13 ต.ค. เวลา 08:36 • ประวัติศาสตร์

2,200 ปีก่อน จีนเคยมีจักรพรรดิที่พยายามลบความรู้เพื่อรักษาอำนาจ

*ภาพจำลองโดย AI เพื่อความสวยงาม
“จิ๋นซีฮ่องเต้ (Qin Shi Huang)” จักรพรรดิองค์แรกของจีน ทรงเป็นที่รู้จักจากการปกครองอันโหดเหี้ยมและพระราชกรณียกิจสำคัญในการรวมแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่น โดยพระองค์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งรัฐฉิน ซึ่งเป็นรัฐขนาดเล็ก ขณะมีพระชนมายุเพียง 13 พรรษา และทรงเริ่มต้นรัชสมัยด้วยการกำจัดภัยคุกคามที่อาจสั่นคลอนราชบัลลังก์ จากนั้นก็ทรงสร้างกองทัพอันเกรียงไกรและทรงประสิทธิภาพ สามารถพิชิตรัฐเพื่อนบ้านและขยายอาณาเขตของจักรวรรดิออกไปได้อย่างกว้างขวาง
แม้การปกครองของจิ๋นซีฮ่องเต้จะเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมและการใช้อำนาจกดขี่ แต่ก็มีความเชื่อกันว่า หากปราศจากรัฐฉินแล้ว ประเทศจีนอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบันก็อาจไม่มีวันถือกำเนิดขึ้น และหนึ่งในการกระทำอันอื้อฉาวที่สุดของจิ๋นซีฮ่องเต้ นั่นคือเหตุการณ์เผาตำราและฝังบัณฑิตทั้งเป็น
เหตุการณ์ดังกล่าว หรือที่รู้จักกันในชื่อ “การเผาตำราและประหารบัณฑิตหรู” หมายถึงเหตุการณ์ที่เชื่อกันว่ามีการเผาทำลายตำราต่างๆ เมื่อ 213 ปีก่อนคริสตกาล และการฝังบัณฑิตลัทธิขงจื๊อจำนวน 460 คนทั้งเป็นเมื่อ 212 ปีก่อนคริสตกาล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายตำราทางปรัชญาของสำนักความคิดร้อยสำนักและเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่แนวคิดนิติธรรมนิยม (Legalism) ซึ่งเป็นปรัชญาการปกครองอย่างเป็นทางการของราชวงศ์ฉิน
แม้รายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวจะยังคงเป็นประเด็นถกเถียงและมีข้อโต้แย้งทางประวัติศาสตร์ แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงรวบรวมและทำลายงานเขียนจำนวนมากที่พระองค์ทรงเห็นว่ามีเนื้อหาไม่ถูกต้องหรืออาจเป็นภัยต่ออำนาจการปกครองของพระองค์
โฆษณา