5 ต.ค. เวลา 01:45 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 106: โลกแรกที่ร้องไห้

มือเล็ก ๆ สองมือบนหน้ากระดาษยังจับกันอยู่
เส้นดินสอสีแดงที่เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกวาดไว้สั่นไหวเบา ๆ ราวกับมันยังไม่แน่ใจว่า ควรกลายเป็นภาพอะไรต่อไป
รอบตัวพวกเขา ห้องเรียนเก่าเงียบสงัด
โต๊ะไม้หลายสิบตัวเรียงเป็นแถว
สมุดวาดรูปเปิดค้างอยู่บนทุกโต๊ะ
กระดานดำเต็มไปด้วยรอยลบสีขาวหม่น
ไม่มีเด็กคนใดนั่งอยู่
แต่ในความเงียบนั้น มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังห้อง
เสียงสะอื้น
เบามาก
เบาจนเกือบเหมือนเสียงลมผ่านหน้ากระดาษ
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกชะงัก
ดินสอสีแดงในมือหล่นลงบนโต๊ะ
“นั่นคือโลกแรกของข้า” นางพูด
แสงจากปลายด้ายเงินของอาเรียค่อย ๆ ส่องไปที่ผนังด้านหลังห้อง
ผนังนั้นไม่ได้เป็นผนังจริง
มันเป็นภาพวาดขนาดใหญ่ที่ถูกวาดทับด้วยชอล์กสีเทา
ภาพเมืองเล็ก ๆ มีบ้านหลังคาเอียง
แม่น้ำสีม่วง
ต้นไม้ใบแดง
ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน
แต่กลางเมืองนั้น มีฝนตก
และใต้ฝน มีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังร้องไห้
“เจ้าเขียนโลกนี้หรือ?” เด็กไร้หน้าถาม
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกพยักหน้า
“ข้าเขียนให้มันมีบ้าน มีแม่น้ำ มีเพื่อน มีวันฝนตก และวันที่ทุกคนไม่เข้าใจกัน”
ผู้เขียนคนแรกที่ยืนอยู่หน้าประตูแดงก้มหน้า
“โลกที่มีความเศร้า” เขาพูดเบา ๆ
“โลกที่มีสิทธิ์จะเศร้า” เด็กหญิงแก้
คำพูดนั้นทำให้ภาพบนผนังสว่างขึ้น
ฝนในภาพเริ่มเคลื่อนไหว
น้ำฝนไหลออกมาจากเส้นชอล์ก
กลิ่นดินเปียกแผ่ไปทั่วห้องเรียน
จากนั้น ผนังทั้งบานก็เปิดออก
ไม่ใช่เหมือนประตู
แต่มันเปิดเหมือนหน้ากระดาษที่ถูกพลิก
อีกด้านหนึ่งคือโลกแรก
เมืองเล็ก ๆ ทอดตัวอยู่ใต้ท้องฟ้าสีม่วงอมเทา
แม่น้ำสีม่วงไหลผ่านสะพานไม้แคบ
ต้นไม้ใบแดงสั่นไหวท่ามกลางฝนเม็ดใหญ่
ดวงอาทิตย์หลายดวงลอยอยู่ไกล ๆ บนฟ้า ไม่มีดวงใดกลมสมบูรณ์
และตรงกลางลานเมือง เด็กหญิงในภาพยังคงร้องไห้
“พวกเขาไม่เข้าไปหาเธอ” เด็กชายอดีตผู้ลบพูด
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกส่ายหน้า
“ไม่ใช่”
นางเดินผ่านหน้ากระดาษไปยังโลกนั้นช้า ๆ
“พวกเขาไม่รู้ว่าจะเข้าไปหาอย่างไร”
ทุกคนตามนางเข้าไป
ฝนไม่ทำให้เปียก
แต่มันหนักพอจะทำให้รู้สึกเหมือนกำลังแบกอะไรบางอย่างไว้บนบ่า
อีรินมองผู้คนในเมือง
มีเด็กคนหนึ่งถือร่มกระดาษแต่ไม่กล้าเดินเข้าใกล้
หญิงชราคนหนึ่งกำผ้าพันคอไว้แน่น
ชายหนุ่มยืนอยู่หน้าโรงตีเหล็กที่ปิดประตูสนิท
ทุกคนมองเด็กหญิงที่ร้องไห้
แต่ไม่มีใครพูดอะไร
“นี่คือสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าผิดหรือ?” เรนาถาม
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกมองภาพนั้น
“พวกเขาบอกว่า โลกที่ดีไม่ควรปล่อยให้เด็กคนหนึ่งร้องไห้อยู่กลางลานเมือง”
“แล้วเจ้าแก้ไขมันหรือเปล่า?” อีรินถาม
“ข้าพยายาม”
นางยกมือขึ้น
เส้นดินสอสีแดงปรากฏเหนือเมือง
ฝนหยุดทันที
น้ำตาของเด็กหญิงในลานเมืองหายไป
ผู้คนเริ่มยิ้ม
ท้องฟ้าสว่างขึ้น
ดวงอาทิตย์ทุกดวงกลายเป็นวงกลมเท่ากัน
เมืองนั้นดูสวยงาม
แต่เด็กหญิงกลางลานยังยืนอยู่ที่เดิม
นางไม่ได้ร้องไห้แล้ว
นางไม่ได้ยิ้มเช่นกัน
“ข้าลบความเศร้าของเธอ” เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกกล่าว “แต่ข้าก็ลบเหตุผลที่ทุกคนควรเดินเข้ามาหาเธอด้วย”
ผู้เฝ้าประตูมองเด็กหญิงกลางลาน
“แล้วเธอจำได้ไหมว่าเคยร้องไห้?”
“ไม่”
“แล้วคนอื่นจำได้ไหมว่าเคยปล่อยให้เธออยู่คนเดียว?”
“ไม่”
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกกำมือแน่น
“ทุกอย่างสงบลง แต่ไม่มีใครเปลี่ยนแปลง”
อีลันเปิดหนังสือปกเทาในมือ
หน้าที่มีรอยเย็บอำพัน-แดงส่องแสง ตอบรับกับฝนที่หยุดลงบนฟ้า
“ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่พวกเขากลัวไม่ใช่ความเศร้า” เขาพูด “พวกเขากลัวว่าความเศร้าจะไม่มีคำตอบ”
เด็กหญิงผู้จดจำกอดสมุดภาพของตน
“บางครั้งมันก็ไม่มีคำตอบจริง ๆ”
“ใช่” เรนาตอบ “แต่คนที่กำลังเศร้าไม่จำเป็นต้องรอคำตอบก่อน จึงจะมีคนอยู่ข้าง ๆ ได้”
อาเรียปล่อยด้ายเงินเส้นหนึ่งไปทางเด็กหญิงกลางลาน
เส้นด้ายไม่แตะตัวนาง
มันหยุดอยู่ข้างร่มกระดาษของเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด
เด็กชายมองด้าย
แล้วมองเด็กหญิงที่กำลังยืนนิ่ง
“ข้าต้องพูดอะไรไหม?” เขาถาม
อาเรียส่ายหน้า
“เจ้าถามได้ว่า นั่งด้วยได้ไหม”
เด็กชายกำด้ามร่มกระดาษแน่น
เขาเดินก้าวแรก
ทันทีที่เท้าแตะพื้นลาน เมืองทั้งเมืองสั่นไหว
ท้องฟ้าที่สมบูรณ์เกินไปเริ่มแตกร้าว
ดวงอาทิตย์กลมเท่ากันเริ่มกลับมีรอยบิ่น
ฝนสีม่วงหยดแรกตกลงบนหลังมือของเด็กชาย
เขาหยุด
“ถ้าข้าเดินต่อ โลกจะกลับไม่เรียบร้อย”
“มันไม่เคยเรียบร้อยอยู่แล้ว” เด็กไร้หน้าพูดเบา ๆ
เด็กชายยืนนิ่งอีกครู่หนึ่ง
แล้วเดินต่อ
เขาไปถึงเด็กหญิงกลางลาน
ไม่ได้ยื่นร่มให้
ไม่ได้บอกให้นางหยุดร้อง
เขาเพียงนั่งลงข้าง ๆ โดยวางร่มกระดาษไว้ระหว่างพวกเขา
“ข้านั่งด้วยได้ไหม?” เขาถาม
เด็กหญิงกลางลานไม่ตอบทันที
น้ำตากลับมาไหลบนใบหน้าของนาง
แต่คราวนี้ เด็กชายไม่ถอย
นางพยักหน้าเล็กน้อย
ฝนตกหนักขึ้นอีกครั้ง
แต่มันไม่ได้หนาวเท่าเดิม
หญิงชราที่อยู่ข้างร้านขนมเดินเข้ามา วางผ้าพันคอผืนหนึ่งไว้ข้างเด็กหญิง
ชายหนุ่มจากโรงตีเหล็กนำถ้วยชาร้อนมาวาง
คนอื่น ๆ ค่อย ๆ เข้ามาใกล้
บางคนพูดไม่ถูก
บางคนแค่นั่งเงียบ
บางคนเอาร่มมารวมกันจนกลายเป็นหลังคากระดาษเล็ก ๆ เหนือลานเมือง
ไม่มีใครแก้ความเศร้าของเด็กหญิงได้
แต่ไม่มีใครปล่อยให้นางถือมันคนเดียวอีก
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกมองภาพนั้น น้ำตาไหลเงียบ ๆ
“นี่คือสิ่งที่ข้าอยากเขียน” นางพูด “แต่ข้าคิดว่ามันไม่พอ”
ผู้เขียนคนแรกเดินเข้ามายืนห่างจากนางสองก้าว
เขาไม่ได้แตะไหล่
ไม่ได้ขอโทษเร็วเกินไป
“มันไม่ใช่คำตอบทั้งหมด” เขากล่าว “แต่มันไม่ใช่ความผิดพลาด”
เด็กหญิงหันไปมองเขา
“แล้วถ้าคนในโลกนี้ยังเจ็บอยู่?”
“เราฟัง” ผู้เขียนคนแรกตอบ “และไม่ลบสิ่งที่เราไม่กล้าฟัง”
เหนือเมือง เส้นดินสอสีแดงปรากฏขึ้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้ เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกไม่ได้ใช้มันลบฝน
นางลากเส้นเพิ่มบนท้องฟ้า
กลายเป็นกลุ่มเมฆสีแดงอ่อน
จากนั้นวาดนกกระดาษปีกเดียวให้บินผ่านฝน
วาดดวงจันทร์สีดำเล็ก ๆ ที่มีดาวอยู่รอบข้าง
วาดต้นไม้ใบแดงเพิ่มตามริมแม่น้ำ
โลกแรกไม่ได้กลายเป็นโลกที่สมบูรณ์
แต่มันเริ่มรับสิ่งแปลกที่เคยถูกตัดออกกลับเข้ามา
เด็กไร้หน้าหยิบดินสอขึ้น
“ข้าวาดอะไรเพิ่มได้ไหม?”
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกยิ้มบาง ๆ
“เจ้าต้องการวาดอะไร?”
เด็กไร้หน้ามองสะพานไม้ข้ามแม่น้ำสีม่วง
“ม้านั่ง”
“ทำไม?”
“เผื่อใครยังไม่พร้อมพูด”
เด็กหญิงพยักหน้า
“วาดเลย”
เด็กไร้หน้าวาดม้านั่งไม้เล็ก ๆ ข้างแม่น้ำ
ทันทีที่เส้นสุดท้ายเสร็จ เด็กหลายคนจากห้องหน้าว่างก็ปรากฏอยู่บนม้านั่งนั้น
บางคนนั่งเงียบ
บางคนพับนกกระดาษ
บางคนวาดรูปลงบนเข่า
บางคนเพียงมองฝนตก
ไม่มีใครถามว่าพวกเขาจะหายเศร้าเมื่อไร
มันเป็นเพียงที่ให้พัก
แสงสีเทาเงินจากรอยมือดำลอยขึ้นจากหน้ากระดาษที่เชื่อมสองโลก
มันก่อตัวเป็นมือเล็ก ๆ ข้างรากต้นไม้ใบแดง
มือดำนั้นลังเล ก่อนจะค่อย ๆ วาดเส้นเล็ก ๆ บนพื้น
เส้นนั้นกลายเป็นร่มหนึ่งคัน
ไม่มีใครถือมัน
แต่มันกางอยู่เหนือม้านั่งพอดี
เด็กชายอดีตผู้ลบมองมัน แล้วหันไปหาเด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรก
“มันกำลังเรียนรู้ใช่ไหม?”
เด็กหญิงพยักหน้า
“เหมือนเรา”
แต่ทันใดนั้น แม่น้ำสีม่วงใต้สะพานก็เริ่มไหลย้อนกลับ
แสงจากร่มกระดาษหลายคันสั่นไหว
เสียงฝนเงียบลง
และบนผิวน้ำ ปรากฏเงาของห้องเรียนเดิม
บนกระดานดำในเงาสะท้อนนั้น มีรอยลบใหม่เพียงบรรทัดเดียว
ไม่มีคำ
ไม่มีชื่อ
มีเพียงภาพของเด็กหญิงกลางลานเมืองที่นั่งอยู่ใต้ร่มร่วมกับคนอื่น
จากนั้น ยางลบขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาภาพนั้น
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกหน้าซีด
“ไม่ใช่มัน” นางกระซิบ
“รอยมือดำไม่ได้ทำแบบนี้แล้ว”
อีรินยกปากกาผลึกขึ้นช้า ๆ
บนแม่น้ำ มีเงาใหม่กำลังลบภาพของโลกแรก
และเสียงหนึ่งดังขึ้นจากใต้สายน้ำ
“หากความเศร้ายังอยู่ในเรื่องราวนั้น... ก็แปลว่า พวกเจ้ายังเขียนมันผิด”

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา