•
เมื่อวาน เวลา 07:37 • กีฬา

สนามฟุตซอลขนาด 20 × 40 เมตร ใช้งบทำพื้นเท่าไหร่? ลองคำนวณก่อนตัดสินใจสร้างจริง

หากคุณมีพื้นที่ว่างและกำลังวางแผนสร้างสนามฟุตซอลสักหนึ่งสนาม คำถามที่มักเกิดขึ้นเป็นอันดับแรกก็คือ...
“ทำสนามฟุตซอล 1 สนาม ต้องเตรียมเงินกี่บาท?”
บางคนอาจได้ยินว่าทำพื้นสนามฟุตซอลราคาเพียงไม่กี่แสนบาท ขณะที่บางโครงการมีค่าใช้จ่ายมากกว่าหนึ่งล้านบาท
ทำไมราคาจึงแตกต่างกันมาก ทั้งที่เป็นสนามฟุตซอลเหมือนกัน?
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ขนาดพื้นที่ ระบบวัสดุพื้น และสภาพหน้างานที่ต้องเตรียมก่อนติดตั้ง
วันนี้เราจะลองคำนวณงบประมาณจากสนามขนาด 20 × 40 เมตร เพื่อให้เห็นภาพว่าการเลือกวัสดุแต่ละประเภทส่งผลต่อต้นทุนอย่างไร
เริ่มจากพื้นที่สนามฟุตซอล 20 × 40 เมตร
ขนาดสนามฟุตซอล 20 × 40 เมตร เป็นขนาดที่อยู่ในช่วงมาตรฐานสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ และพบได้บ่อยในโครงการสนามกีฬา
เมื่อนำมาคำนวณพื้นที่จะได้
20 × 40 = 800 ตารางเมตร
แต่มีสิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อน
ตัวเลข 800 ตารางเมตรนี้เป็นเพียงพื้นที่ตามขนาดเส้นสนาม ยังไม่ใช่พื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด เพราะการทำสนามจริงต้องพิจารณาพื้นที่ปลอดภัยรอบสนาม ทางเดิน และองค์ประกอบอื่นเพิ่มเติม
ดังนั้นเราจะใช้ 800 ตารางเมตรเป็นตัวอย่างเริ่มต้น เพื่อให้คำนวณราคาพื้นได้ง่ายก่อน
ตัวอย่างที่ 1: ถ้าทำพื้นสนามฟุตซอล PU Coating
สำหรับสนามกลางแจ้งหรือสนามกีฬาอเนกประสงค์ของโรงเรียน ระบบ PU Coating Hard Court เป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถนำมาพิจารณาได้
ระบบนี้มีลักษณะเป็นพื้นผิวแข็ง ไม่มีรอยต่อ และแตกต่างจากพื้นยาง PU แบบยืดหยุ่น
ราคาติดตั้งเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 400–900 บาทต่อตารางเมตร
ลองคำนวณจากสนาม 800 ตารางเมตร
* ราคาขั้นต้น: 800 × 400 = 320,000 บาท
* ราคาขั้นสูง: 800 × 900 = 720,000 บาท
เท่ากับว่า งบระบบพื้น PU Coating อยู่ที่ประมาณ 320,000–720,000 บาท
ช่วงราคาที่ค่อนข้างกว้างนี้เกิดจากรายละเอียดของระบบ จำนวนชั้นวัสดุ และงานเตรียมพื้นซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละโครงการ
ตัวอย่างที่ 2: ถ้าเลือกพื้นสนามฟุตซอล Acrylic
ระบบพื้น Acrylic เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นิยมใช้กับสนามฟุตซอลกลางแจ้ง โดยเฉพาะสนามโรงเรียน สนามชุมชน และสนามกีฬาอเนกประสงค์
จุดเด่นคือพื้นผิวแข็ง ไม่มีรอยต่อ สามารถเลือกสีสนามได้ และทำความสะอาดดูแลรักษาได้สะดวก
ราคาเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 450–1,200 บาทต่อตารางเมตร
เมื่อนำมาคำนวณจากพื้นที่ 800 ตารางเมตร จะได้
* ราคาขั้นต้น: 800 × 450 = 360,000 บาท
* ราคาขั้นสูง: 800 × 1,200 = 960,000 บาท
ดังนั้น งบระบบพื้น Acrylic อยู่ที่ประมาณ 360,000–960,000 บาท
ราคาจริงขึ้นอยู่กับระบบการติดตั้ง จำนวนชั้นสี การใช้ระบบรองนุ่มหรือไม่ และสภาพพื้นคอนกรีตก่อนทำงาน
สำหรับสนามกลางแจ้ง ควรตรวจสอบความลาดเอียงและจุดที่อาจเกิดน้ำขังก่อนทำระบบ Acrylic เพราะปัญหาของพื้นคอนกรีตอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของพื้นสนามในระยะยาว
ตัวอย่างที่ 3: ถ้าเป็นสนามฟุตซอลในร่ม เลือก PVC หรือ PU
ถ้าสนามตั้งอยู่ภายในอาคาร ทางเลือกเรื่องพื้นจะเปลี่ยนไป
ระบบที่มักนำมาเปรียบเทียบกัน ได้แก่ แผ่นพื้น PVC Sports Flooring และพื้นยาง PU Sports Flooring
พื้น PVC
ราคาเบื้องต้นประมาณ 800–2,000 บาทต่อตารางเมตร
สำหรับพื้นที่ 800 ตารางเมตร จะใช้งบระบบพื้นประมาณ 640,000–1,600,000 บาท
PVC เป็นวัสดุปูพื้นแบบม้วนที่มีหลายความหนาและหลายรูปแบบผิวหน้า เหมาะกับการใช้งานในร่ม โดยต้องเตรียมพื้นฐานให้เรียบและแห้งตามข้อกำหนดก่อนติดตั้ง
พื้นยาง PU
ราคาเบื้องต้นประมาณ 900–2,800 บาทต่อตารางเมตร
สำหรับพื้นที่ 800 ตารางเมตร จะใช้งบระบบพื้นประมาณ 720,000–2,240,000 บาท
PU แบบยืดหยุ่นมีหลายระบบและหลายความหนา ซึ่งส่งผลต่อราคาและคุณสมบัติของพื้น
จึงไม่ควรพิจารณาเพียงราคาต่อตารางเมตร แต่ต้องดูความเหมาะสมกับการใช้งาน ความยืดหยุ่น และโครงสร้างระบบพื้นประกอบกันด้วย
ส่วนพื้น PP Interlocking ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง มีช่วงราคาประมาณ 1,000–2,500 บาทต่อตารางเมตร รวมติดตั้ง หรือประมาณ 800,000–2,000,000 บาทสำหรับพื้นที่ตัวอย่าง 800 ตารางเมตร
จุดที่หลายคนคำนวณพลาด: พื้นที่สนามจริงอาจมากกว่า 800 ตารางเมตร
สมมติว่าเราต้องการสนามที่มีเส้นสนามขนาด 20 × 40 เมตร
แต่เมื่อวางผังพื้นที่แล้ว ต้องทำระบบพื้นครอบคลุมพื้นที่ด้านนอกเพิ่มเติม
เพื่อแสดงผลต่อราคา ลองสมมติให้พื้นที่ทำระบบพื้นจริงมีขนาด 22 × 42 เมตร
พื้นที่ทั้งหมดจะกลายเป็น
22 × 42 = 924 ตารางเมตร
เพิ่มขึ้นจากเดิม 124 ตารางเมตร
หากใช้พื้น Acrylic ในช่วงราคา 450–1,200 บาทต่อตารางเมตร จะมีงบระบบพื้นประมาณ
415,800–1,108,800 บาท
เมื่อเทียบกับการคำนวณจาก 800 ตารางเมตร งบประมาณจะเพิ่มขึ้นประมาณ 55,800–148,800 บาท
นี่เป็นเพียงตัวอย่างทางคณิตศาสตร์เพื่อแสดงผลของพื้นที่ต่อราคา ไม่ใช่การกำหนดว่าระยะรอบสนาม 1 เมตรเพียงพอตามมาตรฐานความปลอดภัย
ระยะรอบสนามจริงต้องออกแบบตามวัตถุประสงค์การใช้งานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ควรจำคือ เวลาขอราคาพื้นสนามฟุตซอล ต้องแจ้งขนาดพื้นที่ที่จะทำระบบพื้นจริง ไม่ใช่แจ้งเฉพาะขนาดเส้นสนาม
แล้วเงินที่คำนวณได้ รวมค่าสร้างสนามทั้งหมดหรือยัง?
คำตอบคือ ยังไม่รวม
ตัวเลขตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงงบประมาณระบบพื้นสนามเท่านั้น
หากพื้นที่เดิมเป็นดินเปล่า ยังต้องพิจารณางานเตรียมดิน งานคอนกรีต เหล็กเสริม การปรับระดับ และระบบระบายน้ำเพิ่มเติม
นอกจากนี้อาจมีค่าใช้จ่ายสำหรับประตูฟุตซอล รั้วกั้นลูกบอล ตาข่าย ระบบไฟส่องสว่าง และงานส่วนอื่นตามขอบเขตของโครงการ
แม้แต่สนามที่มีพื้นคอนกรีตเดิมอยู่แล้ว ก็อาจมีต้นทุนเพิ่มหากพบว่าพื้นแตกร้าว ทรุดตัว หรือมีน้ำขัง
จึงไม่ควรนำงบประมาณระบบพื้นเพียงอย่างเดียวไปใช้เป็นราคาสรุปของโครงการก่อสร้างทั้งสนาม
แล้วควรเลือกพื้นแบบไหนถึงจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย?
สำหรับผม การเลือกพื้นสนามฟุตซอลไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “วัสดุไหนถูกที่สุด” เพียงอย่างเดียว
แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า “เราจะใช้สนามนี้ทำอะไร?”
ถ้าเป็นสนามกลางแจ้งของโรงเรียนที่มีงบจำกัด และใช้เป็นลานกีฬาอเนกประสงค์ ระบบ Acrylic หรือ PU Coating ผิวแข็งอาจเป็นทางเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบ
หากเป็นสนามภายในอาคารที่ต้องการคุณสมบัติของพื้นกีฬาแบบยืดหยุ่น อาจพิจารณาระบบ PVC หรือ PU ตามความต้องการใช้งานและงบประมาณ
และหากต้องการใช้ระบบพื้นแผ่นสำเร็จรูป PP ก็ควรตรวจสอบรุ่น คุณสมบัติของแผ่น และสภาพพื้นฐานก่อนตัดสินใจ
ไม่มีวัสดุประเภทใดเหมาะสมกับทุกสนามเสมอไป
สิ่งสำคัญคือเลือกระบบให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งาน งบประมาณ และความพร้อมของพื้นที่ก่อสร้าง
อยากทราบราคาพื้นสนามฟุตซอลล่าสุด ดูข้อมูลได้ที่ไหน?
สำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างวางแผนก่อสร้างหรือปรับปรุงสนามฟุตซอล และต้องการเปรียบเทียบราคาของพื้นแต่ละระบบอย่างละเอียด
Sukrita2008 ได้รวบรวมข้อมูลราคาพื้นสนามฟุตซอล ปี 2569 ทั้งระบบ Acrylic, PU Coating, PVC, PU และ PP พร้อมช่วงราคาต่อตารางเมตรและแนวทางประเมินงบประมาณไว้ที่
ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนเบื้องต้น ก่อนสำรวจพื้นที่และขอใบเสนอราคาจริงได้
สรุป: สนามฟุตซอล 20 × 40 เมตร ต้องเตรียมงบเท่าไหร่?
จากตัวอย่างพื้นที่ 800 ตารางเมตร จะเห็นได้ว่างบระบบพื้นมีตั้งแต่ประมาณ 320,000 บาท ไปจนถึงมากกว่า 2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุที่เลือก
แต่ราคานี้ยังไม่ใช่งบก่อสร้างทั้งหมด และยังไม่ได้รวมพื้นที่รอบสนามที่อาจต้องทำระบบพื้นเพิ่มเติม
ก่อนตัดสินใจสร้างสนามฟุตซอล จึงควรวางแผนให้ครบทั้งขนาดพื้นที่ สภาพพื้นเดิม การใช้งาน และประเภทวัสดุ
เพราะสนามฟุตซอลที่ดี ไม่ได้หมายถึงสนามที่ใช้งบถูกที่สุด แต่ควรเป็นสนามที่ออกแบบและเลือกวัสดุได้เหมาะกับการใช้งานในระยะยาว
โฆษณา