•
12 ต.ค. เวลา 01:13 • สุขภาพ

หลายคนรู้สึกเหงา

ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีใครในชีวิต
 
แต่เป็นเพราะคนที่อยู่ใน
ชีวิตของพวกเขาแต่ละคนล้วนพากัน
ปฏิเสธ “ตัวตนที่แท้จริง” ของพวกเขากันทั้งสิ้น
ทุกคนต่างอยากให้พวกเขาทำ
ในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้อยากทำ
ทุกคนต่างอยากให้พวกเขาพูด
ในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้อยากพูด
ทุกคนต่างอยากให้พวกเขาเป็น
ในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้อยากเป็น
ไม่แปลกใจเลยครับที่พวกเขาจะรู้สึกเหงา
แต่ในแง่หนึ่ง ความเหงานั้น
ก็เป็นสัญญาณที่ดีได้เช่นกัน
ลองนึกดูนะครับว่า
หากพวกเขาเจอกับสถานการณ์เช่นนี้
แต่พวกเขาไม่รู้สึกเหงา
นั่นหมายความว่าอะไร?
มันอาจหมายความว่า
พวกเขาหมดหวังที่จะให้คนอื่น
ยอมรับ “ตัวตนที่แท้จริง” ของพวกเขาแล้ว
และมันก็อาจหมายความว่า
พวกเขาสละทิ้ง “ตัวตนที่แท้จริง”
ของพวกเขาไปเป็นที่เรียบร้อย
พวกเขาจึงสามารถ “เข้ากับคนอื่น” ได้
โดยที่ไม่รู้สึกฝืดหรือฝืนอีกต่อไป
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ
การหายไปของความเหงา
มันอาจเป็นสัญญาณว่า
พวกเขาได้ปฏิเสธ “ตัวตนที่แท้จริง”
ของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อย
มันอาจเป็นสัญญาณว่า
พวกเขาหมดหวังที่จะ
เป็นตัวของตัวเองไปแล้ว
จริงอยู่ครับว่า
พวกเขาเป็นอิสระจาก
ความเหงาที่ทุกข์ทรมาน
แต่อิสรภาพเช่นนี้…มาพร้อมกับความว่างเปล่า
มันชวนให้เกิดคำถามเหมือนกันนะครับว่า
อิสรภาพที่แลกมากับความว่างเปล่านี้
…มันคุ้มค่าหรือไม่?
หรือจริงๆแล้ว
การยืนหยัดที่จะเป็นตัวของตัวเอง
จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
แม้มันจะเป็นทางเลือกที่เหงาและโดดเดี่ยวก็ตาม?
.
.
.
หากคุณกำลังรู้สึกเหนื่อยล้ากับ 'ความเหงา' จากการพยายามยืนหยัดเป็นตัวของตัวเอง... คุณสามารถทัก Inbox มานัดพูดคุยปรึกษาเชิงจิตวิทยา (Counseling) กับผมได้นะครับ
.
.
.
อ้างอิง
Peets, K., & Hodges, E. V. E. (2018). Authenticity in friendships and well-being in adolescence. Social Development, 27(1), 140–153.
Borawski, D. (2021). Authenticity and rumination mediate the relationship between loneliness and well-being. Current Psychology, 40(9), 4663–4672.
Sun, Y., & Liang, C. (2022). Urban–rural comparison of the association between unsupportive relationships, perceived stress, authentic self-presentation, and loneliness among young adults in Taiwan. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(14), Article 8808.
โฆษณา