วันนี้ เวลา 05:00 • ข่าวรอบโลก

รุมตอม 'ขุมทรัพย์เวียดนาม' สหรัฐ-รัสเซีย-ญี่ปุ่น แห่ขุดพลังงานนอกชายฝั่งเวียดนาม

จับตา ‘ขุมทรัพย์พลังงานทะเลจีนใต้’ หลังบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น สหรัฐ และรัสเซีย แห่ลงทุน ‘นอกชายฝั่งเวียดนาม’ หวังเข้าถึงแหล่งพลังงาน แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากข้อพิพาททางทะเลกับจีนและต้นทุนขุดเจาะสูง
“เวียดนาม” กลายเป็นสมรภูมิแข่งขันด้านพลังงานครั้งใหม่ หลังบริษัทน้ำมันและก๊าซจากญี่ปุ่น สหรัฐ และรัสเซีย เร่งลงทุนพัฒนาแหล่งพลังงานนอกชายฝั่งในทะเลจีนใต้ หวังชิงส่วนแบ่งตลาดที่มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า โครงการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ กำลังทยอยเกิดขึ้น “นอกชายฝั่งเวียดนาม” ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรพลังงานอุดมสมบูรณ์ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทต่างชาติเร่งขยายการลงทุนเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เติบโตตามเศรษฐกิจ
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ แหล่งก๊าซ Sao Vang-Dai Nguyet ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท Idemitsu Kosan ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งทางตอนใต้ของเวียดนามประมาณ 350 กิโลเมตรในทะเลจีนใต้ ใช้งบก่อสร้างมากกว่า 632 ล้านดอลลาร์
แหล่งก๊าซดังกล่าวเริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันมีกำลังผลิตประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ผ่านหลุมผลิต 7 หลุม และยังสามารถขยายเพิ่มเติมได้อีก 5 หลุม โดยก๊าซที่ผลิตได้จะส่งผ่านท่อไปยังโรงไฟฟ้าและโรงงานบนฝั่ง หากนำก๊าซทั้งหมดไปผลิตไฟฟ้า จะให้พลังงานเทียบเท่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1 กิกะวัตต์
ขุมทรัพย์พลังงานนอกชายฝั่งเวียดนาม (ภาพ: pvep)
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังมีความอ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้แนว “เส้นประ 9 เส้น” ที่จีนใช้อ้างสิทธิในทะเลจีนใต้ โดยผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการของโครงการระบุว่า พบเรือต้องสงสัยปรากฏตัวในบริเวณใกล้เคียงแทบทุกวัน
ขณะเดียวกัน บริษัทพลังงานรายใหญ่จากหลายประเทศกำลังเดินหน้าลงทุนในเวียดนาม โดย Murphy Oil ของสหรัฐ ร่วมกับ SK Group ของเกาหลีใต้ พัฒนาแหล่งน้ำมัน Lac Da Vang ในน่านน้ำนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเวียดนาม
ขณะที่บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอย่าง ExxonMobil ผลักดันโครงการก๊าซ Ca Voi Xanh นอกชายฝั่งเมืองดานัง ทางตอนกลางของเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ
ฝั่งญี่ปุ่นยังมีโครงการก๊าซ Block B ในอ่าวไทย ซึ่ง Mitsui Oil Exploration ถือหุ้นอยู่ และคาดว่าจะเริ่มผลิตได้เร็วที่สุดในปีหน้า เพื่อนำก๊าซไปป้อนโรงไฟฟ้าที่มีบริษัทญี่ปุ่นอย่าง Marubeni ร่วมลงทุน
ส่วน “รัสเซีย” ยังคงรักษาบทบาทสำคัญผ่านบริษัทพลังงานของรัฐ Zarubezhneft ซึ่งดำเนินธุรกิจในเวียดนามมากว่า 40 ปี และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเวียดนามให้ขยายการสำรวจและลงทุนในแหล่งพลังงานนอกชายฝั่งเพิ่มเติม
การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นยังลุกลามไปถึงตลาดแรงงาน โดยบริษัทพลังงานสหรัฐเสนอค่าตอบแทนสูงเพื่อดึงตัวบุคลากรที่มีประสบการณ์จากคู่แข่ง
สำหรับรัฐบาลเวียดนาม การพัฒนาแหล่งพลังงานในประเทศถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ หลังผลผลิตจากแหล่งถ่านหินและก๊าซเดิมทยอยลดลง ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานมากขึ้น
ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าถ่านหินมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการผลิตไฟฟ้า ขณะที่พลังน้ำมีสัดส่วนมากกว่า 30% ส่วนที่เหลือมาจากก๊าซธรรมชาติ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์
รัฐบาลตั้งเป้าขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติเป็นสูงสุด 37 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 ซึ่งจะทำให้ความต้องการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
จากสงครามอิหร่านและความผันผวนของราคาพลังงานโลก สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพา LNG นำเข้า ส่งผลให้เวียดนามจำเป็นต้องเร่งพัฒนาแหล่งก๊าซในประเทศร่วมกับพันธมิตรต่างชาติ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
ทั้งนี้ การพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ยังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุน เนื่องจากแหล่งสำรองที่ยังไม่ได้พัฒนาจำนวนมากตั้งอยู่ในทะเลลึกและห่างไกลชายฝั่ง ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่าโครงการในเขตน้ำตื้น
โฆษณา