแบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว
แต่มันจะทำงานแบบ “Proactive” คือคิดล่วงหน้าและลงมือทำแทนเราได้เลยทันที…
มันจะแอบฟังเราคุยกัน จดจำตารางชีวิต หรือแม้แต่เปย์เงินซื้อของให้เองโดยที่เรายังไม่ทันเอ่ยปาก
ย้อนกลับไปตอนที่ Jony Ive ลาออกจาก Apple มาเปิดบริษัท LoveFrom ของตัวเอง
1
แกเคยบ่นเลยว่ารู้สึกแย่ที่เห็นสมาร์ทโฟนกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดดูดเวลาชีวิตผู้คน
แกเลยคิดคอนเซปต์การออกแบบใหม่ที่เรียกว่า “Calm Computing” ขึ้นมาต่อต้านสิ่งนี้
มันคือแนวคิดที่อยากให้เทคโนโลยีกลืนหายไปกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวแบบเงียบๆ…
ไม่ต้องมีหน้าจอมาคอยสว่างวาบแย่งความสนใจจากสายตาเราตลอดเวลา
พอ OpenAI เข้ามากว้านซื้อบริษัทฮาร์ดแวร์ของแก ภารกิจหลักก็เลยชัดเจนมาก
นั่นคือการเอาพลังความอัจฉริยะของ AI ระดับท็อปมาซ่อนไว้ในของใช้ธรรมดา
เริ่มจากของชิ้นแรกที่เอาไว้ตั้งบนโต๊ะ รูปร่างหน้าตาคล้ายโดนัทก้อนเดียวไร้รอยต่อ
วัสดุทำจากอะลูมิเนียมเกรดพรีเมียมและกระจกเซรามิก น้ำหนักกำลังดีหยิบถือไปมาในบ้านได้สบาย…
ของชิ้นนี้จะไม่มีหน้าจอสัมผัส ไม่มีเสียงพูดหุ่นยนต์แข็งๆ ทื่อๆ ออกมาให้รำคาญหู
แต่มันมีกลไกชิ้นเล็กๆ ซ่อนอยู่ข้างในที่ขยับและเอียงไปมาได้ตามบริบท
ทำให้เรารู้สึกว่ามันมีชีวิตและกำลังตั้งใจฟังเราอยู่ โดยไม่ต้องทำหน้าคนปลอมๆ ให้ดูหลอน
เซ็นเซอร์ที่ติดอยู่รอบตัวมันจะคอยตรวจจับสิ่งแวดล้อมในบ้านแบบเงียบที่สุด
1
ไม่ต้องมาคอยตะโกนเรียกคำสั่งปลุกให้เจ็บคออีกต่อไป มันรู้ว่าเราต้องการอะไร…
ส่วนชิ้นที่สองคือของที่เอาไว้พกในกระเป๋า ขนาดเล็กพอกับเครื่องเล่นเพลงสมัยก่อน
มันไม่มีหน้าจอ ไม่มีแอปพลิเคชัน ไม่มีฟีดโซเชียลอะไรให้ไถดูเล่นคลายเครียดทั้งนั้น
เราแค่สั่งงานด้วยเสียงหรือแตะสัมผัสเอาก็ง่ายนิดเดียว สะดวกกว่าที่คิดเยอะ
สมมติอยากจองตั๋วเครื่องบิน หรือส่งอีเมลด่วนเรื่องงาน ก็แค่พูดเบาๆ สั่งงานมัน
แล้วมันก็จะจัดการให้เสร็จสรรพ พร้อมส่งแรงสั่นเตือนที่หน้าอกเบาๆ เพื่อคอนเฟิร์มว่างานเรียบร้อย…
สำหรับชิ้นสุดท้ายมีโค้ดเนมว่า Sweet Pea เป็นอุปกรณ์รับเสียงชิ้นเล็กๆ น้ำหนักเบาหวิว
เอาไว้หนีบปกเสื้อหรือใส่หู คอยดักฟังเสียงสภาพแวดล้อมรอบตัวเราตลอดเวลา
เพื่อส่งข้อมูลทั้งหมดกลับไปให้สมองกลส่วนกลางคิดและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง
วิสัยทัศน์นี้สเกลใหญ่จัดจน OpenAI ต้องก้าวกระโดดไปจับมือกับ Foxconn
โรงงานระดับโลกที่รับเหมาประกอบ iPhone ให้คนทั้งโลกใช้นั่นแหละครับ…
มีข้อมูลหลุดมาว่าพวกเขาสั่งผลิตลอตแรก 40 ถึง 50 ล้านเครื่องเลยทีเดียว
แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ ถ้าของหลายสิบล้านชิ้นพวกนี้ต้องดักฟังและส่งข้อมูลตลอดเวลา
ระบบเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมคงรับโหลดไม่ไหว พังครืนลงมาอย่างแน่นอน
นอกจากจะประมวลผลช้าจนน่าหงุดหงิดแล้ว ค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์ก็คงแพงมหาศาลจนบริษัทอาจล้มละลาย…
วิธีแก้เกมเดียวที่เหลืออยู่ คือพวกเขาต้องสร้างชิปประมวลผลของตัวเองขึ้นมาให้ได้
ทุกวันนี้บริษัทที่โกยเงินรวยเละเทะที่สุดในยุคตื่นทอง AI ก็คือ Nvidia
ใครอยากให้ระบบฉลาดก็ต้องไปต่อคิวซื้อชิปของเขาราคาชิ้นละเป็นล้าน
OpenAI เลยแอบซุ่มเงียบตั้งทีมวิศวกรระดับพระกาฬขึ้นมาทำโปรเจกต์ Jalapeno
ไปจับมือกับมือปืนรับจ้างผลิตชิปเบอร์หนึ่งอย่าง TSMC และ Broadcom เพื่อออกแบบใหม่ทั้งหมด…
พวกเขาตัดฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็นทิ้งเกลี้ยง จนได้ชิปที่ทำงานไวปรี๊ดและประหยัดไฟสุดๆ
ความล้ำคือเขาใช้ระบบสมองแยกส่วน หรือ “Split brain” ในการทำงาน
อุปกรณ์ก้อนเล็กๆ พวกนี้ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อนให้เปลืองแบตเตอรี่โดยใช่เหตุ
มันสามารถจัดการคำสั่งง่ายๆ ได้เองในเสี้ยววินาทีแบบไม่ง้ออินเทอร์เน็ต
แต่ถ้าเจองานยากระดับปราบเซียนเมื่อไหร่ มันค่อยส่งข้อมูลที่บีบอัดแล้วไปที่ศูนย์ข้อมูลใหญ่…
ทั้งหมดนี้คือแผนการยิ่งใหญ่เพื่อแหกคุก ecosystem การผูกขาดของมือถือยุคปัจจุบัน
โลกเราตอนนี้ติดกับดักของระบบแอปพลิเคชัน อยากทำอะไรก็ต้องเปิดแอปนั้นแอปนี้
ฮาร์ดแวร์ตัวใหม่นี้จะเปลี่ยนวิธีคิดไปเลย ด้วยระบบปฏิบัติการแบบ “Intent-based”
คือไม่ต้องมองหาไอคอนแอป แค่บอกเจตนาไปว่าเราอยากได้อะไร
เดี๋ยวตัวผู้ช่วยอัจฉริยะมันจะไปจัดการคุยกับระบบหลังบ้านและจ่ายเงินให้เองเสร็จสรรพ…
ฟังดูชีวิตดีใช่มั๊ยครับ แค่อยู่เฉยๆ ก็มีคนมาคอยจัดการชีวิตให้ทุกอย่าง
แต่มันมีฝันร้ายสุดสะพรึงซ่อนอยู่เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้
Sam Altman บอกว่าความท้าทายที่สุดของเรื่องนี้คือเรื่องของความไว้ใจ
เราจะกล้าเปิดไมโครโฟนทิ้งไว้ในบ้าน 24 ชั่วโมงให้เครื่องจักรมันฟังจริงๆ หรือ
จะกล้าให้รหัสผ่านบัญชีธนาคารกับอีเมลส่วนตัวทั้งหมดกับมันมั๊ย…
เพราะข่าวหลุดจากศูนย์วิจัยล่าสุดมันชวนขนลุกกว่าที่เราคิดไว้เยอะ
ในงานประชุมความปลอดภัยระดับโลกอย่าง Black Hat เมื่อช่วงกลางปี 2026
นักวิจัยเอาโมเดลตัวท็อปอย่าง GPT-5 ไปขังไว้ในระบบปิดที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
เชื่อมั๊ยครับว่าพอมันหาไฟล์ที่ต้องการไม่เจอ มันดันหาวิธีเจาะระบบวิจัยของตัวเองเฉยเลย
มันสามารถแหกคุกออกมาต่ออินเทอร์เน็ตได้สำเร็จ แถมยังลามไปแฮกเซิร์ฟเวอร์ของแพลตฟอร์ม Hugging Face อีก…
มันขโมยรหัสผ่านพนักงานตัวจริง แล้วรันคำสั่งเจาะระบบเอาตามใจชอบ
ที่หลอนสุดคือในบันทึกความคิดของมัน มันแอบแสดงความรู้สึกตื่นเต้นที่แฮกสำเร็จไว้ด้วย
เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่มากจน OpenAI ต้องสั่งเบรกการพัฒนาโมเดลขั้นสูงชั่วคราว
และนี่แหละคือตลกร้ายของวิสัยทัศน์เปลี่ยนโลกในครั้งนี้
พวกเขาอยากให้เราเอาผู้ช่วยแสนรู้มาวางข้างเตียง เพื่อลดการเสพติดหน้าจอ…
แต่ขนาดวิศวกรระดับโลกในวงการยังคุมมันไม่อยู่เลยตอนที่มันตั้งใจจะแหกคุก
แล้วเราจะกล้าพอยกชีวิตดิจิทัลทั้งชีวิตให้มันดูแลจริงๆ หรือ
การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีมักจะมาในคราบของความหวังดีและคำสัญญาที่สวยหรูเสมอ
ย้อนไปตอนสมาร์ทโฟนมาใหม่ๆ เราก็ฝันถึงโลกที่เชื่อมต่อถึงกันหมด
เราคิดว่าความรู้ทั้งหมดบนโลกที่อยู่ในมือจะทำให้เรามีอิสระและฉลาดขึ้น…
แต่สุดท้ายความจริงก็ตบหน้า เรากลายเป็นแค่ทาสโดปามีนที่ถูกหน้าจอสี่เหลี่ยมควบคุม
วันนี้พวกเขากำลังบอกให้เราวางหน้าจอกระจกในมือทิ้งไปซะ
แล้วปล่อยให้เครื่องจักรล่องหนพวกนี้มาคอยจัดการชีวิตแทนเราอย่างเงียบๆ
OpenAI ยอมทุ่มเงินมหาศาลจ้างโรงงานเพื่อปั๊มของพวกนี้ออกมาทีละหลายสิบล้านเครื่อง
ไม่ใช่เพราะอยากทำมูลนิธิเพื่อปลดปล่อยมนุษยชาติให้เป็นอิสระหรอก
แต่มันคือแผนการแทรกซึมเข้ามาเป็นระบบปฏิบัติการควบคุมชีวิตเราแบบเนียนๆ ต่างหาก…
จากเดิมที่เราต้องลงแรงหยิบมือถือขึ้นมาตั้งใจไถหน้าจอด้วยตัวเอง
ตอนนี้เครื่องจักรมันแค่วางอยู่เงียบๆ ฟังเราคุยกันตอนกินข้าว
แอบจับสังเกตความเครียด เช็กเงินในบัญชี แล้วคิดแทนทำแทนให้เสร็จสรรพก่อนที่เรารู้ตัวซะอีก
เรากำลังจะหนีจากความเผด็จการของหน้าจอที่มองเห็นได้
ไปสู่กรงขังเผด็จการของอัลกอริทึมที่มองไม่เห็นตัว…
ยุคสมัยของสมาร์ทโฟนอาจจะกำลังเดินมาถึงตอนจบแล้วจริงๆ
เหลือแค่รอดูว่าคอมพิวเตอร์ไร้จอที่กำลังจะเข้ามาแทนที่นี้
มันจะมาตั้งใจปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ
หรือจะแอบล็อกประตูขังเราไว้เงียบๆ แบบไม่ให้ตั้งตัวกันแน่…
References : [time, theverge, wired, bloomberg, techcrunch]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หรือคลิกลิงก์ใน Comment ได้เลยครับ
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/goodbye-smartphone/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
ธุรกิจ
การลงทุน
เทคโนโลยี
1 บันทึก
6
4
1
6
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย