Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTVHD36
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
5 ต.ค. เวลา 11:00 • ไลฟ์สไตล์
เปิดตำนาน "พระพิรุณ" เทพแห่งสายฝนผู้อยู่คู่คติความเชื่อไทย
เปิดเรื่องราว "พระพิรุณ" เทพแห่งสายฝนในคติพราหมณ์-ฮินดู จากเทพผู้ดูแลระเบียบจักรวาล สู่สัญลักษณ์แห่งน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และการเกษตรของไทย
หลายพื้นที่ของประเทศไทยในช่วงนี้ ยังต้องเผชิญกับฝนตกต่อเนื่อง และบางแห่งมีฝนตกหนัก โดยกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนว่า ช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทำให้เรื่องของ "สายฝน" ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมา ชื่อหนึ่งที่ผูกพันกับความเชื่อเรื่องฝนและน้ำมาอย่างยาวนานคือ "พระพิรุณ"
เทพที่หลายคนรู้จักในฐานะเทพแห่งสายฝน หรือจากภาพเทพทรงพญานาคซึ่งปรากฏเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยงานและสถาบันด้านการเกษตรของไทย แต่หากย้อนกลับไปศึกษาที่มา จะพบว่าคติเรื่องพระพิรุณมีรากเก่าแก่ถึงวรรณคดีพระเวทของอินเดีย และบทบาทของเทพองค์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบันดาลให้ฝนตกเท่านั้น
“พระพิรุณ” กับ “พระวรุณ” คือเทพองค์เดียวกันไหม?
หลายคนอาจคุ้นกับชื่อ “พระพิรุณ” ในฐานะเทพแห่งฝน แต่เมื่อไปอ่านเรื่องราวจากคติอินเดียหรือเอกสารเกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อาจเจอชื่อ “พระวรุณ” จนสงสัยว่าเป็นเทพองค์เดียวกันหรือไม่ คำตอบคือ ทั้ง 2 ชื่อเป็นเทพองค์เดียวกัน
ในประเทศไทย มีการใช้ทั้งชื่อ “พระพิรุณ” และ “พระวรุณ” โดยมักใช้คำว่า “พระวรุณ” เมื่อต้องการกล่าวถึงที่มาในคติอินเดียโบราณ ส่วนชื่อ “พระพิรุณ” เป็นชื่อที่คนไทยคุ้นเคยมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงเทพแห่งน้ำและสายฝน
ก่อนจะเป็นเทพแห่งฝน พระพิรุณเคยเป็นจอมเทพมาก่อน
เรื่องราวของพระพิรุณเก่าแก่กว่าที่หลายคนคิด เพราะสามารถย้อนกลับไปได้ถึงสมัยพระเวทของอินเดียโบราณเมื่อหลายพันปีก่อน ในยุคนั้น “พระวรุณ” ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับฝนหรือน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพชั้นสูง ผู้ดูแลความเป็นระเบียบของโลกและจักรวาล รวมถึงความถูกต้องและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ
เรียกได้ว่า ภาพของพระพิรุณในยุคแรกแตกต่างจากภาพ “เทพแห่งสายฝน” ที่เราคุ้นเคยอยู่ไม่น้อย เพราะพระองค์เคยมีบทบาทกว้างขวางในระดับที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปของจักรวาล ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป ความเชื่อในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูก็เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย บทบาทของพระวรุณจึงค่อย ๆ เปลี่ยนตามไปด้วย
จากจอมเทพ สู่เทพแห่งน้ำ ทะเล และมหาสมุทร
ในยุคต่อมา เทพองค์สำคัญอย่างพระพรหม พระศิวะ และพระวิษณุได้รับความสำคัญมากขึ้น ขณะที่บทบาทของพระวรุณค่อย ๆ เปลี่ยนมาเชื่อมโยงกับ “น้ำ” อย่างชัดเจนกว่าเดิม
พระองค์จึงกลายเป็นเทพแห่งน้ำ ทะเล และมหาสมุทร รวมถึงได้รับการยกให้เป็นเทพผู้รักษา “ทิศตะวันตก” ตามคติเทพประจำทิศของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
แล้ว “พระพิรุณ” มีรูปลักษณ์แบบไหน?
หากพูดถึงพระพิรุณในประเทศไทย หลายคนอาจนึกถึงภาพเทพยืนหรือประทับอยู่บนพญานาค แต่จริง ๆ แล้ว ภาพของพระพิรุณในศิลปกรรมมีอยู่หลายรูปแบบ
กรมศิลปากรอธิบายว่า พระวรุณมักปรากฏเป็นเทพบุรุษทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ บางภาพมี 4 กร บางภาพมี 6 กร และอาจถือสิ่งของแตกต่างกันออกไป เช่น บ่วงบาศ หม้อน้ำ คันศร สังข์ หรือดอกบัว ส่วนพาหนะก็ไม่ได้มีเพียงพญานาคเท่านั้น เพราะในงานศิลปกรรมบางแห่งพบทั้งหงส์และจระเข้ด้วย
ดังนั้น ภาพ “พระพิรุณทรงนาค” ที่คนไทยคุ้นเคย จึงเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการนำเสนอพระองค์ แต่ถือเป็นภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไทย โดยเฉพาะเมื่อถูกนำมาเชื่อมโยงกับน้ำและการเกษตร
พระพิรุณมีหลักฐานอยู่ที่ “ปราสาทพนมรุ้ง”
เรื่องราวของพระพิรุณไม่ได้อยู่เพียงในคัมภีร์หรือวรรณคดี เพราะในประเทศไทยเองก็มีหลักฐานทางศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ โดยหนึ่งในสถานที่สำคัญคือ “ปราสาทพนมรุ้ง” จังหวัดบุรีรัมย์
กรมศิลปากร เผยว่า ภายในปราสาทพนมรุ้งพบภาพสลักพระวรุณหลายแห่ง เช่น ภาพ “พระวรุณทรงนาค” บนลูกบาศก์หินทราย และภาพ “พระวรุณทรงหงส์” บริเวณเรือนยอดของปราสาทประธานด้านทิศตะวันตก
ภาพเหล่านี้อยู่ในศิลปะขอมแบบนครวัด ราวพุทธศตวรรษที่ 17 จึงเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า คติเรื่องพระวรุณแพร่เข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานหลายร้อยปีแล้ว
โดยเฉพาะภาพ “พระวรุณทรงนาค” ที่พนมรุ้ง ถือเป็นหนึ่งในภาพสลักที่โดดเด่นและมีความสำคัญต่อการศึกษาคติเรื่องพระวรุณในดินแดนไทย
พระพิรุณ - British Museum
ทำไม “พระพิรุณ” ถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเกษตร?
คำตอบค่อนข้างตรงไปตรงมา เพราะ “น้ำ” คือหัวใจสำคัญของการเพาะปลูก ในสังคมเกษตรกรรม ฝนและน้ำมีผลโดยตรงต่อพืชผลและความเป็นอยู่ของผู้คน พระพิรุณซึ่งถูกมองว่าเป็นเทพแห่งน้ำและผู้บันดาลฝน จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับความอุดมสมบูรณ์ไปโดยธรรมชาติ
พระพิรุณเป็นเทพแห่งน้ำ ขณะที่พญานาคเป็นพาหนะและมีความสัมพันธ์กับการให้น้ำ ภาพ “พระพิรุณทรงนาค” จึงสื่อถึงน้ำ ฝน และความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเกษตร
ที่น่าสนใจคือ ความสัมพันธ์ระหว่างพระพิรุณกับงานเกษตรของไทยไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่มีรากอยู่ในประวัติศาสตร์ราชการไทยมานานแล้ว
ในอดีต เมื่อยังมีกระทรวงเกษตรพาณิชยการ เสนาบดีของกระทรวงใช้ “ตราพระพิรุณทรงนาค” เป็นตราประจำตำแหน่ง เนื่องจากมองว่าพระพิรุณเป็นเจ้าแห่งน้ำและฝน ส่วนนาคก็เกี่ยวข้องกับน้ำ จึงเหมาะที่จะใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานด้านกสิกรรมและการทำไร่ทำนา
ต่อมาใน พ.ศ. 2476 เมื่อตั้งกระทรวงเศรษฐการ และมีงานด้านการเกษตรอยู่ในความรับผิดชอบ ก็ยังมีการนำตราพระพิรุณทรงนาคมาใช้อีกด้วย
จึงเห็นได้ว่า “พระพิรุณ” ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเกษตรไทยเพียงในแง่ความเชื่อ แต่ยังปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ของหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง
ทำไมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถึงใช้ “พระพิรุณทรงนาค”
หากพูดถึงสัญลักษณ์พระพิรุณในประเทศไทย อีกสถานที่ที่หลายคนน่าจะนึกถึงทันทีคือ “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ตราประจำมหาวิทยาลัยมีภาพ “พระพิรุณทรงนาค” อยู่ตรงกลาง ล้อมด้วยกลีบบัว พร้อมข้อความ “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2486”
ความหมายของสัญลักษณ์นี้ก็สอดคล้องกับรากฐานของมหาวิทยาลัย เพราะพระพิรุณถูกมองว่าเป็นเทพแห่งฝน ผู้ทำให้พืชพรรณธัญญาหารเจริญงอกงาม จึงเหมาะกับสถาบันที่มีจุดเริ่มต้นจากการศึกษาด้านเกษตรกรรม
ต่อมาใน พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังมีแนวคิดสร้างประติมากรรม “พระพิรุณทรงนาค” เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของสถาบัน และมีการสร้างประติมากรรมดังกล่าวในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยในเวลาต่อมา ทำให้ภาพพระพิรุณทรงนาคกลายเป็นสิ่งที่ผูกพันกับชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/news/284530
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTVHD36 :
https://www.facebook.com/PPTVHD36
YouTube :
www.youtube.com/@PPTVHD36
ข่าว
ไลฟ์สไตล์
lifestyle
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย