6 ต.ค. เวลา 01:23 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 108: สิ่งที่เกิดจากความกลัว

เงายางลบคำราม
เสียงนั้นไม่ได้เหมือนสัตว์ร้าย
ไม่ได้เหมือนฟ้าร้อง
แต่มันเหมือนเสียงหน้ากระดาษนับพันถูกฉีกออกพร้อมกัน
เหนือแม่น้ำสีม่วง ร่างสีขาวซีดของมันยกตัวสูงขึ้น
มันไม่มีดวงตา
ไม่มีปาก
ไม่มีมือที่ชัดเจน
มีเพียงขอบเลือน ๆ ขนาดมหึมา ที่เคลื่อนผ่านตรงไหน เส้นสี เสียง และเงาสะท้อนตรงนั้นก็เริ่มหายไป
ปลายของมันกำลังเคลื่อนเข้าหาเส้นแสงที่อีรินวาดเชื่อมผู้คนในลานเมือง
เด็กชายที่นั่งอยู่ข้างเด็กหญิงกลางลานมองเส้นนั้นอย่างหวาดกลัว
“ถ้ามันลบเส้นพวกนี้...” เขาพูด
“มันจะไม่ลบแค่เส้น” เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกตอบ
นางยังยื่นมือให้ผู้ตรวจแก้อยู่
“มันจะทำให้เราลืมว่า เราเคยเลือกอยู่ข้างกัน”
ผู้ตรวจแก้มองเงายางลบ
ใบหน้าของเขาที่เพิ่งหลุดพ้นจากหน้ากากขาวซีดเผือด
“มันไม่ควรมีตัวตน” เขากระซิบ
“แต่มันมี” ผู้เฝ้าประตูกล่าว “เพราะมีคนมากพอที่กลัวสิ่งเดียวกัน”
เงายางลบหยุดลง
ราวกับคำพูดนั้นเรียกความสนใจของมันได้
เสียงของมันดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้ออกมาจากแม่น้ำหรือท้องฟ้า
มันดังจากในใจของทุกคน
“พวกเจ้าเคยกลัว”
ภาพเลือนรางปรากฏขึ้นเหนือเมือง
ผู้เขียนคนแรกยืนอยู่ในห้องกระดาษเก่าแก่ กำลังมองโลกเล็ก ๆ ที่แตกร้าวเพราะเรื่องราวไม่เป็นไปตามที่วางไว้
ผู้ตรวจแก้ในวัยเยาว์กำลังลบเส้นผิดพลาดบนกระดาษจนปลายนิ้วเปื้อนผงขาว
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกนั่งกอดดินสอสีแดง ฟังคนอื่นเรียกภาพของนางว่าอันตรายเกินไป
เด็กในเสื้อคลุมกระดาษกำยางลบแน่น เพราะกลัวว่าภาพแปลกประหลาดของตนจะถูกหัวเราะเยาะ
เด็กหญิงผู้จดจำเฝ้าเขียนชื่อคนที่หายไป จนลืมไปว่าตัวเองอยากจำอะไร
แม้แต่เด็กไร้หน้า ก็ปรากฏอยู่ในภาพ
เขายืนอยู่หน้ากระดาษว่าง ไม่กล้าวาดเส้นแรก เพราะกลัวว่าจะวาดผิด
“ข้าไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว” เงายางลบกล่าว
ขอบสีซีดของมันสั่นสะเทือน
“ข้าเกิดจากทุกครั้งที่พวกเจ้าพูดว่า ‘ถ้าพังขึ้นมาล่ะ’ แล้วเลือกให้ไม่มีอะไรเริ่มต้นเลย”
ผู้เขียนคนแรกก้มหน้า
ผู้ตรวจแก้กำมีดตัดกระดาษจนมือสั่น
“แล้วจะให้เราทำอย่างไร?” เขาถาม
เงายางลบเคลื่อนลงต่ำ
“กลับไปทำสิ่งที่พวกเจ้าทำได้ดีที่สุด”
มันตอบอย่างสงบ
“ลบก่อนที่มันจะทำร้ายใคร”
แสงเส้นแรกที่อีรินวาดไว้ขาดออก
หญิงชราที่อยู่ข้างเด็กหญิงกลางลานสะดุ้ง
นางมองผ้าพันคอในมือราวกับจำไม่ได้ว่าเอามันมาจากไหน
“ข้าควรกลับบ้านไหม?” นางถามเบา ๆ
เด็กหญิงกลางลานเงยหน้าขึ้น
น้ำตายังอยู่บนใบหน้า
“ถ้าท่านอยากกลับ ก็กลับได้ค่ะ”
หญิงชรามองนาง
“แล้วเจ้าล่ะ?”
เด็กหญิงนิ่งไป
คำตอบนั้นไม่มีใครช่วยตอบแทนได้
“ข้ายังไม่รู้” นางพูดตามจริง
เงายางลบขยับเข้าใกล้อีก
อีรินยกปากกาผลึกขึ้น แต่หยุดก่อนเขียน
เขามองผู้คนในลานเมือง
มองเด็กที่กำลังกลัว
มองผู้ตรวจแก้ที่ยังไม่รู้ว่าจะวางมีดลงอย่างไร
มองเด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกที่ยังยื่นมืออยู่ แม้มือของนางจะสั่น
“มันพูดถูกเรื่องหนึ่ง” อีรินกล่าว
ทุกคนหันมองเขา
“ความกลัวของพวกเราทำให้มันเกิดขึ้น”
ผู้ตรวจแก้หลับตา
“แล้วเราควรกำจัดมัน”
“ไม่” อีรินตอบ
“ถ้าเรากำจัดความกลัวด้วยการลบมันอีก เราก็จะทำเหมือนเดิม”
เงายางลบเงียบลง
อีรินเดินไปยังริมแม่น้ำ
เขาไม่ได้ใช้ปากกาวาดกำแพง
ไม่วาดโซ่
ไม่วาดอาวุธ
เขาวาดวงกลมเปิดเล็ก ๆ บนพื้นเปียกฝน
วงกลมเดิมที่เคยเขียนบนบันไดหน้าว่าง
“นี่คือที่ของอะไร?” เด็กไร้หน้าถาม
“ที่ของสิ่งที่เรายังไม่รู้จะจัดการอย่างไร” อีรินตอบ “รวมถึงความกลัว”
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกมองวงกลมนั้น
จากนั้นนางวาดเส้นสีแดงเล็ก ๆ ต่อจากมัน
ไม่ใช่รั้ว
ไม่ใช่กรง
เป็นเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง
ผู้ตรวจแก้จ้องเก้าอี้นั้น
“เจ้ากำลังทำที่ให้มันนั่งหรือ?”
“ใช่” เด็กหญิงตอบ “แต่ไม่ใช่ให้มันถือยางลบแทนเราอีก”
เงายางลบสั่นแรงขึ้น
“พวกเจ้าไม่เข้าใจ ข้าเกิดมาเพื่อปกป้องพวกเจ้า!”
“เราเข้าใจ” เด็กชายอดีตผู้ลบพูด
เขายกโคมอำพันขึ้น
“ข้าก็เคยคิดว่าการลบทุกอย่างก่อน คือการปกป้อง”
แสงอำพันส่องไปยังเงายางลบ
แทนที่จะสลายมัน แสงกลับเผยให้เห็นรอยต่าง ๆ ภายในตัวมัน
รอยชอล์กที่ถูกลบ
รอยดินสอที่ขีดซ้ำ
คำขอโทษที่เขียนไม่จบ
ภาพเด็กที่นั่งอยู่คนเดียว
ประตูที่ถูกปิดก่อนใครจะทันเคาะ
ภาพทุกอย่างที่เคยถูกลบเพราะคนกลัวว่าจะรับผิดชอบไม่ไหว
เงายางลบไม่ใช่ก้อนว่างเปล่า
มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ทุกคนไม่กล้ามอง
เด็กหญิงผู้จดจำเปิดสมุดภาพ
หน้ากระดาษในมือของนางเริ่มพลิกเอง
แต่คราวนี้ นางไม่รีบเขียนชื่อใครลงไป
นางหันไปถามผู้คนในลานเมืองทีละคน
“คุณอยากให้เราจำอะไร?”
หญิงชราก้มมองผ้าพันคอ
“ข้าอยากให้จำว่า ข้าเคยกลัวจะเข้าไปหาเด็กคนนี้”
ชายหนุ่มจากโรงตีเหล็กพูดตาม
“ข้าอยากให้จำว่า ข้าไม่รู้จะช่วยอย่างไร แต่ข้ายังเอาชามาให้”
เด็กชายใต้ร่มกระดาษมองเด็กหญิงข้างตัว
“ข้าอยากให้จำว่า ข้าถามก่อนนั่ง”
เด็กหญิงกลางลานสูดหายใจ
“ข้าอยากให้จำว่า ข้าร้องไห้... และยังอยู่ตรงนี้”
สมุดภาพสว่างขึ้น
ชื่อไม่ปรากฏ
คำตัดสินไม่ปรากฏ
มีเพียงภาพมือหลายมือกำลังถือสิ่งต่างกัน—ผ้าพันคอ ถ้วยชา ร่ม ดินสอ และมือเปล่า
เงายางลบถอยไปเล็กน้อย
เป็นครั้งแรกที่มันดูเล็กลง
แต่แล้วเสียงของมันก็สั่นไหว
“แล้วถ้าพวกเจ้าล้มเหลวอีกล่ะ?”
ไม่มีใครตอบทันที
เพราะไม่มีคำตอบที่ทำให้ความกลัวหายไปได้
ผู้ตรวจแก้เดินลงจากโต๊ะไม้ลอยกลางแม่น้ำ
รองเท้าของเขาแตะผิวน้ำ แต่ไม่จม
เขาวางมีดตัดกระดาษลงบนโต๊ะ
จากนั้น เขาหยิบหน้ากระดาษที่เคยถูกฉีกครึ่งแผ่นหนึ่งขึ้นมา
บนกระดาษนั้น มีภาพบ้านที่พังจากพายุ
เด็กคนหนึ่งยืนอยู่หน้าซากบ้าน
ข้างเขามีผู้ใหญ่สองคนกำลังเถียงกัน
“ข้าเคยตัดหน้านี้ทิ้ง” ผู้ตรวจแก้พูด “เพราะไม่มีใครช่วยเด็กคนนั้นได้ทัน”
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกเดินมาข้างเขา
“แล้วตอนจบล่ะ?”
“ไม่มี”
“มีหน้าถัดไปไหม?”
ผู้ตรวจแก้มองรอยขาดบนกระดาษ
“ไม่มี ข้าตัดมันก่อน”
เด็กหญิงพยักหน้า
“งั้นเราไม่ต้องแกล้งว่ายังมี”
นางหยิบดินสอสีแดงขึ้น
“แต่เราวาดหน้าถัดไปตอนนี้ได้”
ผู้ตรวจแก้ยื่นกระดาษให้
คราวนี้ เขาไม่ได้เป็นคนกำหนดว่าอะไรควรอยู่บนหน้า
เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกวาดเพียงสิ่งเดียว
ม้านั่งเล็ก ๆ หน้าเศษซากบ้าน
เด็กไร้หน้าวาดร่มไว้เหนือม้านั่ง
เด็กชายอดีตผู้ลบวาดโคมไฟอำพันข้างม้านั่ง
อาเรียวาดด้ายเงินเส้นหนึ่งพาดผ่านพื้น
เรนาวาดถ้วยชาอีกใบ
อีลันวาดหนังสือเปิดอยู่บนม้านั่ง
ผู้เฝ้าประตูวาดประตูที่แง้มออก
ผู้ปฏิเสธคนแรกวาดต้นไม้ปีกเดียว—ต้นไม้ที่ลอยอยู่ในลมแทนที่จะฝังราก
และอีรินวาดวงกลมเปิดไว้ข้างสุดของภาพ
ผู้ตรวจแก้มองภาพนั้น
“นี่ไม่ใช่การแก้ปัญหา”
“ไม่ใช่” อีรินตอบ “แต่มันคือหน้าถัดไป”
เงายางลบคำราม
ขอบของมันเริ่มแตกเป็นผงขาว
“พวกเจ้าจะกลับมาหาข้าอีก” มันกล่าว “เมื่อโลกพัง เมื่อใครทำผิด เมื่อความกลัวหนักเกินกว่าจะถือไหว”
“อาจใช่” เด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรกตอบ
นางมองมันอย่างไม่หลบตา
“แต่คราวหน้า เราจะไม่ส่งเจ้าไปลบแทนเรา”
วงกลมเปิดบนพื้นสว่างขึ้น
เก้าอี้ไม้ตัวเล็กข้างวงกลมยังว่างอยู่
เงายางลบค่อย ๆ หดตัวลง
จากสูงเท่าท้องฟ้า
เหลือสูงเท่าบ้าน
เหลือสูงเท่าเด็กคนหนึ่ง
จนท้ายที่สุด มันกลายเป็นก้อนผงขาวเล็ก ๆ บนเก้าอี้
ไม่มีใครแตะมัน
ไม่มีใครสั่งให้มันหายไป
ฝนเริ่มตกอีกครั้ง
แต่คราวนี้ มันตกอย่างเป็นธรรมดา
ไม่ใช่ฝนที่ถูกเขียนให้เศร้า
ไม่ใช่ฝนที่ถูกลบเพื่อทำให้ทุกคนสบายใจ
เป็นเพียงฝน
เด็กหญิงกลางลานยื่นมือออกไปสัมผัสหยดน้ำ
แล้วหันไปหาเด็กชายที่นั่งข้าง ๆ
“พรุ่งนี้ เจ้าจะมานั่งอีกไหม?”
เด็กชายยิ้มบาง ๆ
“ถ้าเจ้าต้องการ”
เหนือแม่น้ำสีม่วง เงาสะท้อนของทุกคนกลับมาเกือบครบแล้ว
แต่ตรงกลางน้ำ มีเงาหนึ่งยังไม่กลับมา
ไม่ใช่เงาของผู้ตรวจแก้
ไม่ใช่เงาของเด็กหญิงผู้เขียนหน้าแรก
ไม่ใช่เงาของผงยางลบบนเก้าอี้
มันเป็นเงาของคนคนหนึ่งที่ไม่มีใครอยู่บนฝั่ง
เงานั้นยืนอยู่ใต้ร่มสีดำ
และในมือของมัน ถือหน้ากระดาษปิดผนึกด้วยตราสีทอง
ผู้เฝ้าประตูมองเห็นเป็นคนแรก
“มีใครบางคนอ่านเรื่องของเราอยู่”

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา