3 ต.ค. เวลา 01:35 • ความคิดเห็น
การส่งจิต ครั้งสุดท้าย .ที่ไม่รู้ว่า จะต้องจากกัน จากกันเพียงจิต ไปดวงเดียว ไม่มีใครไปด้วย ก่อรนเที่ยงคืน แม่โทรมา บอกว่า พ่อไม่สบาย เราก็เรียบขับรถ ไปหา ..พอถึงบ้าน พ่อนอนบนเตียง สวมกางเกงตัวแพร พ่อนอนไม่พูดจาอะไร มีลุกขึ้น ไปปัสสาวะ สองสามหน จากนั้นก็นอน เราก็เฝ้าดู
มีช่วงเวลาหนึ่ง ที่ตัวพ่อ มีเหมือนเป็นพรายน้ำ สีม่วงอมแดง ผุดตามตัว คล้ายๆ แมวกระพรุนที่ผุด ลอยตามทะเล พอเห็นอย่างนี้ ใจมัน. คิดไปว่า .ถึงเวลา พ่อต้องละ จากสังขาร ก็จอให้พ่อ ทำจิต ตัดห่วงความยึดถือ ออกให้หมด ตัดญาติ ตัดบ่วงห่วงบ้านช่อง ลูกหลาน ทิ้งให้หมด ไปแต่จิดดวงดวง ก็คิดอย่างนั้น
พอประมาณตี่ สามกว่า แม่ที่นอนเฝ้า มาสะกิดว่า พ่อจะเข้าห้องน้ำ นั่งอยู่ขอบเตียง เราก็ลุกขึ้น มาโอบจะดึงพยงพ่อลุกขึ้นมา .มันเกิดเหมือนที่แปลก พ่อกลับดึงเรา ลลงไปนั่ง พับเพียบ เราโอบพ่อ อยู่ข้างหลัง ที่หัวเตียง มีพระตังอยู่ .มันรู้เสียว เหมือน ทุกอย่างมันนิ่ง เงียบ เหมือนมีภาพ . เป็นนิมิตร พ่อนั่งพับเพียบนิ่ง ตัวตรง เหมือนหุ่น ค่อยโค่นเอียงลง ด้านข้าง .ก็เป็นภาพ เราเข้าไปจับ หุ่นนั้นพยุงให้ตั้งตรง
.พอรู้สึกตัวอีกที เห็นพ่อ เหมือนพนมขึ้นวางมือลงที่หัวเข่าสองข้าง .ตัวยังนิ่ง ตั้งตรง คอก็ไม่ตก เหมือนถูกจับสต๊าฟ .เหมือนทุกอย่างเงียบ หยุดนิ่ง ไปครู่หนึ่ง .แล้วแม่ก็จับมือพ่อขึ้น ยกขึ้น มือก็ตกลงที่หัวเข่า เหมือนไม่มีแรง. แม่ก็ร้องไห้ .เอ้า..ไปแล้วหรือๆ เราที่กอดโอบพ่ออยู่ ก็ชะโงก หน้าจากดูหน้าพ่อ ศีรษะยังตั้งตรง อ้าปาก
. เราก็รีบ ตรวจสอบ ที่ว่า เวลาธาตุไฟแคก ก็มีปัสสาวะ ออกมา . เราตรวจ เอ้า มี.จริงด้วย . แม่ลุกออกไป เหลือเรากับพ่อ ที่ยังนั่งท่าเดิม พอเราปล่อยมือพ่อ พีอก็นั้งพับเพียบตัวแข็งไปเลย
เข้ามามี ญาติ มา ก็มาพูดว่า .แกทำไม่ไม่พาพ่อไปหาหมอ เราก็บอกว่าก็คนถึงเวลาต้องตาย .พอพ่อจากไป แล้ว เราก็ ถามหลวงตา ว่า เค้ารับตัวพ่อไปตอนไหน ท่านบอกว่า รัยไปตอนที่เริ่มเจ็บ พาไปที่ตัดสิน . อยู่หรือตาย มีบ่อเป็นบ่อตาย ให้กระโดดลงไป พอก็ลงไป ร่างที่ีโลกมนุษย์ ก็หมดลมตาย
เรื่องราวของอารมณ์ เสียใจ มีนเกิดขึ้น กับเรา แป๊บเดียว ตอนที่ เดืนกลับมา เห็นร่างพ่อ นั่งพับเพียบ เป็นหุ่น ก็ร้องสะอึกสะอื้น . แล้วเราตั้งสติ ค่อยๆ จับ หุ่นพ่อ .ตัวแข็งไปหมด .ต้องออกแรง ดึงแขนดึงขา ให้เหยียด นอน ลงกับพื้น นี่งงพอนึกขึ้นได้ แหม.เราน่า จะให้พ่อนั่งพับเพียบ ตัวตรง เป็นหุ่นสต๊าฟ ให้ญาติชม.. พอเราไปสถานที่ ดีๆ เราก็พอใจแล้ว ไม่เป็นห่วง .
เวลาผ่านไป สักปีกว่า แม่ก็บอกว่า เห็นพ่อแต่งตัวเหมือนชนแขก มีเครืองประดับ เราก็ไม่เล่าให้หลวงตาฟัง ท่านบอกว่า พ่อไปอยู่ ชั้นสามชั้นตาตุมมหาราชืกา ไม่ใช่ชีั้นจาตุมมหาราขา ที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ก็มียศฐานบรรดาศักดิ์ ทรัพย์สินเงินทอง รอคอย.
พระแม่กวนอิม .ก็อยู่ชั้นนี้ ชั้นจาตุมมหาราขิกา ท่านก็จะต้องมาเกิด ต้องมากินเนื้อสัตว์ .เพื่อกระจายบุญกุศลบารมี ให้กับน้ำเลือดน้ำหนองของผู้ที่มีกรรม มาหล่อเลี้ยงเสริมร่างกาย. เรื่องราวการสร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรม นำเกิด นั้น มันเรื่องราวใหญ่ ทีต้อง ทำไปทุกชาติ ที่ได้เกิดมาอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์
มีครั้งหนึ่ง ทำบุญถวายพระแม่กวนอิม ท่านก็มานั่ง ฮนุโมทนาด้วย พอทำบุญเสร็จ พระท่านบอกว่า เมื่อกี้ .พระแม่ ก็ให้พร มาลูบหน้าลูตัวเรา เราก็มองไม่เห็นเสียดู แต่รู้สึก เหมือนว่า มีผู้หญิงชุดขาว มานั่งด้วย .ก็ทบทวนดู เรื่องราว ทีเหมือนผู้หญิงลุกขึ้น แล้วมีเรื่องราว ลมที่เหมือนไดร์เป่าผม เป่าไปทั่วตัว อ้อ..ท่านให้พรลูบเเนื้อลูบตัวให้ แต่นั่นแหละ มันเป็นเรื่องราว สัมผัส ที่เป็นปัจจัตตัง เรื่องราวที่ว่า ใครทำบุญกุศล ก็เป็นของผู้นั้น .สร้างกรรม ก็เป็นจองผู้นั้น .ไม่หูทิพย์ตาทิพย์ที่ไหนจะอนุโมทนาด้วย
โฆษณา