•
11 ต.ค. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

เอลนีโญกำลังแรงขึ้น จ่อทำอุณหภูมิทะเลแปซิฟิก สูงสุดเป็นประวัติการณ์

มหาสมุทรแปซิฟิกกำลังส่งสัญญาณบางอย่างที่นักวิทยาศาสตร์ต้องจับตา เพราะอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรตอนกลางและตะวันออกกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตามการคาดการณ์ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) อุณหภูมิในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2026 อาจขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา
และเบื้องหลังของปรากฏการณ์นี้ คงเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘เอลนีโญ’ ที่กำลังทวีความรุนแรง และอาจส่งผลต่อรูปแบบอากาศทั่วโลกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ข้อมูลจาก WMO ระบุว่า เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นต่อเนื่องก่อนจะถึงจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม
และมีความเป็นไปได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ปรากฏการณ์นี้จะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027 อีกทั้งคราวนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา
ตามข้อมูลของ WMO ชี้ว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางถึงตะวันออกมีความผิดปกติ โดบอุณหภูมิแถบนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.6 องศาเซลเซียสในเดือนมิถุนายน 2026 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 องศาเซลเซียสในเดือนสิงหาคม
สำหรับค่าเฉลี่ยในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม คาดการณ์ว่าความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลอาจเพิ่มขึ้นไปถึงประมาณ 3.7 องศาเซลเซียส และคาดว่าจะสูงสุดในเดือนธันวาคม
ซึ่งหากเป็นไปตามการคาดการณ์ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะสูงกว่าสถิติเดิมที่ประมาณ 2.6 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2015 ถึงมกราคม 2016
สำหรับเอลนีโญเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์เอลนีโญ–ลานีญา (ENSO) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความแปรปรวนของอุณหภูมิน้ำทะเลและระบบบรรยากาศเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน
เมื่อเข้าสู่ช่วงเอลนีโญ การกระจายตัวของความร้อนและรูปแบบลมเหนือมหาสมุทรจะเปลี่ยนไป ส่งผลให้รูปแบบฝนและอุณหภูมิในหลายภูมิภาคของโลกเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
รายงานคาดการณ์ภูมิอากาศตามฤดูกาลของ WMO ระบุว่า ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม พื้นที่กว้างใหญ่ของโลกมีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะเดียวกัน รูปแบบฝนก็มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
พื้นที่ที่มีโอกาสได้รับฝนมากกว่าปกติ ได้แก่ บริเวณแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออก พื้นที่ Greater Horn of Africa บางส่วนของเอเชียกลางและชายฝั่งเอเชียตะวันออก ทางตอนเหนือของคาบสมุทรอาหรับ บางพื้นที่ของอเมริกาเหนือทางใต้ของละติจูด 45 องศาเหนือ และบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาใต้
ในทางกลับกัน พื้นที่ที่มีแนวโน้มฝนน้อยกว่าปกติ ได้แก่ แปซิฟิกตะวันตก มหาสมุทรแอตแลนติกบริเวณเส้นศูนย์สูตร พื้นที่ต่อเนื่องผ่านแปซิฟิกตอนใต้ไปจนถึงปลายสุดทางใต้ของทวีปอเมริกาใต้ รวมถึงอนุทวีปอินเดีย อเมริกากลางตอนใต้ บางส่วนของแคริบเบียน และทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์เหล่านี้เป็นแนวโน้มระดับฤดูกาล ไม่ใช่คำทำนายว่าสถานที่ใดจะต้องร้อนหรือแห้งแล้งทุกวัน และไม่สามารถใช้แทนพยากรณ์อากาศระดับประเทศหรือระดับพื้นที่ได้โดยตรง
นอกจากมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว WMO ยังติดตามความผิดปกติของอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรอื่นด้วย โดยคาดว่าปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole ซึ่งมีอิทธิพลต่อรูปแบบฝนในพื้นที่รอบมหาสมุทรอินเดีย จะอยู่ในช่วงบวกและขึ้นถึงจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม ก่อนจะค่อยๆ ลดลง
ขณะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแอตแลนติกก็มีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยเช่นกัน
สำหรับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้คือการพยากรณ์อากาศและแนวโน้มฝนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
เพราะแม้เอลนีโญจะมีอิทธิพลต่อระบบภูมิอากาศขนาดใหญ่ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นร่วมด้วย
เรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานการณ์ที่ชวนให้ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดเป็นระยะ
อ้างอิง
โฆษณา