5 ต.ค. เวลา 01:53 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 107: ผู้ตรวจแก้คนแรก

“หากความเศร้ายังอยู่ในเรื่องราวนั้น... ก็แปลว่า พวกเจ้ายังเขียนมันผิด”
เสียงจากใต้แม่น้ำสีม่วงไม่ได้ดัง
แต่มันทำให้ฝนทั้งเมืองหยุดตก
หยดน้ำค้างอยู่กลางอากาศ
ร่มกระดาษที่กางอยู่เหนือลานเมืองหยุดสั่น
แม้แต่ดวงอาทิตย์แตกร้าวบนท้องฟ้าก็เหมือนถูกตรึงไว้กับที่
ผู้คนในเมืองมองแม่น้ำ
เงาสะท้อนของพวกเขากำลังหายไปทีละคน
ไม่ใช่ร่างจริง
ไม่ใช่ชื่อ
เป็นเพียงเงาในน้ำ
หญิงชราที่เพิ่งวางผ้าพันคอข้างเด็กหญิงกลางลานหันมองผิวน้ำ เห็นเงาของตนถูกลบออกจากขอบภาพก่อน
“ข้า...” นางกระซิบ “ข้าเคยอยู่ตรงนั้นหรือ?”
ชายหนุ่มจากโรงตีเหล็กรีบก้าวเข้าไปใกล้นาง
“ท่านเป็นคนเอาผ้าพันคอมาให้” เขาพูด “ข้าเห็น”
หญิงชรามองเขาเหมือนกำลังเกาะคำพูดนั้นไว้
แต่ในแม่น้ำ เงาของชายหนุ่มก็เริ่มซีดลงเช่นกัน
อีรินยกปากกาผลึก
แสงสีน้ำเงินและทองสะท้อนอยู่บนผิวน้ำ
“มันไม่ได้ลบโลกนี้” เขาพูด “มันกำลังลบคนที่เลือกอยู่ข้างกัน”
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกหน้าซีด
“ผู้ตรวจแก้”
ผู้เฝ้าประตูหันมองนางทันที
“เจ้ารู้จักมัน?”
เด็กหญิงกำดินสอสีแดงในมือแน่น
“ข้าไม่เคยเห็นหน้าเขา” นางตอบ “แต่ทุกครั้งที่ข้าส่งงานให้คนอื่นอ่าน จะมีรอยแก้ปรากฏขึ้นก่อนใครเสมอ”
นางมองแม่น้ำที่ไหลย้อนกลับ
“บางครั้งเขาลบแค่เส้นที่เอียง บางครั้งลบคำที่ซ้ำ แต่เมื่อเรื่องไหนมีคนร้องไห้ เขาจะลบทั้งหน้า”
“เขาไม่ใช่รอยมือดำ” เด็กไร้หน้าพูด
“ไม่” เด็กหญิงตอบ “รอยมือดำเกิดขึ้นหลังจากข้ากลัวผู้ตรวจแก้”
เสียงจากแม่น้ำหัวเราะเบา ๆ
“ในที่สุด เด็กน้อยก็จำข้าได้”
ผิวน้ำแยกออกช้า ๆ
กลางแม่น้ำ ปรากฏโต๊ะไม้ยาวสีซีด ลอยอยู่เหนือกระแสน้ำย้อนกลับ บนโต๊ะมีแผ่นกระดาษนับไม่ถ้วนซ้อนสูง และมีปากกาขนนกสีขาววางอยู่ตรงกลาง
ข้างโต๊ะ มีร่างหนึ่งนั่งอยู่
เขาสวมเสื้อคลุมสีเทาอ่อน
แขนเสื้อเปื้อนผงยางลบ
ใบหน้าถูกปิดด้วยหน้ากากเรียบขาว ไม่มีตา ไม่มีปาก ไม่มีรอยยิ้ม
ในมือของเขาไม่ได้ถือยางลบ
เขาถือมีดเล่มเล็กสำหรับตัดกระดาษ
“ผู้ตรวจแก้คนแรก” ผู้เขียนคนแรกพูด
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง
ร่างบนโต๊ะหันมาช้า ๆ
“และอดีตผู้เขียนที่ยอมให้ข้าทำงานแทนตน” เขาตอบ
ผู้เขียนคนแรกไม่เถียง
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกก้าวไปข้างหน้า
“เจ้าลบโลกของข้า”
“ไม่” ผู้ตรวจแก้ตอบอย่างสุภาพ “ข้าปรับมัน”
“เจ้าลบคนที่ร้องไห้”
“ข้าลบสิ่งที่ทำให้คนอ่านเจ็บ”
เด็กหญิงสั่นหัว
“เจ้าลบคนที่นั่งข้างเธอด้วย”
ผู้ตรวจแก้เงียบไปชั่วครู่
จากนั้นเขาจึงเอียงศีรษะเล็กน้อย
“เพราะฉากนั้นไม่แก้ปัญหา”
คำพูดนั้นทำให้เด็กชายที่นั่งข้างเด็กหญิงกลางลานกำมือแน่น
เขาเงยหน้ามองร่างบนโต๊ะกลางแม่น้ำ
“ข้าไม่ได้ต้องการแก้เธอ” เขาพูด
ผู้ตรวจแก้หันมาทางเขา
“แล้วเจ้าทำอะไร?”
เด็กชายกลืนน้ำลาย
“ข้าไม่รู้”
เสียงของเขาสั่น แต่ยังพูดต่อ
“ข้าแค่อยากให้เธอไม่อยู่คนเดียว”
ผู้ตรวจแก้มองเขานานกว่าคนอื่น
“นั่นไม่ใช่คำตอบ”
“มันอาจไม่ใช่” เรนาพูด “แต่คำตอบไม่ใช่สิ่งเดียวที่มีค่า”
ผู้ตรวจแก้หันมองเรนา
“ถ้าไม่มีคำตอบ คนจะติดอยู่กับความเจ็บปวด”
“ถ้ามีแต่คำตอบที่ตัดทุกอย่างออก” เรนาตอบ “คนก็จะติดอยู่กับความเงียบ”
ลมเริ่มพัดอีกครั้ง
หยดฝนที่ค้างอยู่กลางอากาศตกลงช้า ๆ
ผู้ตรวจแก้ยกปากกาขนนกสีขาวขึ้น
“พวกเจ้ากำลังทำให้โลกนี้ไม่ปลอดภัย” เขากล่าว “ความเศร้าทำให้คนกลัว ความคลุมเครือทำให้คนตัดสินใจผิด ความไม่สมบูรณ์เปิดทางให้ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น”
“ใช่” เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกตอบ
ทุกคนหันไปมองนาง
น้ำตาไหลลงบนแก้มของนาง แต่เสียงกลับมั่นคง
“โลกของข้ามีคนเจ็บ มีคนผิดพลาด และมีวันที่ไม่มีใครรู้จะพูดอะไร”
นางยกดินสอสีแดงขึ้น
“แต่ถ้าเจ้าลบทุกอย่างนั้นออก เจ้าก็ไม่ได้ทำให้โลกปลอดภัย เจ้าแค่ทำให้ไม่มีใครรู้ว่า ควรอยู่ข้างใครในวันที่มันยาก”
ผู้ตรวจแก้กำมีดตัดกระดาษแน่น
“แล้วใครจะรับผิดชอบ หากโลกของเจ้าทำให้ใครคนหนึ่งพัง?”
คำถามนั้นหนักจนทั้งลานเมืองเงียบลง
อีรินมองเด็กหญิงที่ร้องไห้ใต้ร่ม
มองผู้คนที่ยังนั่งอยู่ข้างนาง
มองเงาของพวกเขาในแม่น้ำที่กำลังเลือน
จากนั้น เขาวางปลายปากกาผลึกลงบนพื้นสะพานไม้
“เรา” เขาตอบ
แสงสีฟ้าและทองไม่ได้เขียนกำแพง
ไม่ได้เขียนคำสั่ง
ไม่ได้ขวางแม่น้ำ
มันเขียนเป็นเส้นเล็ก ๆ หลายเส้น พาดจากคนหนึ่งไปหาอีกคนหนึ่ง
“ไม่ใช่คนเดียว ไม่ใช่ผู้เขียนคนเดียว ไม่ใช่เด็กคนเดียว” อีรินกล่าว “ถ้าโลกทำให้ใครเจ็บ เราไม่ควรลบเขาออกจากเรื่อง เราควรรับผิดชอบด้วยการฟัง ช่วยกันแก้เท่าที่แก้ได้ และไม่ทิ้งเขาไว้คนเดียว”
อาเรียปล่อยด้ายเงินลงสู่แม่น้ำ
ด้ายไม่ได้ผูกผู้ตรวจแก้
ไม่ได้รั้งมือเขา
มันลอยไปแตะหน้ากระดาษกองหนึ่งบนโต๊ะไม้
หน้ากระดาษเหล่านั้นคือฉากที่เขาเคยตัดออก
เด็กที่โกรธ
ผู้ใหญ่ที่ขอโทษไม่ทัน
บ้านที่พังแล้วสร้างใหม่
เพื่อนสองคนที่เลิกคุยกัน
เมืองที่ยังไม่หายเศร้า
คนที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะยกโทษให้
“เจ้าเคยอ่านหน้าพวกนี้จนจบไหม?” อาเรียถาม
ผู้ตรวจแก้ไม่ตอบ
เด็กหญิงผู้จดจำเปิดสมุดภาพขึ้น
“ข้าจำได้บางหน้า” นางพูด “แต่ข้าจำไม่ครบ เพราะเจ้าฉีกมันก่อนคนข้างในจะได้เล่าต่อ”
ผู้ตรวจแก้มองสมุดภาพ
เป็นครั้งแรกที่มือซึ่งถือมีดตัดกระดาษของเขาสั่น
เด็กชายอดีตผู้ลบเดินไปถึงริมแม่น้ำ เขายกโคมอำพันขึ้น
“ข้าเคยลบภาพคนอื่น เพราะข้าถูกสอนว่า สิ่งที่ไม่พอดีต้องหายไป”
เขามองผู้ตรวจแก้ตรง ๆ
“แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่า บางอย่างไม่พอดีเพราะโลกยังเล็กเกินไป ไม่ใช่เพราะมันควรถูกลบ”
โคมอำพันสว่างขึ้น
แสงของมันสะท้อนในน้ำ จนเงาของหญิงชรา ชายหนุ่ม และเด็กหญิงกลางลานกลับมาปรากฏทีละคน
ไม่ชัดเจน
ยังมีรอยพร่า
แต่ยังอยู่
ผู้ตรวจแก้ลุกขึ้นจากโต๊ะไม้
“พวกเจ้าไม่เข้าใจภาระของการปล่อยให้เรื่องหนึ่งดำเนินต่อ”
ผู้เขียนคนแรกก้าวมาข้างหน้า
“ข้าเข้าใจ”
ทุกคนเงียบ
ผู้เขียนคนแรกมองกองกระดาษของผู้ตรวจแก้
“และข้าเคยใช้เจ้าหลบภาระนั้น”
ผู้ตรวจแก้ชะงัก
“ข้าให้เจ้าเป็นคนตัดสินว่าอะไรควรอยู่ อะไรควรถูกลบ เพราะข้ากลัวจะเป็นคนทำร้ายใครด้วยมือของตัวเอง”
ผู้เขียนคนแรกยกมือที่ยังมีเส้นด้ายแดงบางส่วนพันอยู่
“แต่การยกกรรไกรให้คนอื่น ไม่ได้ทำให้ข้าไม่มีส่วนในหน้าที่ถูกตัด”
ผู้ตรวจแก้เงียบ
หน้ากากขาวของเขาเริ่มมีรอยร้าวเส้นเล็ก
“ข้าทำตามกฎ” เขาพูด
“ข้ารู้” ผู้เขียนคนแรกตอบ “และข้าเสียใจที่ข้าเขียนกฎนั้น”
กระแสน้ำย้อนกลับเริ่มไหลแรงขึ้น
กองหน้ากระดาษบนโต๊ะสั่นไหว เตรียมจะปลิวลงสู่แม่น้ำ
ผู้ตรวจแก้ยกมีดขึ้น
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกก้าวไปยืนหน้าโต๊ะ
“อย่าตัดมันอีก”
“ถ้าข้าไม่ตัด” เขากล่าว “พวกมันจะพัง”
เด็กหญิงยื่นมือออกมา
“บางหน้าจะพัง”
นางตอบ “แต่เราเขียนต่อจากรอยขาดได้”
ผู้ตรวจแก้จ้องมือของนาง
มือเล็กนั้นมีคราบดินสอแดง
เปื้อนฝน
และสั่นอยู่เล็กน้อย
แต่ไม่ถอย
“แล้วถ้าเจ้าวาดผิดอีก?”
เด็กหญิงสูดหายใจ
“เราจะไม่แกล้งทำเป็นว่ามันไม่เกิดขึ้น”
ในแม่น้ำ เงายางลบขนาดใหญ่เริ่มปรากฏอีกครั้ง
แต่คราวนี้ ทุกคนเห็นว่ามันไม่ได้อยู่ใต้ผิวน้ำ
มันอยู่ด้านหลังผู้ตรวจแก้
เหมือนเงาที่ยึดเขาไว้
ผู้ตรวจแก้หันกลับไปเห็นมันเป็นครั้งแรก
หน้ากากขาวร้าวเพิ่มขึ้น
“ไม่...” เขากระซิบ
เงายางลบยกตัวสูงเหนือเมือง
ใหญ่กว่าบ้าน
ใหญ่กว่าสะพาน
ใหญ่พอจะลบร่มกระดาษทั้งลานได้ในครั้งเดียว
แล้วเสียงที่ไม่ใช่ของผู้ตรวจแก้ก็ดังขึ้นจากเงานั้น
“คนที่กลัวความผิดพลาด ย่อมต้องการคนตรวจแก้”
ฝนเริ่มตกหนักอีกครั้ง
เงายางลบเคลื่อนลงมา
ไม่ได้มุ่งหาเด็กหญิงที่ร้องไห้
ไม่ได้มุ่งหาผู้เขียนคนแรก
มันมุ่งตรงไปยังหน้ากระดาษที่อีรินเขียนเส้นเชื่อมระหว่างผู้คน
ผู้ตรวจแก้ยกมีดตัดกระดาษขึ้น
ทุกคนคิดว่าเขาจะช่วยเงายางลบ
แต่เขากลับฟันมีดลงบนหน้ากากของตนเอง
หน้ากากสีขาวแตกออก
ใต้หน้ากากนั้น ไม่มีใบหน้าของปีศาจ
ไม่มีใบหน้าของผู้คุมกฎ
มีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่ง ดวงตาเหนื่อยล้า เต็มไปด้วยรอยขีดแก้สีเทา
เขาหันมองเงายางลบ
“ข้าไม่รู้ว่าจะเขียนต่ออย่างไร” เขาพูด
เงายางลบหัวเราะ
“นั่นคือเหตุผลที่เจ้าต้องลบ”
ผู้ตรวจแก้กำมีดแน่น
“ไม่”
เขาหันไปหาเด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรก
“ถ้าข้าไม่ตัด... เจ้าจะสอนข้าอ่านหน้าที่พังได้ไหม?”
เด็กหญิงยังยื่นมืออยู่
“ได้”
เงายางลบคำรามเป็นเสียงกระดาษฉีกขาด
และอีรินยกปากกาผลึกขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อเขียนคำตอบ
แต่เพื่อเขียนพื้นที่ว่างพอให้ทุกคนเลือกว่าจะยืนอยู่ข้างใคร

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา