1 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าวรอบโลก

แถลงการณ์แรก WHO กรณีเชื้อกาฬโรคที่รัสเซีย

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงานสถานการณ์โรคระบาด หรือ Disease Outbreak News เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เกี่ยวกับการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยกาฬโรคอีร์คุตสค์แห่งไซบีเรียและตะวันออกไกล หรือ Irkutsk Antiplague Research Institute (APRI) ในสหพันธรัฐรัสเซีย โดยทางการรัสเซียระบุว่าผู้เสียชีวิตมีภาวะปอดอักเสบที่ยังไม่ทราบสาเหตุ และผลตรวจไม่พบเชื้อกาฬโรคหรือเชื้อก่อโรคอันตรายสูงที่นำมาตรวจ
เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจหลังมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่รายนี้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรงเมื่อวันที่ 29 กันยายน ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยก่อนหน้านั้นมีอาการเข้ากันได้กับการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจเฉียบพลัน รายงานของสื่อในระยะแรกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นกาฬโรคปอดจากการสัมผัสเชื้อระหว่างปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ
หลังจากนั้น ทางการรัสเซียได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยและระบาดวิทยา พร้อมดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามกฎหมายของประเทศ โดยหน่วยงาน Rospotrebnadzor ซึ่งรับผิดชอบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสุขภาวะประชาชน วางแผนปฏิบัติการครอบคลุมการติดตามผู้สัมผัส การเฝ้าระวังทางการแพทย์ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การสอบสวนทางระบาดวิทยา และการป้องกันควบคุมการติดเชื้อ
โดยการสอบสวนครั้งนี้มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการมากกว่า 5,500 ครั้ง โดยใช้วิธีการหลายประเภท ทั้งทางแบคทีเรียวิทยา ชีววิทยา แมสสเปกโทรเมทรี และอณูพันธุศาสตร์ ทางการรัสเซียรายงานว่าไม่พบเชื้อก่อโรคอันตรายสูงที่อยู่ในขอบเขตการตรวจ ทั้งในผู้เสียชีวิตและกลุ่มผู้สัมผัส
การตรวจในกลุ่มผู้สัมผัสพบโควิด-19 จำนวน 2 ราย ไรโนไวรัส 3 ราย เชื้อแบคทีเรียสกุล Haemophilus 1 ราย และเชื้อฉวยโอกาสอื่น ๆ โดยผลตรวจเหล่านี้ไม่ได้ระบุว่าเชื้อใดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว
จากข้อมูลที่ได้รับ WHO ยังไม่พบหลักฐานการแพร่เชื้อต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่ความมั่นใจในการประเมินยังมีข้อจำกัดจากการไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลทางคลินิก ระบาดวิทยา และห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม โดยเฉพาะผลยืนยันการวินิจฉัยของผู้เสียชีวิต พร้อมแนะนำให้ตรวจสอบตัวอย่างทางคลินิกและข้อมูลที่มีอยู่ต่อไป รวมถึงส่งตรวจยืนยันกับห้องปฏิบัติการอ้างอิงเมื่อจำเป็น
WHO แนะนำให้ประเทศต่าง ๆ พิจารณาเสริมระบบเฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจและศักยภาพการตรวจตามฤดูกาลและสถานการณ์ในพื้นที่ ส่งเสริมการรับวัคซีนที่แนะนำ เช่น ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 และโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส ตลอดจนสื่อสารเหตุการณ์กับ WHO อย่างทันท่วงทีตามกลไก IHR ทั้งนี้ จากข้อมูลที่มีอยู่ WHO ยังไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
อ่านฉบับเต็มได้ที่
โฆษณา