6 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น

Good boss, Bad boss: Performance & Humanity

อีกจุดหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ที่ผมอ่านแล้ว เฮ้ย เจ๋งว่ะ คือเรื่องนี้
ทำไมน่ะเหรอ ผมเชื่อว่า หน้าที่ของหัวหน้าไม่ใช่แค่ทำให้งานสำเร็จ แต่ต้องทำให้งานสำเร็จโดยไม่ทำลายคนที่ทำงานนั้นด้วย
Performance without Humanity
องค์กรบางแห่งสร้างผลงานได้ดีมาก แต่เบื้องหลังคือคนทำงานเครียด กลัวความผิดพลาด ไม่กล้าเถียงเจ้านาย และต้องเสียสละชีวิตส่วนตัวตลอดเวลา
ระยะสั้นอาจดูเหมือนองค์กรประสบความสำเร็จ แต่ระยะยาวอาจเกิดปัญหาคนเก่งลาออก ความผิดพลาดถูกปกปิด และไม่มีใครกล้าเสนอความคิดใหม
Humanity without Performance
อีกด้านหนึ่งคือหัวหน้าที่ใจดีมาก ทุกคนรัก บรรยากาศทำงานสบาย แต่ไม่มีใครรับผิดชอบผลงานจริงจัง
คนทำงานไม่ดีก็ไม่มีใครกล้าตักเตือน คนที่ทำงานเก่งต้องแบกรับภาระเพิ่ม สุดท้ายความใจดีต่อคนหนึ่งอาจกลายเป็นความไม่ยุติธรรมต่อคนอื่น
หัวหน้าที่ดีจึงต้องทั้ง Care และ Challenge
ใส่ใจความเป็นมนุษย์ของลูกน้อง แต่ก็ไม่ลดมาตรฐานของงานไปพร้อมๆ กัน
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น คือสองอย่างนี้ช่วยส่งเสริมกันได้
ผมไปฟังที่เขาให้สัมภาษณ์ Daniel Pink ก็ได้มุมมองที่เสริมเรื่องนี้เพิ่มเติม
Sutton อธิบายในการสัมภาษณ์กับ Daniel Pink ว่า บางช่วงองค์กรอาจจำเป็นต้องให้น้ำหนักกับ Performance มากกว่า เช่น ตอนเกิดวิกฤตหรือต้องส่งมอบงานด่วน
แต่ถ้าทำเช่นนั้นตลอดเวลา คนจะเหนื่อยล้า หมดความผูกพัน และคนเก่งจะเริ่มออกไป
เขายกแนวคิดของ David Kelley ผู้ก่อตั้ง IDEO ซึ่งพูดถึงการสะสม Love Points ด้วยการดูแลและลงทุนในตัวคน แม้บางกิจกรรมจะไม่ได้สร้างรายได้ให้บริษัทโดยตรง 
ผมว่านี่เป็นวิธีคิดที่ดี เพราะ Humanity ไม่ได้แปลว่าต้องสบายตลอดเวลา และ Performance ก็ไม่ได้แปลว่าต้องกดดันตลอดเวลา
แต่มันสามารถที่จะปรับเปลี่ยนไปได้ตามสถานการณ์
ลองนึกถึงทีมที่ทำโครงการล่าช้า
- หัวหน้าที่เน้นแต่ Performance จะด่าว่าลูกน้องทำงานไม่ได้เรื่อง
- หัวหน้าที่เน้นแต่ Humanity จะบอกไม่เป็นไร แล้วปล่อยให้ปัญหาเกิดซ้ำ
- หัวหน้าที่ดีจะบอกว่างานล่าช้าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ แต่เราต้องหาว่าระบบมีปัญหาตรงไหน ใครต้องรับผิดชอบ และจะช่วยกันแก้อย่างไร
แบบสุดท้ายไม่ได้ลดมาตรฐานงาน แต่รักษาศักดิ์ศรีของคนไว้ด้วย
Performance ไม่ควรวัดแค่ผลลัพธ์วันนี้ แต่ต้องวัดด้วยว่าองค์กรยังสามารถสร้างผลงานแบบนี้ต่อไปได้หรือไม่
และ Humanity ไม่ใช่แค่การทำให้พนักงานมีความสุข แต่รวมถึงการทำให้คนเติบโต กล้าตัดสินใจ และมีความภาคภูมิใจในงานของตัวเองด้วย
ดังนั้น หัวหน้าที่ดีควรตอบคำถามสามข้อให้ได้
Did we deliver? เราสร้างผลงานได้จริงหรือไม่
At what human cost? ผลงานนั้นแลกมาด้วยอะไร
Did we build capability? หลังทำงานเสร็จ ทีมเก่งขึ้นหรืออ่อนแอลง
ข้อสามผมคิดว่าสำคัญมาก เพราะมันแยกหัวหน้าที่แค่รีดผลงานออกจากหัวหน้าที่สร้างองค์กรให้เติบโตได้
และต้องไม่ลืมว่า Humanity มีคุณค่าในตัวเอง ไม่ใช่แค่เครื่องมือเพิ่ม Productivity
Performance คือสิ่งที่ทีมสร้างได้ในวันนี้ ส่วน Humanity คือสิ่งที่เรารักษาไว้ให้คนในทีมระหว่างทาง
หัวหน้าที่ดีต้องรับผิดชอบทั้งสองอย่าง ไม่ใช่เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง
ถ้าคิดแบบนี้ เราจะรู้สึกได้เลยว่า หัวหน้าที่ดี มีมิติเดียวมันไม่พอ
โฆษณา