5 ต.ค. เวลา 04:39 • ความคิดเห็น
น้ำท่วมกรุงเทพฯ แล้วทำไมถึงต้องโทษ ส.ส. ฝ่ายค้าน ?
คำถามนี้ถูกลบ
ผมเชื่อว่ายังมีคนอีกมากมายที่ถามว่า
.
“ทำไมพรรคประชาชนไม่ทำอะไรเลย
ไม่เห็นมีงบอะไรมาให้เลยตอนน้ำท่วม?”
.
นี่คือเหตุผลว่า
ทำไมเราถึงต้องตามการเมือง
และเข้าใจว่าใครมีอำนาจทำอะไรได้บ้าง
.
พรรคประชาชนไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่เป็นฝ่ายค้าน
.
นั่นหมายความว่า พรรคและ สส.
ไม่มีอำนาจสั่งหน่วยงานราชการ
ไม่มีอำนาจสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด
ไม่มีอำนาจสั่งกรมชลประทานให้เปิด-ปิดประตูน้ำ
ไม่มีอำนาจสั่งเครื่องสูบน้ำ
และที่สำคัญ ไม่มีอำนาจหยิบ “งบประมาณแผ่นดิน”
สำหรับแก้ปัญหาน้ำท่วมออกมาใช้เอง
.
งบประมาณของประเทศไม่ได้ถูกแบ่งเป็นก้อน ๆ
แล้วแจกให้ สส. แต่ละคนถือไว้ว่า
.
“เขตนี้มี สส. คนนี้ เอาเงินไปช่วยประชาชนได้เลย”
ระบบไม่ได้ทำงานแบบนั้น
.
งบประมาณแผ่นดินถูกจัดสรรให้ หน่วยงานของรัฐและหน่วยรับงบประมาณ ตามกระบวนการงบประมาณ
.
ส่วนรัฐบาลและหน่วยงานฝ่ายบริหารเป็นผู้บริหารและเบิกจ่ายตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย Budget Bureau
.
ดังนั้นเวลาเกิดน้ำท่วม
สิ่งที่ สส.ฝ่ายค้านทำได้จึงเป็นคนละประเภทกับสิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานฝ่ายบริหารทำได้
.
สส.สามารถลงพื้นที่ ประสานหน่วยงาน รับเรื่องร้องเรียน นำปัญหาของประชาชนเข้าสู่สภา ตั้งกระทู้ถาม ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ผลักดันข้อเสนอ รวมถึงช่วยเหลือประชาชนด้วยทรัพยากรที่หาได้อย่างถูกกฎหมาย
.
แต่สิ่งที่ สส.ฝ่ายค้านทำไม่ได้ คือเดินเข้าไปที่หน่วยงานรัฐแล้วบอกว่า
.
“เอางบมา 20 ล้านบาท เดี๋ยวผมเอาไปซื้อเครื่องสูบน้ำ แจกถุงยังชีพ และแก้น้ำท่วมในเขตของผมเอง”
.
เพราะเขาไม่มีอำนาจบริหารงบประมาณแบบนั้น
.
นี่จึงเป็นความแตกต่างสำคัญระหว่างคำว่า “ฝ่ายนิติบัญญัติ” กับ “ฝ่ายบริหาร”
.
ฝ่ายค้านมีหน้าที่สำคัญในการ ตรวจสอบ ตั้งคำถาม เสนอทางแก้ ผลักดันผ่านสภา และเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน
.
ซึ่งรัฐสภาเองอธิบายบทบาทสำคัญของฝ่ายค้านไว้ในลักษณะนี้ CDC
.
ส่วนรัฐบาลและหน่วยงานฝ่ายบริหารมีเครื่องมืออีกแบบหนึ่ง คือ อำนาจบริหาร หน่วยงานราชการ บุคลากร เครื่องจักร และงบประมาณตามที่กฎหมายให้อำนาจ
.
เพราะฉะนั้น เวลาน้ำท่วมแล้วเราเห็น สส.ฝ่ายค้านลงพื้นที่พร้อมอาหารไม่กี่ร้อยกล่อง เรือไม่กี่ลำ หรือถุงยังชีพจำนวนหนึ่ง
.
อย่าเพิ่งเอาจำนวนของเหล่านั้นไปเปรียบเทียบกับทรัพยากรของรัฐ แล้วถามว่า
.
“ทำไมช่วยได้แค่นี้?”
.
คำถามที่ควรถามควบคู่กันคือ
.
“หน่วยงานที่มีงบประมาณ มีเครื่องจักร มีเจ้าหน้าที่ และมีอำนาจตามกฎหมาย กำลังทำอะไรอยู่?”
.
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านเองก็ต้องถูกตรวจสอบเหมือนกันว่า ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ประสานงาน เสนอทางออก และกดดันให้ฝ่ายบริหารแก้ปัญหาอย่างเต็มที่หรือไม่
.
การเป็นฝ่ายค้านไม่ได้แปลว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เพียงแต่ความรับผิดชอบและเครื่องมือที่มี ไม่เหมือนกับรัฐบาล
.
นี่แหละครับว่าทำไมเราต้องตามการเมือง
ไม่ใช่เพื่อตามเชียร์พรรคใดพรรคหนึ่ง
แต่เพื่อให้รู้ว่า เวลาเกิดปัญหา ใครมีอำนาจ ใครมีงบ ใครมีหน้าที่ และเราควรเรียกร้องคำตอบจากใคร
.
เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าใครมีอำนาจทำอะไร
เราอาจกำลังตั้งคำถามกับคนที่ไม่มีเครื่องมือแก้ปัญหา
ในขณะที่คนที่ถือเครื่องมือจริง ๆ กลับไม่ถูกถามเลย
.
และสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน สส.ท้องที่ อบจ. เทศบาล หรือหน่วยงานราชการ
.
ประชาชนมีสิทธิถามและตรวจสอบทุกฝ่าย เพียงแต่ต้องถามให้ตรงกับอำนาจและหน้าที่ของแต่ละฝ่าย
.
ปล. เจอข้อเขียนนี้ในFB ให้คำอธิบายได้ชัดเจนดี แต่ไม่ได้ copy link ไว้ ขออภัยด้วยค่ะ
โฆษณา