5 ต.ค. เวลา 01:39 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 104: ภาพที่ยังวาดไม่เสร็จ

“ข้ายังวาดไม่เสร็จ”
คำพูดของเด็กไร้หน้าดังขึ้นท่ามกลางเสียงหมึกดำที่กำลังไหล
มันไม่ใช่คำประกาศที่แข็งกร้าว
ไม่ใช่คำสั่ง
ไม่ใช่การท้าทาย
มันเป็นเพียงประโยคของเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่ยอมให้ใครฉีกหน้ากระดาษไปก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจว่าจะวาดอะไรต่อ
มือของเด็กไร้หน้ากดลงบนภาพบ้าน
รอยยิ้มดินสอบนใบหน้าของเขาสว่างขึ้นนิดเดียว
แสงนั้นเล็กมาก จนแทบสู้ความดำจากรอยมือใต้พื้นไม่ได้
หมึกดำยังคงไหลเข้าหาประตู
ค่อย ๆ กลืนกลีบดอกไม้
กลืนเส้นขอบหน้าต่าง
กลืนแสงสีทองของดวงอาทิตย์กระดาษ
เด็กหญิงผู้จดจำที่อยู่ในบ้านยกมือปิดหู
“มันมาแล้ว” นางพูดเสียงสั่น “ทุกครั้งที่ข้าพยายามวาดใครกลับมา มันจะมาเอาบางอย่างไป”
“ครั้งนี้ไม่ใช่เจ้าอยู่คนเดียว” ผู้เฝ้าประตูตอบ
เขาวางสมุดภาพหนาลงบนพื้นอย่างระวัง
หน้ากระดาษในสมุดพลิกเองอย่างรวดเร็ว
ภาพเงาของคนที่หายไปปรากฏขึ้นทีละหน้า
เด็กที่ไม่มีชื่อ
คนที่ถูกตัดออกจากเรื่อง
โลกที่เหลือเพียงขอบภาพ
ประตูที่ถูกปิดโดยไม่มีใครเคาะถาม
แต่คราวนี้ ภาพเหล่านั้นไม่ได้เลือนหาย
อีลันวางหนังสือปกเทาที่ซ่อมด้วยรอยเย็บอำพัน-แดงไว้ข้างสมุดภาพ
เส้นเย็บจากหนังสือทั้งสองเล่มเริ่มเชื่อมเข้าหากัน
“เราไม่จำเป็นต้องวาดทุกคนกลับมาในคืนเดียว” อีลันกล่าว “แต่เราไม่ต้องปล่อยให้ชื่อของพวกเขาหายไปเพราะเราวาดไม่ทัน”
เด็กหญิงผู้จดจำมองเขา
“แล้วถ้าข้าจำผิดล่ะ?”
เรนาก้าวเข้าใกล้ประตูบ้าน
นางย่อตัวลง แต่ยังไม่ข้ามธรณีประตู
“เราก็แก้เมื่อได้ฟังเขา” นางตอบ “ความทรงจำไม่ใช่คำพิพากษา มันคือการพยายามไม่ปล่อยมือ”
หมึกดำหยุดไหลไปชั่วขณะ
ราวกับกำลังฟัง
จากใต้พื้น เสียงอ่อนโยนดังขึ้นอีกครั้ง
“พวกเจ้ายังไม่เข้าใจ”
รอยมือสีดำขยายใหญ่ขึ้น
นิ้วทั้งห้ากดลงบนแผ่นกระดาษรอบภาพบ้าน
พื้นทั้งห้องยุบตัวเป็นคลื่น
เด็กหลายคนร้องตกใจ กระดาษที่พวกเขาวาดลอยขึ้นกลางอากาศ แล้วเริ่มถูกดูดเข้าหาหมึกดำทีละแผ่น
“ไม่มีใครจำทุกคนได้” เสียงนั้นกล่าว “ไม่มีใครช่วยทุกเรื่องได้”
แผ่นหนึ่งถูกหมึกแตะ
ภาพนกกระดาษของเด็กคนหนึ่งหายไปครึ่งปีก
อีกแผ่นหนึ่งเริ่มเลือนจนเหลือเพียงเส้นดินสอจาง ๆ
เด็กที่วาดภาพเหล่านั้นกำดินสอแน่น บางคนร้องไห้ บางคนถอยหนี
เด็กไร้หน้ามองภาพของตัวเองที่กำลังถูกกลืน
ประตูบ้านสั่น
ดวงอาทิตย์กระดาษมืดลง
ดอกไม้เหลือเพียงก้านสีเทา
อีรินยกปากกาผลึกขึ้น
แสงสีน้ำเงินและทองรวมตัวที่ปลายปากกา
“อีริน” อาเรียเรียก
เขาหยุด
“ถ้าเจ้าเขียนทับหมึกทั้งหมด เจ้าจะทำให้มันเงียบได้” อาเรียพูด “แต่เจ้าจะเขียนแทนเด็กทุกคนอีกครั้ง”
อีรินมองเด็กที่กำลังปกป้องภาพของตน
เขาค่อย ๆ ลดปลายปากกาลง
“งั้นข้าไม่เขียนทับ”
เขาหันไปหาทุกคน
“เราจะทำให้ภาพเหล่านี้มีคนอยู่ข้าง ๆ”
ผู้ปฏิเสธคนแรกเข้าใจเป็นคนแรก
เขาคุกเข่าลงข้างเด็กคนหนึ่งที่กำลังถือภาพสัตว์ประหลาดมีปีกข้างเดียว
“ข้าชอบปีกข้างเดียวของมัน” เขาพูด
เด็กคนนั้นมองเขาอย่างประหลาดใจ
“แต่มันบินไม่ได้”
“บางทีมันอาจไม่อยากบิน” ผู้ปฏิเสธคนแรกตอบ “บางทีมันอาจอยากลอย”
เด็กคนนั้นมองภาพของตนอีกครั้ง
แล้วใช้ดินสอวาดลมใต้ปีกข้างเดียว
ภาพไม่สมบูรณ์ขึ้นเลย
แต่สัตว์ประหลาดในภาพกลับเริ่มลอยขึ้นจากกระดาษ
ใกล้กัน เด็กชายอดีตผู้ลบเดินไปหาหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังพยายามลบรูปดวงจันทร์สีดำของตน
“อย่าลบมัน” เขาพูด
หญิงสาวสะดุ้ง
“แต่ทุกคนบอกว่าดวงจันทร์ควรสว่าง”
เด็กชายยื่นโคมอำพันให้ดู
“โคมของข้าก็ไม่ได้เป็นดวงอาทิตย์ แล้วมันยังให้แสงได้”
หญิงสาวหยุดยางลบ
นางใช้ปลายดินสอเติมดาวเล็ก ๆ รอบดวงจันทร์สีดำ
แสงอำพันในโคมตอบรับด้วยประกายอ่อน
อาเรียปล่อยด้ายเงินให้แยกออกไปทั่วห้อง
แต่ละเส้นไปหยุดใกล้เด็กคนหนึ่ง
ใกล้ภาพหนึ่งภาพ
ใกล้มือหนึ่งคู่
ไม่มีเส้นใดผูกใครไว้
มีเพียงสายบาง ๆ ที่บอกว่า หากใครต้องการเรียกหา ยังมีคนได้ยิน
เอลันเปิดหนังสือปกเทาออกกว้างขึ้น
รอยเย็บอำพัน-แดงแตกแขนงเป็นเส้นแสง ลอดผ่านพื้นกระดาษที่แตกร้าว
เรนายืนข้างเขา คอยประคองหน้าเพจที่เกือบหลุดออก
“ไม่ต้องรีบเย็บทุกแผล” นางบอกเขา “เย็บตรงที่กำลังขาดก่อน”
เอลันพยักหน้า
เขาวางปลายนิ้วบนหน้าที่มีภาพบ้าน
รอยเย็บหนึ่งทอดไปถึงก้านดอกไม้สีเทา
จากนั้นก้านนั้นก็ค่อย ๆ กลับมีสี
ผู้เฝ้าประตูยืนอยู่หน้าเด็กหญิงผู้จดจำ
“ข้าเคยกลัวว่าจะถูกลืม” เขาพูด
เด็กหญิงก้มมองสมุดในมือ
“แล้วตอนนี้เล่า?”
“ตอนนี้ข้ากลัวว่า เจ้าจะต้องจำเราเพียงคนเดียว”
เด็กหญิงเม้มปาก
“แต่ถ้าข้าไม่จำ...”
“เจ้าจำได้เท่าที่เจ้าไหว” ผู้เฝ้าประตูกล่าว “แล้วเราจะช่วยกันถามคนอื่นว่า เขาอยากให้เราจำอะไร”
เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น
นางมองเด็กหลายคนที่กำลังวาดภาพต่อ
มองอาเรียที่ส่งด้ายเงิน
มองเอลันที่ซ่อมหนังสือ
มองอีรินที่ไม่เขียนทับ
มองเด็กไร้หน้าที่นั่งอยู่หน้าภาพบ้านของตน
ในที่สุด นางเปิดสมุดภาพไปยังหน้าว่างหน้าใหม่
“ถ้าอย่างนั้น” นางถาม “เราเริ่มจากใคร?”
เด็กไร้หน้าหันมองเด็กในเสื้อคลุมกระดาษ
เด็กคนนั้นยืนอยู่ข้างเงาดำของรอยมือ
มือเปล่า เพราะยางลบสีแดงแตกไปหมดแล้ว
ใบหน้าของเขายังเต็มไปด้วยรอยขีดที่ทับซ้อนกัน
“เริ่มจากเขา” เด็กไร้หน้าตอบ
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษถอยหลัง
“ไม่”
“ทำไม?” เด็กหญิงถาม
“เพราะข้าไม่รู้ว่าตัวเองชื่ออะไร”
เด็กไร้หน้ามองกระดาษบ้านของตน
“งั้นเราไม่ต้องเขียนชื่อก่อนก็ได้”
เขาหยิบดินสอสั้นขึ้นมา
“เจ้าชอบอะไร?”
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษนิ่งไป
ความเงียบยาวนานจนดูเหมือนคำถามนั้นไม่มีคำตอบ
จากนั้น ใบไม้กระดาษสีแดงแผ่นหนึ่งร่วงลงตรงหน้าเขา
เขาก้มลงเก็บมัน
“ข้าเคยวาดต้นไม้สีแดง” เขากระซิบ
เด็กไร้หน้าพยักหน้า
“งั้นวาดต้นไม้ก่อน”
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษมองดินสอที่เด็กไร้หน้ายื่นให้
เขาไม่รับในทันที
แต่ในที่สุด เขาก็จับปลายอีกด้านของดินสอ
คนละมือ
คนละฝั่งของดินสอแท่งเดียวกัน
พวกเขาลากเส้นลงบนหน้าว่าง
เส้นแรกคด
เส้นที่สองเบี้ยว
เส้นที่สามตัดกับเส้นเดิมจนกลายเป็นลำต้นที่ไม่สมดุล
แต่เมื่อใบไม้สีแดงใบแรกปรากฏบนกิ่ง
หมึกดำจากรอยมือใต้พื้นก็ชะงัก
เสียงอ่อนโยนเงียบไป
ต้นไม้สีแดงบนกระดาษเติบโตช้า ๆ
รากของมันไม่ได้แผ่ไปกลืนแผ่นกระดาษอื่น
ไม่ได้ยึดห้องนี้ไว้
แต่มันหยั่งลงตรงรอยฉีกของพื้น
และแทนที่รอยมือสีดำจะถูกทำลาย มันกลับถูกโอบล้อมด้วยรากสีแดงอ่อน
รอยมือกระตุก
“พวกเจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังปกป้องอะไร”
เสียงนั้นกล่าวเป็นครั้งสุดท้าย
จากนั้น รอยมือสีดำค่อย ๆ หดเล็กลง
เหลือเพียงปลายนิ้วหนึ่งนิ้วแตะอยู่บนพื้นกระดาษ
อีรินขยับเข้าไป แต่หยุดห่างจากมัน
“เจ้าต้องการอะไร?” เขาถาม
คราวนี้ ไม่มีคำเยาะเย้ย
มีเพียงเสียงแผ่วเบามากจากใต้กระดาษ
“ข้าอยากรู้ว่า... ถ้าข้าไม่ลบอะไรเลย จะยังมีที่ให้ข้าอยู่ไหม”
ทุกคนเงียบ
เด็กไร้หน้ามองต้นไม้สีแดงของตน
เขาวาดรากเพิ่มอีกเส้นหนึ่ง
ไม่ได้วาดให้รัดมือดำ
ไม่ได้วาดให้ดึงมันขึ้นมา
เขาวาดวงกลมเล็ก ๆ ว่างเปล่าข้างรากไม้
“มี” เด็กไร้หน้าตอบ “แต่เจ้าต้องไม่วาดแทนคนอื่น”
ปลายนิ้วสีดำหยุดนิ่ง
แล้วบนพื้นกระดาษขาว ข้างวงกลมว่างนั้น ปรากฏจุดหมึกเล็ก ๆ หนึ่งจุด
ไม่ใช่คำตอบ
ไม่ใช่คำสัญญา
แต่เป็นครั้งแรกที่สิ่งใต้กระดาษไม่ได้ลบอะไรออกไป
เหนือห้อง หน้าต่างของภาพบ้านเปิดกว้างขึ้น
แสงอุ่นส่องลงบนหน้ากระดาษนับพัน
และเด็กหญิงผู้จดจำเปิดสมุดภาพไปยังหน้าใหม่
“ใครอยากเล่าให้ฟังบ้าง?” นางถาม
มือหลายสิบคู่ค่อย ๆ ยกขึ้น
แต่ในเงาลึกที่สุดของห้อง ห่างออกไปไกลเกินกว่าด้ายเงินจะเอื้อมถึง มีหน้ากระดาษแผ่นหนึ่งพลิกขึ้นเอง
บนหน้านั้น ปรากฏภาพประตูสีแดงบานหนึ่ง
ไม่มีลูกบิด
ไม่มีหน้าต่าง
และไม่มีใครอยู่หน้าประตู

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา