Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
12 ต.ค. เวลา 11:06 • ประวัติศาสตร์
ทรงขอเพียงช่างทำปืนจากราชินีวิกตอเรีย แต่สิ่งที่อังกฤษส่งกลับมาคือกองทัพ 13,000 นาย
จักรพรรดิแห่งแอฟริกาพระองค์หนึ่งทรงมีพระราชสาส์นถึง “สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (Queen Victoria)” พระประมุขแห่งสหราชอาณาจักร เพื่อทูลขอให้ส่งช่างทำปืนและวิศวกรมาช่วยเหลือ แต่เมื่อไม่ได้รับพระราชสาส์นตอบกลับ จึงทรงจับคณะทูตของพระราชินีไปคุมขังในเรือนจำ
“จักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 (Tewodros II)” เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิแห่งเอธิโอเปียในปีค.ศ.1855 (พ.ศ.2398) หลังจากทรงปราบปรามเหล่าขุนนางผู้ปกครองหัวเมืองต่างๆ ซึ่งทำให้ประเทศแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ มาหลายชั่วอายุคนได้สำเร็จ และทันทีที่ทรงขึ้นครองราชย์ พระองค์ก็ทรงเริ่มดำเนินการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง
พระองค์ทรงยกเลิกระบบกองทัพแบบเก่า ซึ่งแต่ละภูมิภาคต่างมีกองกำลังที่จงรักภักดีต่อขุนนางท้องถิ่นของตน และแทนที่ด้วยระบบใหม่ที่นับว่าก้าวหน้าอย่างยิ่งสำหรับแอฟริกาในยุคนั้น นั่นคือให้มีกองทัพแห่งชาติประจำการที่ทหารได้รับเงินเดือนอย่างเป็นระบบ
ทหารได้รับค่าจ้างและมีคำสั่งให้ซื้อเสบียงอาหารจากประชาชนในท้องถิ่นแทนที่จะปล้นสะดมเอาตามอำเภอใจ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงนำระบบยศทหารมาใช้ โดยมีลำดับชั้นคล้ายกับยศจ่า ร้อยโท และพันตรี แต่จักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 ก็ทรงตระหนักดีว่า สิ่งที่มีความสำคัญอย่างแท้จริงคืออานุภาพของ “อาวุธ”
หลังจากที่ทรงเผชิญหน้ากับกองกำลังอียิปต์–ออตโตมันซึ่งติดอาวุธสมัยใหม่และเกือบจะเอาชนะพระองค์ได้ในปีค.ศ.1848 (2391) จักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 ก็ทรงเข้าพระทัยอย่างชัดเจนถึงช่องว่างทางเทคโนโลยีที่กำลังถ่างกว้างขึ้นระหว่างเอธิโอเปียกับโลกภายนอก จึงทรงมีรับสั่งให้ก่อตั้งโรงหล่ออาวุธขึ้นที่กาฟัต (Gafat) เพื่อผลิตปืนใหญ่และปืนครกด้วยตนเอง
เมื่อถึงช่วงกลางทศวรรษ 1860 (พ.ศ.2403-2412) ป้อมปราการของพระองค์ที่มักดาลา (Magdala) ก็มีปืนเล็กยาวสะสมอยู่มากกว่า 11,000 กระบอก ปืนใหญ่ 15 กระบอก ปืนครกเจ็ดกระบอก และกระสุนเกือบ 84,000 นัด จากนั้น พระองค์จึงทรงมีพระราชสาส์นถึงสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย พระประมุขแห่งสหราชอาณาจักร
พระราชสาส์นเหล่านั้นมิใช่คำร้องขอความเมตตาหรือการขอให้อังกฤษเข้ามาคุ้มครองเอธิโอเปียแต่อย่างใด หากแต่เป็นพระราชสาส์นจากกษัตริย์คริสเตียนพระองค์หนึ่งถึงกษัตริย์คริสเตียนอีกพระองค์หนึ่ง โดยทูลขอช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ ทั้งช่างทำปืนและวิศวกร เพื่อช่วยให้เอธิโอเปียสามารถผลิตอาวุธสมัยใหม่ขึ้นได้บนแผ่นดินของตนเอง
สิ่งที่จักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 ทรงปรารถนาคือความร่วมมือระหว่างสองราชอาณาจักรที่มีสถานะเท่าเทียมกัน มิใช่การต้องพึ่งพาความเมตตาหรือความปรารถนาดีจากชาติตะวันตก กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษก็ได้รับพระราชสาส์นเหล่านั้นแล้ว แต่ก็แทบจะวางเรื่องทิ้งไว้โดยไม่ดำเนินการใดๆ
ในสายตาของอังกฤษ เอธิโอเปียเป็นเพียงประเทศที่มีความสำคัญอยู่ชายขอบของผลประโยชน์จักรวรรดิ เป็นประเทศกระจ่อยร้อยที่ไม่สำคัญนัก ขณะที่ข้อเรียกร้องของจักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 ก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและวุ่นวาย
เวลาผ่านไปหลายปีโดยไม่มีคำตอบส่งกลับมา ซึ่งสำหรับจักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 ความเงียบเช่นนั้นถือเป็นการดูหมิ่นพระเกียรติอย่างร้ายแรง ดังนั้น ในช่วงปีค.ศ.1863-1864 (พ.ศ.2406-2407) จึงทรงเริ่มควบคุมตัวชาวยุโรปที่พำนักอยู่ในเอธิโอเปีย รวมถึงกัปตัน “ชาร์ลส์ คาเมรอน (Captain Charles Cameron)” กงสุลอังกฤษ ตลอดจนคณะมิชชันนารีและนักการทูตอีกจำนวนหนึ่ง โดยคนเหล่านี้ถูกนำตัวไปคุมขังไว้ที่มักดาลา ในป้อมปราการซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนภูเขาสูงเพื่อใช้เป็นเครื่องต่อรอง
คำตอบจากอังกฤษมิใช่พระราชสาส์น แต่เป็น “กองทัพ”
ในปีค.ศ.1867 (พ.ศ.2410) กองกำลังทหารอังกฤษราว 13,000 นายภายใต้การบัญชาการของ “เซอร์โรเบิร์ต เนเปียร์ (Sir Robert Napier)” ได้ยกพลขึ้นบกบริเวณชายฝั่งทะเลแดง ก่อนเริ่มการเดินทัพระยะไกลเข้าสู่ดินแดนตอนใน มุ่งหน้าไปยังมักดาลา
ปฏิบัติการครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในปฏิบัติการทางทหารที่มีความซับซ้อนด้านการส่งกำลังบำรุงมากที่สุดครั้งหนึ่งของยุควิกตอเรีย โดยเมื่อถึงเดือนเมษายน ค.ศ.1868 (พ.ศ.2411) กองทัพอังกฤษสามารถเอาชนะกองกำลังของจักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 ได้ใน “ยุทธการที่มักดาลา (Battle of Magdala)” และบุกเข้ายึดป้อมปราการของพระองค์ได้สำเร็จ
แทนที่จะยอมจำนนและปล่อยให้พระองค์เองตกเป็นเชลย จักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 กลับทรงเลือกจะจากไปด้วยพระองค์เอง โดยทรงใช้ปืนพกเป็นเครื่องนำทาง
ปืนพกกระบอกนั้นเป็นของขวัญที่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียพระราชทานให้แก่พระองค์ และโครงการต่างๆ ที่ทรงมุ่งหมายจะพัฒนาชาติของพระองค์ก็สิ้นสุดลงพร้อมกับการสวรรคตของพระองค์
เอธิโอเปียกลับเข้าสู่ภาวะแตกแยกอีกครั้ง ไม่ต่างจากสภาพที่เคยเป็นมาก่อนที่พระองค์จะทรงรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น โรงหล่ออาวุธหยุดดำเนินงาน กองทัพแห่งชาติซึ่งไม่ได้รับเงินเดือนก็สลายตัวลง ส่วนพระราชสาส์นที่เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมดก็กลับไปสิ้นสุดอยู่ในหอจดหมายเหตุ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
หลายทศวรรษก่อนที่มหาอำนาจยุโรปจะเริ่มต้นยุคแห่งการแย่งชิงดินแดนแอฟริกา (Scramble for Africa) จักรพรรดิแห่งเอธิโอเปียพระองค์หนึ่งได้ทรงมองเห็นอนาคตทางเทคโนโลยีที่กำลังจะมาถึง และพยายามสร้างอนาคตนั้นขึ้นด้วยพระองค์เอง
ภายใต้เงื่อนไขของพระองค์เอง และบนแผ่นดินของพระองค์เอง
ยังมีรายละเอียดประการหนึ่งเกี่ยวกับยุทธการที่มักดาลาซึ่งแทบไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึง นั่นคือ แม้กองทัพอังกฤษจะได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด แต่พวกเขากลับไม่มีความประสงค์ที่จะอยู่ในเอธิโอเปียต่อไป โดยคำสั่งที่เนเปียร์ได้รับนั้นชัดเจน นั่นคือช่วยเหลือตัวประกันให้เป็นอิสระแล้วถอนกำลังกลับ
อังกฤษมิได้มีความสนใจที่จะเข้ายึดครองเอธิโอเปียเป็นอาณานิคม นั่นเพราะภูมิประเทศของประเทศนี้ทุรกันดารและยากลำบากอย่างยิ่ง เส้นทางส่งกำลังบำรุงก็ทอดยาวจนแทบเกินขีดความสามารถในการรองรับ ขณะที่ปฏิบัติการทั้งหมดมีค่าใช้จ่ายสูงถึงเก้าล้านปอนด์ หรือหากคิดตามค่าเงินปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 1,308 ล้านปอนด์ (ประมาณ 58,000 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นจำนวนเงินมหาศาลในยุคนั้น
หลังจากปลดปล่อยเชลยชาวยุโรปและบุกยึดป้อมปราการได้สำเร็จ ทหารอังกฤษได้ทำการปล้นสะดมมักดาลา โดยขนเอาต้นฉบับเอกสารโบราณ ไม้กางเขน มงกุฎของราชวงศ์ ตลอดจนวัตถุเครื่องประกอบพระราชพิธีและศาสนพิธีต่างๆ กลับไปยังอังกฤษ ซึ่งโบราณวัตถุเหล่านั้นจำนวนมากตกไปอยู่ในความครอบครองของพิพิธภัณฑ์บริติช (British Museum) และสถาบันอื่นๆ โดยบางส่วนยังคงถูกเก็บรักษาอยู่ในสถานที่เหล่านั้นมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนตัวประกันทั้งหมดก็ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ได้รับอันตราย โดยแม้จักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 จะมีโอกาสมากมายตลอดหลายปีที่ทรงควบคุมตัวคนเหล่านั้นไว้ แต่พระองค์ก็ไม่เคยมีรับสั่งประหารชีวิตพวกเขาเลย
ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนให้เห็นบางสิ่งเกี่ยวกับลักษณะของยุทธศาสตร์การต่อรองที่พระองค์ทรงเลือกใช้ กล่าวคือ พระองค์ทรงจับคนเหล่านั้นไว้เพื่อเป็นเครื่องต่อรอง มิใช่เพื่อให้พวกเขากลายเป็นเป้าหมายของการสังหาร
ภายหลังการสวรรคตของจักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 กองทัพอังกฤษได้ระเบิดทำลายป้อมปราการมักดาลา ก่อนเดินทัพกลับไปยังชายฝั่งทะเลแดง
เอธิโอเปียมิได้ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ต้องรอจนถึงรัชสมัยของจักรพรรดิอีกพระองค์หนึ่ง นั่นคือ “จักรพรรดิเมเนลิกที่ 2 (Menelik II)” จึงจะมีผู้สานต่อสิ่งที่จักรพรรดิเทโวดรอสที่ 2 ได้ทรงริเริ่มเอาไว้จนสำเร็จ
ในปีค.ศ.1896 (พ.ศ.2439) จักรพรรดิเมเนลิกที่ 2 ทรงนำกองทัพเอธิโอเปียเข้าต่อสู้และเอาชนะกองทัพอิตาลีที่รุกรานประเทศได้ในยุทธการที่อัดวา (Battle of Adwa) ซึ่งชัยชนะครั้งนั้นนับเป็นหนึ่งในชัยชนะทางทหารที่เด็ดขาดที่สุดของชาวแอฟริกาในยุคอาณานิคม และเป็นชัยชนะที่ช่วยธำรงรักษาเอกราชของเอธิโอเปียเอาไว้ได้ในห้วงเวลาที่ดินแดนเกือบทั้งหมดของทวีปแอฟริกาถูกมหาอำนาจยุโรปแบ่งแยกและยึดครองไปจนแทบสิ้นแล้ว
ประวัติศาสตร์
2 บันทึก
9
3
2
9
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย