Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
9 ต.ค. เวลา 12:09 • ธุรกิจ
หรือ Firefox จะเป็นผู้ชนะตัวจริง? Browser หนึ่งเดียวที่ไม่ยอมขายวิญญาณให้นายทุน
ผมว่าทุกท่านคงจะเคยเจอประสบการณ์ในเวลาที่เราไถแอปชอปปิงออนไลน์หารองเท้าคู่ใหม่แค่ครั้งเดียว
แต่หลังจากนั้นตลอดสองสัปดาห์ รองเท้าคู่นั้นดันตามหลอกหลอนไปทุกที่
ไม่ว่าจะเปิดเว็บอ่านข่าว ไถโซเชียล หรือแม้แต่เข้าเว็บบอร์ดลึกลับตอนตีสองเพราะนอนไม่หลับ
บอกเลยว่าเรื่องพวกนี้ไม่ใช่ความบังเอิญหรือผีหลอกอะไรทั้งนั้น
แต่มันคือการที่เบราว์เซอร์เปิดประตูให้ “Tracker” เดินตามเรากลับบ้านต่างหาก…
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคนใช้อินเทอร์เน็ตมีของฟรีระดับเทพตัวนึงคอยช่วยหยุดวงจรน่ารำคาญพวกนี้
เครื่องมือตัวนั้นมีชื่อว่า uBlock Origin ที่คนใช้ Chrome น่าจะคุ้นเคยกันดี
แต่ตอนนี้มันเกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้ทุกเบราว์เซอร์บนโลกต้องเลือกข้าง
ว่าจะยืนหยัดปกป้องความเป็นส่วนตัวของเรา หรือจะยอมก้มหัวให้กลุ่มทุนโฆษณา
วันนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ปากบอกว่าอยู่ข้างเรา ซึ่งเอาเข้าจริงมีแค่เจ้าเดียวที่ทำแบบนั้นได้จริงๆ…
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าทำไม uBlock Origin ถึงสำคัญกับคนกว่า 40 ล้านคนทั่วโลก
สำหรับหลายคนมันคือสิ่งเดียวที่ทำให้การท่องอินเทอร์เน็ตในยุคนี้ยังเป็นเรื่องที่ทนได้
แต่ความจริงที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้คือมันไม่ใช่แค่ตัวบล็อกโฆษณาธรรมดา
เวลาที่เราพิมพ์ชื่อเว็บแล้วกดเอนเทอร์ เราไม่ได้กำลังคุยกับเว็บนั้นแค่เว็บเดียว
ระหว่างที่หน้าเว็บกำลังโหลด เบราว์เซอร์ของเราแอบเชื่อมต่อกับบริษัทหลังบ้านอีกเป็นสิบเป็นร้อย
บริษัทนึงส่งรูปภาพ อีกบริษัทส่งวิดีโอ อีกเจ้าคอยยิงโฆษณาใส่หน้าเรา
และมีบางบริษัทที่โผล่มาแค่เพื่อบันทึกข้อมูลว่าเราเคยเข้ามาเหยียบหน้านี้แล้ว
ไอ้บริษัทตัวหลังสุดนี่แหละที่วงการเทคเรียกว่า Tracker…
หน้าที่หลักของ Tracker คือพยายามจดจำตัวตนของเราเวลาไปไหนมาไหนบนอินเทอร์เน็ต
สมมติเราเดินเข้าร้านค้าออนไลน์ ไปส่องรองเท้าคู่ที่เล็งไว้แล้วก็ปิดเว็บทิ้งไป
พอตกดึกเราเปิดเว็บข่าวที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย แต่ดันเจอโฆษณารองเท้าคู่เดิมเป๊ะโชว์หราอยู่
เว็บข่าวรู้ได้ยังไงว่าเราเคยดูอะไรมาก่อนหน้านี้
คำตอบคือมันมีระบบบางอย่างที่คอยชี้เป้าว่าเราคือคนเดียวกับที่ไปดูรองเท้าเมื่อตอนบ่าย
