Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
5 ต.ค. เวลา 01:36 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 103: ประตูในภาพบ้าน
“ทีนี้ ถึงเวลาที่ข้าจะสอนพวกเจ้าว่า ภาพหนึ่งภาพสามารถเปลี่ยนอะไรได้บ้าง”
เสียงจากใต้หน้ากระดาษอ่อนโยนจนเย็นวาบไปถึงปลายนิ้ว
รอยมือสีดำกลางหน้าว่างขยับ
ไม่ใช่การขยับเหมือนสิ่งมีชีวิตพยายามปีนออกมา
แต่มันเหมือนหมึกกำลังซึมย้อนกลับเข้าไปในเส้นใยของกระดาษ
เด็กไร้หน้าถอยห่างจากภาพบ้านของตน
ดินสอสั้นในมือหลุดลงพื้น
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ...” เขาพูด
“เจ้าไม่ได้ทำผิด” อาเรียตอบทันที
นางขยับมายืนระหว่างเด็กกับหน้ากระดาษ แต่ไม่ได้บังภาพบ้านไว้
“ภาพของเจ้าเปิดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ไม่ได้สร้างสิ่งนั้นขึ้นมา”
แสงจากหน้าต่างเล็กในภาพบ้านเริ่มสั่น
เงาที่อยู่หลังประตูยังคงยืนนิ่ง
ไม่เปิดประตู
ไม่เคาะตอบ
แต่ตอนนี้ ทุกคนเห็นชัดว่าบนพื้นข้างในบ้านมีรอยมือสีดำเหมือนกับที่อยู่ใต้กระดาษ
ผู้เฝ้าประตูก้มลงมอง
“รอยเดียวกัน”
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษที่ถือยางลบแดงแตกครึ่งยืนตัวแข็ง
“ไม่ใช่...” เขากระซิบ “มันไม่ควรอยู่ในภาพนั้น”
“เจ้ารู้จักมัน?” เรนาถาม
เด็กคนนั้นกำเศษยางลบแน่น
รอยขีดบนใบหน้าของเขายุ่งเหยิงกว่าเดิม
“ข้าเคยเห็นรอยมือนี้ก่อนข้าจะกลายเป็นหน้าว่าง”
ผู้ปฏิเสธคนแรกหันมองเขา
“ก่อนเจ้าเป็นหน้าว่าง เจ้าเป็นใคร?”
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษเงียบไปนาน
ทั้งห้องเหมือนรอคำตอบนั้น
เด็กมากมายหยุดวาด
โคมอำพันหยุดไหว
แม้แต่เศษกระดาษที่ลอยอยู่ในอากาศก็ค่อย ๆ ตกลงอย่างไร้เสียง
“ข้าเคยเป็นเด็กคนหนึ่งที่เขียนไม่เหมือนคนอื่น” เขาตอบในที่สุด
เด็กไร้หน้ามองเขา
“แล้วเกิดอะไรขึ้น?”
“ทุกครั้งที่ข้าเขียน” เด็กคนนั้นพูด “คนจะบอกว่ามันไม่เข้ากับเรื่อง”
เขามองกระดาษว่างที่ปูเต็มพื้น
“ข้าวาดประตูที่ไม่มีลูกบิด วาดท้องฟ้าที่อยู่ใต้ดิน วาดคนที่ยังไม่รู้ชื่อของตัวเอง พวกเขาบอกว่าข้าทำให้เรื่องราวสับสน”
เสียงของเขาเริ่มสั่น
“แล้ววันหนึ่ง ข้าพบรอยมือสีดำบนหน้ากระดาษของข้า”
อีรินมองรอยมือใต้กระดาษ
“มันพูดกับเจ้า?”
“มันไม่ได้พูด”
เด็กคนนั้นตอบ
“มันแค่ลบทุกสิ่งที่ทำให้ข้าถูกปฏิเสธ”
ภาพเลือนรางปรากฏขึ้นเหนือพื้นห้อง
เด็กคนหนึ่งนั่งวาดรูปอยู่ลำพัง
กระดาษของเขาเต็มไปด้วยโลกประหลาดที่ไม่เหมือนใคร
แล้วรอยมือสีดำปรากฏขึ้นจากขอบกระดาษ
มันลบคำว่า ผิด
ลบตราประทับ
ลบเส้นแดงที่พยายามบังคับให้ภาพเดินไปทางเดียว
จากนั้น มันลบชื่อของเด็กคนนั้นด้วย
ภาพหายไป
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษหลับตา
“ตอนแรก ข้าคิดว่ามันช่วยข้า”
“แล้วหลังจากนั้น?” อีลันถามเบา ๆ
“หลังจากนั้น ข้าเริ่มลบทุกอย่างที่อาจทำร้ายใครได้ก่อน”
เขามองเศษยางลบสีแดงในมือ
“จนสุดท้าย ข้าไม่เหลืออะไรให้ใครวิจารณ์อีก”
ผู้เฝ้าประตูพูดช้า ๆ
“และไม่เหลืออะไรให้เจ้าเลือกเช่นกัน”
เด็กคนนั้นไม่ตอบ
แต่เศษยางลบในมือเขาร้าวเพิ่มขึ้นอีกเส้น
ทันใดนั้น หน้าต่างในภาพบ้านเปิดออกเอง
ไม่ใช่ประตูหน้าบ้าน
เป็นหน้าต่างเล็กข้างดวงอาทิตย์ที่เด็กไร้หน้าวาด
ลมอ่อนพัดออกมา พร้อมกลิ่นดินเปียกและเสียงดนตรีไกล ๆ
ภาพบ้านขยายใหญ่ขึ้น
เส้นดินสอที่เคยเอียงค่อย ๆ ยกตัวจากหน้ากระดาษ
หลังคากระดาษตั้งขึ้น
ดอกไม้หน้าบ้านเติบโตเป็นกลีบสีเหลืองซีด
ดวงอาทิตย์กลมไม่สมบูรณ์ลอยขึ้นเหนือหลังคา
และประตูที่ไม่มีลูกบิดก็ค่อย ๆ กลายเป็นประตูจริง
ประตูยังปิดอยู่
แต่ด้านล่างของมันมีช่องแคบพอให้แสงลอดออกมา
เด็กไร้หน้าจับชายเสื้ออาเรีย
“บ้านของข้ากลายเป็นโลกแล้วหรือ?”
อาเรียมองแสงที่ลอดออกมา
“ยังไม่ใช่โลกทั้งหมด”
นางตอบ
“มันอาจเป็นความทรงจำที่กำลังขอให้เราเข้าไปฟัง”
ผู้เฝ้าประตูเดินไปใกล้ประตูในภาพ
เขาไม่ได้จับลูกบิด เพราะไม่มีลูกบิดให้จับ
เขาวางฝ่ามือบนเนื้อไม้เบา ๆ
“มีใครอยู่ข้างในไหม?” เขาถาม
ไม่มีคำตอบ
แต่แสงใต้ประตูสั่นหนึ่งครั้ง
เด็กชายบนสะพานยกดวงอาทิตย์กระดาษขึ้น
“เราเอาอันนี้วางไว้หน้าประตูได้ไหม?”
ผู้เฝ้าประตูหันกลับมามองเขา
ก่อนพยักหน้า
เด็กชายเดินเข้าไปใกล้ วางดวงอาทิตย์กระดาษไว้บนพื้น
ครู่เดียวต่อมา มีมือเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากช่องใต้ประตู
มือคู่นั้นไม่ได้หยิบดวงอาทิตย์ไป
มันแตะขอบกระดาษเบา ๆ ราวกับยังไม่แน่ใจว่าแสงนั้นปลอดภัยหรือไม่
เด็กไร้หน้าก้าวออกมา
เขามองมือคู่นั้น แล้วมองภาพบ้านที่ตัวเองวาด
“ถ้าเขาไม่อยากเปิดล่ะ?”
“เราก็ไม่เข้าไป” เรนาตอบ
“แต่ถ้าเราไม่เข้าไป เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาต้องการอะไร?”
“เราถาม” อีรินกล่าว
เขาคุกเข่าลงข้างประตู
“เจ้าต้องการอะไรไหม?” เขาถามผ่านช่องแสง
ด้านในเงียบไปครู่หนึ่ง
แล้วมีเสียงเด็กเล็กตอบกลับมา
“ข้าอยากให้คนข้างนอกไม่หายไป”
อีรินเงยหน้ามองทุกคน
ก่อนจะตอบอย่างชัดเจน
“เรายังอยู่”
ทันทีที่เขาพูด ด้ายเงินของอาเรียสว่างขึ้น
มันทอดเข้าไปใต้ประตูเพียงปลายเดียว
ไม่ผูก
ไม่ดึง
ไม่ชี้ทาง
แค่บอกว่ามีอีกฝั่งอยู่จริง
เสียงเด็กข้างในเงียบลง
จากนั้น ประตูค่อย ๆ แง้มออก
ไม่กว้างพอให้ใครเดินผ่าน
เพียงพอให้ทุกคนเห็นด้านใน
มีห้องเล็ก ๆ
ผนังทำจากหน้ากระดาษหลายชั้น
เพดานต่ำ
และหน้าต่างทุกบานถูกวาดทับด้วยหมึกดำ
ตรงกลางห้อง มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้น
มือของเธอเต็มไปด้วยคราบหมึกสีดำ
ข้างตัวเธอมีสมุดภาพหนาเล่มหนึ่ง
ทุกหน้าที่เปิดอยู่มีภาพคนกำลังหายไปทีละส่วน
บางคนหายไปจากขอบภาพ
บางคนหายไปจากเงา
บางคนเหลือเพียงรอยมือบนกระดาษ
ผู้เฝ้าประตูตัวแข็ง
“ข้าเคยอยู่ในสมุดเล่มนั้น”
เด็กผู้หญิงเงยหน้าขึ้น
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกลัว
“ข้าไม่ได้ลบพวกเขา” นางรีบบอก “ข้าแค่พยายามวาดคนที่หายไปให้กลับมา”
นางเปิดหน้าหนึ่งให้ดู
ในภาพ มีเด็กไร้หน้าคนหนึ่งยืนอยู่หน้าโต๊ะไม้
ข้างหลังเขามีรอยมือสีดำกำลังยื่นออกมาจากขอบกระดาษ
“ทุกครั้งที่ข้าวาดเขากลับมา” เด็กหญิงพูด “รอยมือนั้นจะลบสิ่งอื่นออกแทน”
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษถอยหลัง
“นี่คือหน้าของข้า”
เด็กหญิงมองเขา แล้วน้ำตาไหล
“ข้าพยายามจำชื่อเจ้า”
คำพูดนั้นทำให้รอยขีดบนใบหน้าของเด็กคนนั้นหยุดสั่น
“เจ้าจำได้หรือ?”
เด็กหญิงส่ายหน้า
“ไม่หมด”
นางยื่นสมุดภาพออกมาทางประตู
“แต่ข้าจำได้ว่า ก่อนทุกคนจะเริ่มเรียกเจ้าว่าหน้าว่าง เจ้าเคยวาดต้นไม้สีแดง”
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษนิ่งไป
เศษยางลบแดงในมือเขาแตกละเอียด
ผงสีแดงปลิวขึ้นและเปลี่ยนเป็นใบไม้เล็ก ๆ ในอากาศ
ผู้ปฏิเสธคนแรกมองสมุดภาพ
“เด็กหญิงคนนี้คือใคร?”
ผู้เฝ้าประตูตอบอย่างช้า ๆ
“คนจดจำ”
เด็กหญิงก้มหน้าลง
“ข้าไม่ได้เป็นคนจดจำ”
นางพูด
“ข้าเป็นคนที่ถูกสั่งให้จำแทนทุกคน”
ทุกคนเงียบ
“เมื่อเรื่องราวเริ่มหายไป” เด็กหญิงกล่าว “พวกเขานำมันมาให้ข้า พวกเขาบอกว่า ถ้าข้าวาดมันไว้ในสมุด คนเหล่านั้นจะไม่หายไปจริง ๆ”
นางมองคราบหมึกบนมือ
“แต่ข้าวาดไม่ทัน”
รอยมือสีดำใต้กระดาษเริ่มขยาย
ทั้งห้องสั่นไหว
หน้าว่างหลายพันแผ่นลอยขึ้นหมุนวนเหนือศีรษะ
เสียงอ่อนโยนเดิมดังขึ้นจากใต้พื้น
“เห็นหรือยัง?”
“การพยายามจดจำทุกคน ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องจมอยู่กับสิ่งที่สูญหาย”
ประตูในภาพบ้านเริ่มเปิดกว้างขึ้นเอง
ไม่ใช่เพราะเด็กหญิงเลือกเปิด
แต่เพราะหน้ากระดาษรอบมันกำลังฉีกออก
ผู้เฝ้าประตูยกมือขึ้น แต่ชะงัก
เขาไม่ต้องการฝืนเข้าไป
เด็กหญิงด้านในมองเขา น้ำตายังไหล
“ถ้าข้าออกไป” นางถาม “ใครจะจำคนที่หายไป?”
เด็กไร้หน้าหยิบดินสอสั้นของตนขึ้นมา
มือของเขายังสั่น
แต่ครั้งนี้ เขาไม่วาดคนเดียว
เขายื่นดินสอให้เด็กคนหนึ่งข้าง ๆ
เด็กคนนั้นส่งต่อให้คนอื่น
แล้วเด็กหลายคนในห้องหน้าว่างก็ค่อย ๆ หยิบดินสอ กระดาษ และสีขึ้นมา
“เราอาจจำไม่หมด” เด็กไร้หน้าพูด
“แต่เราไม่ต้องให้เจ้าจำคนเดียว”
อีลันเปิดหนังสือปกเทา
หน้าว่างท้ายเล่มเปลี่ยนเป็นแผ่นกระดาษหลายร้อยหน้า
อาเรียปล่อยด้ายเงินให้แยกออกเป็นเส้นบาง ๆ นับไม่ถ้วน
แต่ละเส้นลอยไปหยุดเหนือมือของเด็กแต่ละคน
ไม่ใช่เพื่อบังคับให้วาด
เป็นเพียงเส้นทางกลับ หากพวกเขาอยากเชื่อมเรื่องราวเข้าหากัน
เด็กหญิงในห้องเล็กมองภาพนั้น
มือของเธอค่อย ๆ ยื่นออกมาผ่านประตู
คราวนี้ไม่ได้จับดวงอาทิตย์กระดาษ
นางยื่นสมุดภาพหนาออกมา
“ช่วยข้าวาดต่อได้ไหม?”
ผู้เฝ้าประตูรับสมุดนั้นอย่างระวัง
“ได้”
และทันทีที่สมุดภาพข้ามธรณีประตู รอยมือสีดำใต้พื้นก็กระตุกอย่างรุนแรง
มันไม่ได้ถอยหนี
มันหัวเราะ
“ดีมาก”
เสียงนั้นกระซิบ
“ยิ่งพวกเจ้าพยายามจำมากเท่าไร พวกเจ้าก็จะเห็นเร็วขึ้นว่า ไม่มีใครช่วยทุกคนได้”
หมึกดำพุ่งขึ้นจากรอยมือ
มันไม่โจมตีใคร
มันพุ่งเข้าใส่ภาพบ้านของเด็กไร้หน้า
ดวงอาทิตย์ในภาพเริ่มดำ
ดอกไม้เริ่มหาย
และหน้าต่างเล็กที่เชื่อมสองห้องเข้าด้วยกันเริ่มปิดลง
อีรินยกปากกาผลึก
แต่ก่อนที่เขาจะเขียนอะไร เด็กไร้หน้ากลับวางมือบนกระดาษด้วยตัวเอง
“อย่าลบภาพของข้า” เขาพูด
แสงจากรอยยิ้มดินสอบนใบหน้าเขาสว่างขึ้น
“ข้ายังวาดไม่เสร็จ”
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย