5 ต.ค. เวลา 01:42 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 105: หน้าที่ไม่มีใครยอมเขียน

หน้ากระดาษแผ่นนั้นยังลอยอยู่ในเงาลึกที่สุดของห้อง
มันขาวกว่ากระดาษแผ่นอื่น
ขาวจนเหมือนไม่เคยถูกแตะด้วยดินสอ ไม่เคยผ่านมือของเด็กคนใด และไม่เคยยอมรับแสงจากโคมอำพัน
ตรงกลางมีเพียงประตูสีแดงบานหนึ่ง
ไม่มีลูกบิด
ไม่มีหน้าต่าง
ไม่มีรอยเท้า
ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่ยืนรออยู่หลังบานนั้น
“นั่นไม่ใช่ประตู” ผู้เฝ้าประตูกล่าว
เสียงของเขาต่ำจนเกือบกลืนไปกับเสียงกระดาษพลิก
อีรินหันไปมอง
“แล้วมันคืออะไร?”
ผู้เฝ้าประตูไม่ได้ตอบในทันที
เขามองประตูสีแดงอยู่นาน ราวกับกำลังจำเรื่องราวที่ถูกฉีกออกจากตัวเอง
“มันคือคำเชิญ” เขาพูดในที่สุด “แต่เป็นคำเชิญที่ไม่มีใครกล้ารับ”
เด็กไร้หน้าวางดินสอลงข้างต้นไม้สีแดงที่เพิ่งวาดเสร็จ
“ทำไม?”
“เพราะหน้าที่อยู่หลังประตูนั้น” ผู้เฝ้าประตูตอบ “ไม่สัญญาว่าจะมีตอนจบ”
ความเงียบปกคลุมห้อง
เด็กหญิงผู้จดจำกอดสมุดภาพไว้แน่นขึ้น
“ข้าเคยเห็นมัน” นางพูดเบา ๆ “ก่อนที่พวกเขาจะเอาสมุดมาให้ข้า”
ทุกคนหันมอง
“ตอนนั้นยังไม่มีห้องหน้าว่าง ไม่มีผู้คัดเลือก ไม่มีตราประทับ” นางกล่าว “มีเพียงเด็กหลายคนที่พยายามเขียนโลกของตัวเอง แต่บางเรื่องไม่มีตอนจบ บางเรื่องไม่มีคนรอด บางเรื่องไม่มีคำตอบว่าควรเลือกใคร”
นางมองประตูแดง
“ผู้ใหญ่หลายคนกลัวเรื่องพวกนั้น พวกเขาบอกว่าไม่ควรปล่อยให้เด็กเขียนสิ่งที่อาจทำให้เจ็บ”
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษที่เคยเป็นหน้าว่างกำมือแน่น
“แล้วพวกเขาทำอย่างไร?”
เด็กหญิงผู้จดจำหลับตา
“พวกเขาฉีกหน้าพวกนั้นออก”
กระดาษใต้เท้าทุกคนสั่นไหว
ไม่ใช่เพราะแรงของหมึกดำ
แต่เพราะเด็กหลายคนในห้องกำลังมองผลงานของตนเองด้วยความกลัว
เด็กคนหนึ่งรีบเอามือปิดภาพดวงจันทร์สีดำ
อีกคนพยายามพับเก็บสัตว์ประหลาดปีกเดียว
หญิงสาวคนหนึ่งใช้แขนบังรูปท้องฟ้าที่อยู่ใต้ดิน
“อย่าเพิ่งซ่อนมัน” เรนาพูด
น้ำเสียงของนางไม่ดัง แต่ชัดเจน
เด็กหญิงที่ถือรูปดวงจันทร์สีดำมองนางด้วยดวงตาแดงก่ำ
“แต่ถ้ามันทำให้ใครกลัวล่ะ?”
เรนานั่งลงข้างเด็กคนนั้น
“การที่ใครกลัว ไม่ได้แปลว่าภาพของเจ้าผิด” นางตอบ “แต่เรายังถามได้ว่า เจ้าต้องการให้คนอื่นเห็นมันอย่างไร”
เด็กหญิงก้มมองภาพของตน
“ข้าอยากให้เขารู้ว่า ดวงจันทร์สีดำไม่ได้กินแสง มันแค่กำลังรอให้มีดาวอยู่รอบ ๆ”
เด็กชายอดีตผู้ลบยื่นโคมอำพันไปใกล้ภาพ
“งั้นข้าช่วยวาดดาวได้ไหม?”
เด็กหญิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
เขาไม่ได้วาดแทน
เพียงวางโคมไว้ให้แสงสะท้อนบนกระดาษ
เด็กหญิงจึงวาดดาวเอง
ทีละดวง
เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง
ไม่เท่ากันสักดวง
แต่เมื่อดาวดวงแรกปรากฏขึ้น ดวงจันทร์สีดำในภาพก็ไม่ดูน่ากลัวเท่าเดิม
มันยังมืด
ยังเงียบ
ยังเป็นดวงจันทร์สีดำ
แต่ตอนนี้ มันมีท้องฟ้าของตัวเอง
“นี่แหละ” อาเรียพูด
ด้ายเงินของนางลอยผ่านเด็กทุกคนในห้องอย่างเบาบาง
“เราไม่จำเป็นต้องลบสิ่งที่ยากจะมอง เพียงเพราะเรายังไม่รู้วิธีอยู่กับมัน”
ประตูสีแดงบนหน้ากระดาษสว่างขึ้น
แสงสีแดงไม่ได้พุ่งใส่ใคร
มันแผ่ออกเป็นเส้นบาง ๆ บนพื้น คล้ายรอยหมึกที่กำลังเขียนแผนที่
เส้นเหล่านั้นเชื่อมกับภาพต่าง ๆ รอบห้อง
ภาพนกที่มีปีกเดียว
ภาพดวงจันทร์สีดำ
ภาพต้นไม้ใบแดง
ภาพบ้านที่ยังเปิดประตูรอ
ภาพเด็กที่ไม่มีชื่อ
ภาพผู้เฝ้าประตูในสมุดของเด็กหญิงผู้จดจำ
จากนั้น ทุกเส้นก็มุ่งไปยังประตูสีแดงบานเดียวกัน
“มันไม่ใช่หน้าของคนคนเดียว” อีลันพูด
เขาเปิดหนังสือปกเทา รอยเย็บอำพัน-แดงบนสันหนังสือเรืองแสงอ่อน
“มันคือหน้าที่รวมทุกเรื่องที่เคยถูกตัดออก เพราะไม่เรียบร้อยพอ”
ผู้ปฏิเสธคนแรกก้าวเข้ามาใกล้หน้ากระดาษ
ตราประทับแตกครึ่งในมือเขาสั่น
“หน้าที่ไม่มีใครยอมเขียน” เขาพูด “เพราะทุกคนกลัวว่า หากเขียนมันลงไป พวกเขาจะต้องยอมรับว่า บางความเจ็บปวดแก้ไม่ได้”
“หรือไม่ก็แก้ไม่ได้ทันที” อีรินเสริม
ผู้เขียนคนแรกปรากฏขึ้นตรงบันไดกระดาษที่ทอดลงมาจากห้องของตน
เขาไม่ได้สวมหน้ากากกระดาษอีกแล้ว
ใบหน้าของเขายังเหนื่อยล้า ยังมีรอยหมึกอยู่ใต้ตา แต่เป็นใบหน้าของคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้คุมเรื่องราวทั้งหมด
“ข้าเคยปิดประตูนี้” เขายอมรับ
ไม่มีใครแปลกใจ
“ข้าคิดว่า หากทุกคนมองไม่เห็นหน้าที่ถูกฉีกออก พวกเขาจะไม่ต้องเจ็บจากสิ่งที่มันบอก”
ผู้เฝ้าประตูหันไปหาเขา
“แล้วมันบอกอะไร?”
ผู้เขียนคนแรกมองประตูแดง
“มันบอกว่า ไม่มีเรื่องใดสมบูรณ์ เพราะไม่มีใครควรต้องสมบูรณ์”
คำพูดนั้นทำให้ประตูแดงค่อย ๆ เปิดออกเอง
ด้านในไม่ใช่ห้องมืด
เป็นห้องเรียนเก่าแก่ขนาดใหญ่
โต๊ะไม้เล็ก ๆ เรียงยาวไปจนสุดสายตา
บนทุกโต๊ะมีสมุดวาดรูปเปิดอยู่
แต่ไม่มีเด็กนั่งอยู่สักคน
บนกระดานด้านหน้าห้อง ไม่มีตัวอักษร
มีเพียงรอยลบขนาดใหญ่เต็มทั้งกระดาน
และตรงกลางห้อง มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนหันหลังให้ทุกคน
เธอสวมชุดนักเรียนสีเทาหม่น
ผมยาวสีดำถักเปียเดียว
ในมือเธอถือดินสอสีแดง
“เจ้าเป็นใคร?” อีรินถาม
เด็กหญิงไม่หันกลับมา
“ข้าคือคนที่เขียนหน้าแรก” นางตอบ
ทุกคนชะงัก
เด็กหญิงลากดินสอสีแดงบนกระดาน
เส้นเดียวกลายเป็นทางเดิน
ทางเดินกลายเป็นประตู
ประตูกลายเป็นภาพบ้านเล็ก ๆ
แต่ก่อนที่นางจะวาดต่อ รอยลบขนาดใหญ่บนกระดานก็ลบภาพนั้นออก
“ข้าเขียนโลกแรกขึ้นมา” เด็กหญิงกล่าว “แต่พวกเขาบอกว่ามันผิด เพราะเด็กในโลกนั้นร้องไห้”
ผู้เขียนคนแรกหน้าซีด
“ข้าไม่เคยรู้ว่าเจ้ายังอยู่”
เด็กหญิงหัวเราะเบามาก
“เพราะเมื่อพวกเขาลบชื่อข้า พวกเขาก็ลบคนที่อาจตามหาข้าออกไปด้วย”
เด็กหญิงหันกลับมา
ใบหน้าของนางไม่ว่างเปล่า
ไม่ถูกขีดทับ
ไม่มีหน้ากาก
แต่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยรอยเส้นดินสอสีแดงที่หมุนเป็นวงอยู่ภายใน
“ข้าไม่ใช่ผู้สร้างหน้าว่าง” นางพูด “ข้าเป็นเด็กคนแรกที่ถูกทำให้เชื่อว่า ความผิดพลาดของข้าทำร้ายทุกคน”
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษก้าวเข้าไปใกล้ธรณีประตู
“แล้วรอยมือสีดำคืออะไร?”
เด็กหญิงมองลงที่มือของตัวเอง
ปลายนิ้วของนางมีคราบหมึกดำจาง ๆ
“มันคือสิ่งที่ข้าวาดขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง”
ห้องทั้งห้องเงียบลง
“ตอนแรก ข้าให้มันลบคำว่า ‘ผิด’ ออกจากงานของข้า” นางพูดต่อ “แต่เมื่อข้ากลัวมากขึ้น ข้าก็สอนให้มันลบทุกอย่างที่อาจกลายเป็นความผิดพลาด”
เด็กไร้หน้ามองวงกลมว่างข้างต้นไม้สีแดงของตน
“แล้วตอนนี้ มันกลัวจะหายไป?”
เด็กหญิงพยักหน้า
“มันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ถ้าไม่ได้ลบ”
ผู้เฝ้าประตูยกสมุดภาพของเด็กหญิงผู้จดจำขึ้น
“เรากำลังเรียนรู้เหมือนกัน”
เขาพูด “ว่าเราเป็นใครโดยไม่ต้องเป็นสิ่งที่เคยถูกสั่งให้เป็น”
เด็กหญิงในห้องเรียนมองพวกเขา
“ถ้าอย่างนั้น พวกเจ้าจะทำอะไรกับข้า?”
คำถามนั้นไม่ได้มีความแข็งกร้าว
มีเพียงความกลัว
อีรินกำปากกาผลึก แต่ไม่ยกมันขึ้น
“เราจะไม่เขียนคำตอบแทนเจ้า” เขากล่าว
อาเรียเดินไปถึงหน้าประตูแดง และปล่อยด้ายเงินเส้นหนึ่งเข้าไปในห้องเรียน
ปลายด้ายหยุดบนโต๊ะว่างตัวหนึ่ง
“แต่ถ้าเจ้าอยากเขียนต่อ” นางพูด “เราจะนั่งอยู่ใกล้ ๆ”
เด็กหญิงมองโต๊ะว่างนั้น
เด็กไร้หน้าหยิบดินสอสั้นขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้าวาดไม่เก่ง” เขาบอก
เด็กหญิงมองเขา
“ข้าก็ไม่เก่ง”
“งั้นเราวาดภาพที่ยังไม่เก่งด้วยกันไหม?”
เด็กหญิงเงียบไปนาน
ก่อนจะเดินมาที่โต๊ะว่าง
นางวางดินสอสีแดงลงข้างดินสอสั้นของเด็กไร้หน้า
เด็กหญิงผู้จดจำเปิดสมุดไปยังหน้าว่างใหม่
อีลันวางหนังสือที่ซ่อมแล้วไว้ใกล้กัน
เด็กชายอดีตผู้ลบยกโคมอำพัน
เรนานั่งลงข้างเด็กที่ยังไม่กล้าเข้าห้อง
ผู้ปฏิเสธคนแรกวางตราประทับแตกครึ่งลงบนโต๊ะ โดยไม่ใช้มันปิดสิ่งใด
และผู้เขียนคนแรกยืนอยู่ห่างออกไป ไม่เข้ามาแย่งดินสอจากมือใคร
ดินสอสีแดงเริ่มลากเส้นบนหน้ากระดาษ
เส้นแรกไม่ใช่ประตู
ไม่ใช่กำแพง
ไม่ใช่รอยลบ
มันเป็นมือเล็ก ๆ สองมือกำลังจับกัน
ทันใดนั้น รอยมือดำใต้พื้นห้องหน้าว่างสว่างขึ้น
ไม่ใช่ด้วยหมึก
แต่ด้วยแสงอ่อนสีเทาเงิน
ปลายนิ้วดำค่อย ๆ วาดเส้นต่อจากมือสองข้างนั้น
เป็นเส้นที่ยังไม่รู้ว่าจะกลายเป็นอะไร
เหนือทุกคน หน้ากระดาษสีแดงที่เคยลอยอยู่เริ่มเปลี่ยน
ประตูแดงยังอยู่
แต่ข้างบานประตู ปรากฏเก้าอี้ไม้ตัวเล็กหนึ่งตัว
ว่างเปล่า
เหมือนกำลังรอใครบางคนตัดสินใจว่าจะนั่งลงหรือไม่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา