4 ต.ค. เวลา 01:45 • ปรัชญา
เรื่อง อารมณ์ นึกคิด นึกไปถึงอดีต ที่ผ่านมา มันก็เป็นอารมณ์ไม่มีตัวตน หนึ่งไปถึงเรื่องราวอนาคต อุปโลกน์ อย่างนั้นอย่างนี้ ก็ไม่มีตัวตน อารมณ์นึกคิด นั้นไม่มีตัวตน แต่เราไปยึดถือ อารมณ์นึกคิด นำกาย ใช้กาย มีกิริยาท่านทางต่าง ๆไปตามอารมณ์ .เรียกว่า อารมณ์สั่งจิต ให้ใช้กาย ไปตามอารมณ์ ปกติจิตของเรามันอ่อนแอ .เลิกทาส จิตเลิกเป็นทาสอารมณ์ไม่ได้เลย เค้าจึง มีเรื่องราวที่ว่า ชนะผู้ใด .รบผู้ใด .แม้เป็นยอดขุนพล ก็พ่ายแพ้อารมณ์ เป็นทาสอารมณ์ .ชนะอารมณ์ในตัวตนได้ .จิตก็พ้นทุกข์ .
เรื่องราวที่ยากหน่อย ที่จะไปเรียนรู้ ไปถึง ที่ว่า จิตอาศัยกาย ทำจิตทำใจ ให้เป็นหนึ่ง ให้จิตมีแสงสว่างขึ้น ทำอย่างไร ให้จิตมีแสง เมื่เจิตมีแสงได้ ก็จะค่อยเเห็น เรื่องราว อารมณ์ (ที่เกิดที่กาย . ไปดึง สิ่งหนึ่ง เป็นเงาๆ ดำ ขึ้นมา .เค้าเรียกว่า ตัวกระทำ .พอเงานี้ เกิดขึ้น เหมือนผีลุกขึ้นมา ก็ดูเจิตไปยึด เงาผีนั้น ใช้กายกรรม .ไปตามเงาผี
. เราจึง เห็นคน โมโห คนโกรธ คนอิจฉา คนติเตียน วิจารณ์ อะไรต่าง ๆ นั้น เค้าก็ทำกริยา มีกายวาจาใจ ไปตามเงาผีที่ลุกขึ้น ที่เค้า เรียก ว่า หากจิต.ชำระสะสางกาย ให้หมดจด ปราศจากอารมณ์กรรมตัวกระทำ กายก็เป็นสุข จิตเป็นสุข ที่เป็นเรื่องราว ของการสร้างบุญกุศล อโหสิกรรม ตัดกรรม คัดเอ้าท์กรรม ออกไปจากกาย เมื่อกายกรรม เป็นกายบุญ จิตก็เป็นสุข อาศัยในกายบุญ
มีครั้งหนึ่ง มีพระมาจากหิมาลัย ท่ามาสอน บรรยายธรรม ท่านเล่าเรื่องราว การปฏิบัติของท่าน ว่า ในทิหนาวเย็น สัตว์มันยังอยู่ได้ คนก็ต้องอยู่ได้ ท่านแช่น้ำแข็งเป็นวัน เป็นคืน .ด้วยจิตที่มีขันติเป็นบารมี .ทำไแ จน กายเป็นแก้ว
ท่านถามว่า อยากได้กายแบบนี้มั้ย .ไม่ต้องกิน ไม่ต้องไปขับถ่านอะไรอีก ไปไหนก็ไปได้ แต่ไม่มีธุระอะไรจะไป ก็อยู่นิง เฉย ชำระสะสาง กายให้บริสุทธิ์จริง อยู่มาตั้งอต่สมันต้นพุทธกาย ท่านให้เห็น กายของท่าน.ตาที่เราเห็น เป็นตาของผู้ที่มีกรรม . เราเห็น กายท่าน .กายเหมือนคนอายุเป็นร้อยปี. แตีผิวท่าน เหมือนเด็กแรกเกิด .
ที่เขียน เล่ามา อย่าเขื่อ .อาจจะเป็นอารมณ์ อุปโลกน์ ของเราเอง ..มันจับต้องไม่ได้ สัมผัสรับรู้ไม่ได้ ไม่รู้ว่า จริงหรือหลอกลวง เรา..จะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎมั้ยเนี่ย .
โฆษณา