ตรงนี้แหละที่ uBlock Origin เข้ามาสวมบทฮีโร่คอยปกป้องพวกเรา
ก่อนที่การเชื่อมต่อหลังบ้านพวกนี้จะเกิดขึ้น มันจะคอยยืนเป็นยามรักษาความปลอดภัย
คอยตรวจสอบและตัดสินใจว่าจะยอมให้ใครผ่าน หรือจะเตะใครออกไปจากหน้าจอ
โฆษณา โดเมนแปลกๆ ทั้งหมดนี้โดนสกัดไว้ได้เรียบ
มันเลยเป็นปราการด่านสำคัญที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวของเราได้อย่างยอดเยี่ยม…
เครื่องมือนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2014 โดยนักพัฒนาที่ชื่อว่า Raymond Hill
ความเจ๋งคือมันเป็นโปรแกรมแบบ Open source ที่เปิดให้ทุกคนเข้าไปดูโค้ดเบื้องหลังได้หมด
ไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่มีเวอร์ชันพรีเมียมเพื่อรีดไถเงินเราซักบาท
ที่พีกไปกว่านั้นคือตลอดหลายปีที่ผ่านมา Hill ถึงขั้นต้องประกาศขอร้องให้คนเลิกโดเนทเงินให้เขาซักที
1
แต่โลกสวยๆ ก็อยู่ได้ไม่นาน วันนึง Hill ไปอ่านเจอแผนการของ Google
ยักษ์ใหญ่เตรียมจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับส่วนขยายบนหน้า Chrome
ซึ่งกติกาใหม่นี้มีชื่อเรียกว่า “Manifest V3”
อธิบายง่ายๆ คือในยุคก่อน ตัวบล็อกอย่าง uBlock Origin มีสิทธิ์ขาดในการมองเห็นการเชื่อมต่อทั้งหมด
และมีอำนาจตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้นเลยว่าจะให้ใครผ่านหรือไม่ให้ผ่าน
แต่พอ Google เอา “Manifest V3” มาใช้ กติกาการทำงานก็ถูกพลิกกลับด้าน
จากเดิมที่ extension มีสิทธิ์ตัดสินใจเอง เปลี่ยนมาเป็นต้องเขียนบัญชีรายชื่อกฎส่งให้ Chrome ล่วงหน้า
เช่นถ้าเจอเจ้านี่โผล่มาให้บล็อกทิ้ง แต่ถ้าเจออีกคนให้ปล่อยผ่านไป
จากนั้น Chrome จะเป็นคนนำกฎพวกนี้ไปประมวลผลและจัดการเอง…
ฟังดูเหมือนแค่วิธีการทำงานที่เปลี่ยนไป แต่นัยยะสำคัญของมันคือการสลับขั้วอำนาจ
จากที่เครื่องมือเคยฟันธงได้เองแบบอิสระ ตอนนี้ต้องมาทำงานภายใต้กรอบที่ Chrome ขีดเส้นไว้
Chrome จะเป็นคนบอกเองว่าอนุญาตให้มีกฎได้กี่ข้อ และ extension สามารถทำอะไรได้บ้าง
แน่นอนว่า Google ออกมาให้เหตุผลว่าทำแบบนี้ก็เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
ซึ่งเอาจริงๆ มันก็มีน้ำหนักมากพอสมควรเลย
เพราะ extension ที่มีอำนาจล้นมือ ถ้าวันดีคืนดีโดนแฮกหรือคนสร้างเกิดเปลี่ยนใจกลายเป็นโจร
มันก็คือภัยพิบัติทางไซเบอร์ดีๆ นี่เอง
แต่สำหรับเครื่องมือระดับเทพอย่าง uBlock Origin นี่คือการตัดแขนตัดขาอย่างแท้จริง
เพราะความเก่งกาจของมันมาจากการประเมินสถานการณ์แบบยืดหยุ่นหน้างาน
ซึ่งกติกาใหม่นี้ไม่รองรับการทำงานแบบนั้นอีกต่อไป…
นี่คือจุดกำเนิดของเวอร์ชันที่ถูกปรับลดสเปกเพื่อให้รันบนกฎใหม่ได้
แม้หน้าตาจะดูคล้ายเดิมและยังบล็อกอะไรได้หลายอย่าง
แต่วิญญาณนักฆ่าและอิสระในการสกัดกั้นตัวติดตามมันได้หายไปแล้ว
Hill เคยส่งสัญญาณเตือนเรื่องนี้มาหลายปี แต่คนส่วนใหญ่ก็ดันมองข้าม
จนกระทั่งความจริงมาถึง ในปี 2024 Chrome เริ่มทยอยปิดกั้นส่วนขยายที่ใช้ระบบเก่า
พอมาถึงปี 2025 กติกาใหม่ก็ถูกบังคับใช้กับผู้ใช้ทุกคนแบบเบ็ดเสร็จ
และในที่สุด uBlock Origin ตัวเต็มก็ถูกถอดออกจากร้านค้าของ Chrome อย่างถาวร…
แต่เรื่องราวมันยังไม่จบ ความน่าสนใจคือ Chrome ไม่ใช่เจ้าเดียวที่เจอทางแยกนี้
Firefox เองก็ต้องตัดสินใจเหมือนกัน
แต่ในขณะที่ฝั่งนึงเลือกที่จะหักดิบและทิ้งระบบเก่า
Mozilla ผู้สร้าง Firefox กลับเลือกเดินสวนทาง
พวกเขายืนกรานว่าจะยังคงอนุญาตให้ระบบดั้งเดิมทำงานต่อไป
ปัญหาเดียวกัน แต่สองบริษัทให้คำตอบที่ต่างกันสุดขั้ว
ทำไม Firefox ถึงกล้าหักหน้ากฎใหม่ ในขณะที่คนอื่นต้องยอมจำนน…
เพื่อไขข้อข้องใจนี้ เราต้องกลับไปดูข้ออ้างเรื่องความปลอดภัยของ Google อีกรอบ
การปล่อยให้ extension เข้าถึงข้อมูลหน้าเว็บได้ทั้งหมดถือเป็นดาบสองคม
ลองนึกภาพว่าเราไปโหลด extension หน้าตาน่ารักๆ ที่บอกว่าจะช่วยเปลี่ยนสีแถบด้านบน
คนโหลดไปใช้กันรึ่มโดยไม่คิดอะไร แต่ภายใต้ความน่ารักนั้นมันอาจจะกำลังจดว่าเราเข้าเว็บอะไร
หรือแม้แต่แอบดูรหัสผ่านที่เรากำลังพิมพ์ลงไปแบบเงียบๆ
ปัญหาเรื่อง extension ประสงค์ร้ายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในวงการเทค
การตัดสินใจของ Google จึงเป็นการแก้ปัญหาแบบเหวี่ยงแหเพื่อริบอำนาจกลับมา
มองในมุม Google นี่คือการลดความเสี่ยง
แต่ถ้ามองในมุมของคนสร้างเครื่องมือความเป็นส่วนตัว นี่คือการตั้งตัวเองเป็นผู้คุมกฎ…
ส่วนวิธีแก้ปัญหาของ Firefox นั้นบอกเลยว่าเจ๋งกว่ามาก
แทนที่จะริบอำนาจคืน พวกเขาเลือกที่จะเก็บความสามารถเหล่านั้นไว้ให้ extension ทำงานอย่างเต็มที่
แต่ไปสร้างกำแพงกั้นตรงประตูทางเข้าแทน
extension ที่จะมาลงในระบบของ Firefox ได้ ต้องผ่านการตรวจสอบจาก Mozilla ก่อน
นี่ไม่ใช่การเลือกระหว่างความปลอดภัยกับความหละหลวม แต่คือการเลือกว่าจะวางความไว้ใจไว้ที่ไหน
Google เลือกดึงความเชื่อมั่นกลับมาที่ตัวเอง ในขณะที่ Mozilla เลือกกระจายอำนาจ…
กลับมาที่คำถามสำคัญ ทำไมค่ายอื่นถึงยอมไหลตามน้ำ มีแค่ Firefox ที่กล้ายืนหยัดสู้
คำตอบที่จริงใจที่สุดมีเพียงคำเดียว นั่นคือเรื่องของเงิน
โปรแกรมพวกนี้เราโหลดมาใช้งานกันฟรีๆ ทั่วโลก
