12 ต.ค. เวลา 03:13 • หุ้น & เศรษฐกิจ
TASCO คาดกำไร Q3 โต 188% โบรกปรับเป้าใหม่เป็น 21.30 บ.
หุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้า ระบุ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO 3Q26 เติบโตทั้ง QoQ และ YoY ปริมาณขายยางมะตอยยังเติบโต
คาดกำไรปกติ 3Q26 เติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากปริมาณขายที่มากขึ้น คาดกำไรปกติ 3Q26 ที่ 469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% QoQ และ 188% YoY จากรายได้รวมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,570 ลบ. (+24% QoQ, +48% YoY) โดยมีปัจจัยหนุนจากปริมาณขายยางมะตอยที่คาดอยู่ที่ 2.92 แสนตัน (+17% QoQ, +1% YoY) จากการฟื้นตัวของยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามที่มีการเร่งส่งมอบงาน ขณะที่ยอดขายในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำจากฤดูฝนและการรอเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ
นอกจากนี้ คาดราคาขายเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% QoQ และ 50% YoY ตามทิศทางราคายางมะตอยในตลาดโลก ส่งผลให้รายได้เติบโตทั้ง QoQ และ YoY อย่างไรก็ตาม คาดอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยางมะตอยที่ 9.4% ลดลงจาก 2Q26 ที่อยู่ที่ 11.8% จากผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ประมาณ 330 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้ง QoQ และ YoY ตามรายได้ที่มากขึ้น สำหรับธุรกิจก่อสร้าง คาดรายได้ทรงตัว QoQ แต่อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มลดลงจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น โดยบริษัทมีโอกาสได้รับการชดเชยผ่านค่า K ในภายหลัง
คาดกำไรปกติ 4Q26 เติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY จาก GPM ที่ดีขึ้น
แนวโน้ม 4Q26 คาดกำไรปกติมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องทั้ง QoQ และ YoY จากปริมาณขายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งในตลาดต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าอินโดนีเซียจะเร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปี และตลาดในประเทศที่มีโอกาสฟื้นตัวจากการที่ภาครัฐมีแนวโน้มอนุมัติงบประมาณซ่อมแซมและบำรุงรักษาถนนเพิ่มเติมภายหลังเหตุการณ์อุทกภัย ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยางมะตอยมีโอกาสฟื้นตัวสู่ระดับ Double Digit จากผลกระทบของ Hedging Loss ที่คาดว่าจะลดลง
นอกจากนี้ การนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่องคาดว่าจะช่วยเพิ่ม Asphalt Yield แม้คาดว่า Yield จะยังไม่สูงถึงระดับ 70% เหมือนในอดีต แต่ยังอยู่ในระดับที่ดีกว่าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น
ปรับประมาณการปี 2026-27 จากราคาขายที่มากขึ้น
หากกำไรปกติ 3Q26 ออกมาใกล้เคียงกับที่เราคาด กำไรปกติ 9M26 จะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของประมาณการกำไรเดิมทั้งปี เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026 ขึ้นเป็น 1,940 ลบ. (+95% YoY) โดยมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากราคาขายยางมะตอยทั้งปี 2026 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 30.6% YoY จากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2027 ขึ้น 10% เป็น 2,137 ลบ. (+10% YoY) แม้เราคาดว่ารายได้จะลดลง YoY ตามราคาขายยางมะตอยที่คาดว่าลดลง แต่คาดต้นทุนจะลดลงเร็วกว่าราคาขาย ส่งผลให้ GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 10.2% ในปี 2026 เป็น 12.1% ในปี 2027
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 21.30 บาท
ผลจากการปรับประมาณการส่งผลให้เราให้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 21.30 บาท อ้างอิง PER ที่ 15.8 เท่า หรือ +1SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ส่งผลให้มี Upside 23.8% จากราคาปัจจุบัน นอกจากนี้ เรายังคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2026 ที่ 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.8% โดยคาดหุ้นมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาดตามแนวโน้มกำไรปกติ 3Q-4Q26 ที่แข็งแกร่งและการได้ประโยชน์จากการฟื้นฟูหลังเหตุอุทกภัยเริ่มคลี่คลาย คงคำแนะนำ “ซื้อ”
โฆษณา