การจะจ้างวิศวกรหัวกะทิและพัฒนาระบบ มันต้องมีคนจ่ายบิลค่าใช้จ่ายพวกนี้
รายได้หลักของ Google กว่าครึ่งค่อนบริษัทมาจากธุรกิจโฆษณา
และ Chrome ก็เปรียบเสมือนสิ่งที่ Google ใช้เฝ้ามองพฤติกรรมคนทั้งโลก
เมื่อถึงวันต้องเลือกระหว่างเครื่องมือฆ่าโฆษณากับเส้นเลือดใหญ่ของบริษัท บทสรุปมันก็เลยชัดเจน…
มาดูฝั่งเบราว์เซอร์ทางเลือกอย่าง Brave กันบ้าง
หลายคนอาจจะโดนตกเพราะชอบจุดขายที่บล็อกโฆษณาให้ตั้งแต่แกะกล่องแถมทำงานไว
แต่ความจริงอีกมุมคือ Brave มีระบบนิเวศโฆษณาเป็นของตัวเอง
ถ้าเราเปิดโหมดสะสมแต้ม เราจะเห็นโฆษณาที่คัดมาให้ แลกกับเหรียญคริปโตของบริษัท
สรุปคือเบราว์เซอร์ที่ไล่บล็อกโฆษณาชาวบ้าน สุดท้ายก็กระโดดลงมาเล่นในบ่อโฆษณาซะเอง…
หรือแม้แต่เบราว์เซอร์ขวัญใจสายลับอย่าง DuckDuckGo ที่มีจุดยืนแข็งแกร่งเรื่องความเป็นส่วนตัว
แต่เมื่อกลางปี 2022 มีคนไปขุดเจอเรื่องโป๊ะแตกเข้าอย่างจัง
ระบบของเขาสกัดกั้นตัวติดตามจากบริษัทอื่นได้หมด แต่กลับปล่อยให้ตัวติดตามจากค่าย Microsoft เดินลอยชายผ่านไปได้เฉย
เบื้องหลังคือระบบของ DuckDuckGo ไปพึ่งพาเครื่องมืออย่าง Bing ซึ่งเป็นลูกรักของ Microsoft
และสัญญาก็ดันมีเงื่อนไขห้ามไม่ให้ไปเตะสกัดตัวติดตามของพาร์ทเนอร์ตัวเอง
แน่นอนว่าพอเรื่องแดงขึ้นมาจนทัวร์ลง ผู้บริหารก็ต้องรีบออกมาแก้เกมเป็นการด่วน…
สรุปแล้วทั้ง Chrome, Brave และ DuckDuckGo ล้วนมีราคาที่ต้องจ่ายและมีนายทุนที่ต้องเกรงใจ
หันกลับมามองตัวตึงอย่าง Firefox ตลอดช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน
พวกเขาไม่ได้มีพาร์ทเนอร์รายใหญ่ที่ต้องเอาอกเอาใจ หรือมีเครือข่ายโฆษณาของตัวเอง
ถ้าลองโหลด Firefox มาติดตั้งแบบสดๆ
สิ่งแรกที่จะเจอคือระบบป้องกันที่เปิดสแตนด์บายไว้ให้เลย กดดูปุ๊บรู้ปั๊บว่าเตะตัวติดตามไปแล้วกี่ตัว
ฟีเจอร์ที่ว้าวมากๆ คือระบบที่แยกคุกกี้ของแต่ละเว็บออกจากกันเด็ดขาด
เว็บขายรองเท้าอาจจะแอบหย่อนป้ายติดตามไว้ แต่พอเราย้ายไปเว็บอื่น มันจะโดนขังลืมอยู่ตรงนั้น…
แถมยังมีระบบแยกพื้นที่การทำงานของแท็บต่างๆ ออกจากกัน
ชอปปิงแท็บนึง ทำงานแท็บนึง ข้อมูลไม่มีทางรั่วไหลข้ามหากันได้
และจุดที่แข็งแกร่งที่สุดคือ Firefox ยืนหยัดสร้างเอนจินของตัวเองที่ชื่อว่า Gecko
ในขณะที่ค่ายอื่นหันไปใช้โครงสร้างของ Google กันหมด
การมีเอนจินเป็นของตัวเองทำให้ไม่ต้องคอยหายใจยืมจมูกใคร และไม่ต้องก้มหัวทำตามกฎกติกาคนอื่น…
แต่อย่าเพิ่งคิดว่า Mozilla จะเป็นนักบุญที่ขาวสะอาดไปซะหมด
บางเว็บที่ปรับแต่งมาเพื่อ Chrome พอมาเปิดใน Firefox ก็อาจจะเจออาการหน้าจอเบี้ยว
และเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งโดนด่าเรื่องแอบเปิดฟีเจอร์วัดผลโฆษณาโดยไม่ถามไถ่
แต่นั่นยังไม่พีกเท่ากับความลับระดับจักรวาลข้อนี้
เชื่อหรือไม่ว่าธุรกิจของ Mozilla ถูกหล่อเลี้ยงด้วยเงินทุนจาก Google…
เพราะรายได้กว่า 86% ของ Mozilla มาจากการทำสัญญาให้ Google เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น
ฟังดูตลกร้ายที่เบราว์เซอร์ขบถกลับรอดตายมาได้เพราะเงินของคู่แข่ง
แต่กุญแจสำคัญคือข้อตกลงนี้ซื้อได้แค่ตำแหน่งเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น ซึ่งเราคลิกเปลี่ยนได้ง่ายๆ
สัญญานี้ไม่มีอำนาจแฝงในการเข้าไปแทรกแซงว่าเครื่องมือบล็อกโฆษณาต้องทำงานยังไง
Chrome แบนเครื่องมือเพราะตัวเองคือ Google
DuckDuckGo เคยยอมหรี่ตาข้างนึงเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์
แต่ Mozilla รับเงินมหาศาลจากคู่แข่ง แต่ก็ยังกล้าเซย์โนให้กับกฎเกณฑ์เผด็จการ…
เรื่องราวของ uBlock Origin ชี้ให้เห็นสัจธรรมอย่างนึง
เครื่องมือตัวนี้เคยขอแค่ให้เรากดติดตั้ง แล้วมันก็ทำงานโดยไม่เคยร้องขอข้อมูลกลับมา
วิถีทางแบบนี้เคยเป็นเรื่องปกติในโลกเทคโนโลยียุคเก่า
แต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการยัดเยียดโฆษณา สมาร์ตทีวีแอบเก็บพฤติกรรม
หรือแอปไฟฉายในมือถือที่ดันมาขออนุญาตเข้าถึงพิกัดบอกตำแหน่งของเรา
สัจธรรมข้อนั้นก็คือบนโลกอินเทอร์เน็ตไม่มีอะไรได้มาฟรี…
ถ้าไม่ได้ควักกระเป๋าจ่ายด้วยเงิน ก็แปลว่าเรากำลังเอาข้อมูลส่วนตัวไปจ่ายแทน
คำถามคือวันนี้เราพร้อมจะเปิดรับความจริงและลงมือเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือที่จริงใจกับเรากว่ามั๊ย
เพราะเอาเข้าจริงการย้ายค่ายเบราว์เซอร์เดี๋ยวนี้ใช้เวลาตั้งค่าแป๊บเดียว
ประวัติการเข้าชมหรือรหัสผ่านก็กดโอนย้ายตามมาได้หมด
ข้ออ้างที่ว่ากลัวยุ่งยากคงจะใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ลองเช็กดูว่าอุปกรณ์ในมือตอนนี้กำลังเสิร์ฟผลประโยชน์ให้ใคร
ระหว่างความสะดวกสบายของเรา หรือบัญชีรายรับของบริษัทยักษ์ใหญ่กันแน่ครับผม
References : [google,mozilla,github,eff,brave]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หรือคลิกลิงก์ใน Comment ได้เลยครับ
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/or-will-firefox-be-the-real-winner/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
การลงทุน
ธุรกิจ
เทคโนโลยี
2 บันทึก
11
2
11
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย