•
12 ต.ค. เวลา 09:45 • ดนตรี เพลง
นครราชสีมา

Classical Guitar กับ Acoustic Guitar ต่างกันอย่างไร? เลือกกีตาร์แบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง

สำหรับคนที่กำลังสนใจเริ่มเรียนกีตาร์ คำถามหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเริ่มเรียนก็คือ Classical Guitar กับ Acoustic Guitar ต่างกันอย่างไร แล้วถ้าเราเป็นมือใหม่ ควรเลือกเล่นกีตาร์แบบไหนดี?
หลายคนอาจคุ้นเคยกับกีตาร์โปร่งที่เห็นนักร้องเล่นตามร้านกาแฟ หรือกีตาร์ที่ใช้เล่นเพลงป๊อปทั่วไป แต่เมื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนกีตาร์ ก็อาจพบกับกีตาร์คลาสสิกที่มีรูปร่างคล้ายกัน จนเกิดความสงสัยว่ากีตาร์ทั้งสองประเภทนี้แตกต่างกันตรงไหน
แม้ว่า Classical Guitar และ Acoustic Guitar จะเป็นเครื่องดนตรีในตระกูลเดียวกัน แต่ทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันอยู่หลายด้าน ตั้งแต่ชนิดของสาย ลักษณะเสียง วิธีเล่น ไปจนถึงแนวเพลงที่นิยมนำมาใช้
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับกีตาร์ทั้งสองประเภท เพื่อช่วยให้คนที่กำลังสนใจเรียนกีตาร์เลือกเครื่องดนตรีที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นครับ 🎸
1. Classical Guitar คืออะไร?
Classical Guitar หรือกีตาร์คลาสสิก เป็นกีตาร์ที่มักใช้เล่นดนตรีคลาสสิก เพลงบรรเลง และบทเพลงที่ต้องการรายละเอียดของเสียงจากการบรรเลงด้วยนิ้วมือ
จุดสังเกตที่สำคัญของกีตาร์คลาสสิกคือการใช้สายไนลอน (Nylon Strings) ซึ่งให้สัมผัสที่ค่อนข้างนุ่มเมื่อเทียบกับสายเหล็กของกีตาร์โปร่งทั่วไป
เสียงของกีตาร์คลาสสิกมีลักษณะนุ่มนวล อบอุ่น และสามารถควบคุมน้ำหนักเสียงได้หลากหลาย ผู้เล่นสามารถสร้างทำนอง เสียงเบส และเสียงประสานไปพร้อมกันได้ด้วยการใช้นิ้วมือทั้งสองข้าง
อีกจุดหนึ่งที่สังเกตได้คือคอกีตาร์คลาสสิกมักมีความกว้างมากกว่ากีตาร์โปร่งสายเหล็ก ทำให้มีพื้นที่ระหว่างสายมากขึ้น ซึ่งเหมาะกับเทคนิคการเล่นหลายรูปแบบที่ต้องอาศัยความแม่นยำของนิ้วมือ
ในการเรียนกีตาร์คลาสสิก ผู้เรียนมักได้ฝึกตั้งแต่การวางมือขวาและมือซ้าย การอ่านโน้ตดนตรี การควบคุมจังหวะ ไปจนถึงการสร้างคุณภาพเสียงและการถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่ากีตาร์คลาสสิกจะเล่นได้เฉพาะเพลงคลาสสิกเท่านั้น เพราะเครื่องดนตรีชนิดนี้ยังสามารถนำไปใช้เล่นเพลงป๊อป เพลงประกอบภาพยนตร์ และเพลงร่วมสมัยได้อีกด้วย
2. Acoustic Guitar คืออะไร?
Acoustic Guitar ในบริบทที่คนทั่วไปพูดถึงกัน มักหมายถึงกีตาร์โปร่งสายเหล็ก (Steel-string Acoustic Guitar) ซึ่งเป็นกีตาร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการเล่นเพลงป๊อป เพลงโฟล์ก เพลงร็อกอะคูสติก และการร้องเพลงประกอบกีตาร์
กีตาร์ประเภทนี้ใช้สายเหล็กเป็นหลัก ทำให้เสียงมีความสว่าง ชัดเจน และมีพลังในการส่งเสียง โดยเฉพาะเมื่อเล่นคอร์ดร่วมกับการร้องเพลง
รูปร่างของกีตาร์โปร่งสายเหล็กมีหลายรูปแบบ เช่น Dreadnought ซึ่งมีลำตัวค่อนข้างใหญ่และให้เสียงที่เต็ม หรือ Concert และ Grand Auditorium ที่มีสัดส่วนแตกต่างกันไปตามการออกแบบของผู้ผลิต
โดยทั่วไป คอกีตาร์โปร่งสายเหล็กมักมีความกว้างน้อยกว่ากีตาร์คลาสสิก จึงอาจรู้สึกคุ้นเคยสำหรับคนที่ต้องการเล่นคอร์ดเพื่อร้องเพลง หรือเล่นเพลงที่ใช้การตีคอร์ดเป็นหลัก
สำหรับผู้ที่อยากเล่นเพลงที่ตัวเองชื่นชอบ ร้องเพลงไปพร้อมกับเล่นกีตาร์ หรือเล่นเพลงกับเพื่อน ๆ กีตาร์โปร่งสายเหล็กก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ
อย่างไรก็ตาม กีตาร์โปร่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตีคอร์ด เพราะยังสามารถเล่นเมโลดี้ การเกา การเล่น Fingerstyle และการเรียบเรียงดนตรีที่ซับซ้อนได้เช่นกัน
3. Classical Guitar กับ Acoustic Guitar แตกต่างกันอย่างไร?
เมื่อเข้าใจลักษณะเบื้องต้นของกีตาร์ทั้งสองประเภทแล้ว เราสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างที่สำคัญได้ดังนี้
เรื่องที่ 1: ชนิดของสาย
กีตาร์คลาสสิกใช้สายไนลอนเป็นหลัก ส่วนกีตาร์โปร่งที่กล่าวถึงในบทความนี้ใช้สายเหล็ก
ความแตกต่างของสายส่งผลต่อทั้งสัมผัสขณะเล่นและลักษณะเสียงที่ได้ โดยสายไนลอนมักให้ความรู้สึกนุ่มกว่า ขณะที่สายเหล็กให้เสียงที่สว่างและมีความคมชัดมากกว่า
เรื่องที่ 2: ลักษณะเสียง
กีตาร์คลาสสิกมีเสียงที่นุ่มนวลและอบอุ่น เหมาะกับการบรรเลงทำนองและการสร้างรายละเอียดของเสียงด้วยนิ้วมือ
ส่วนกีตาร์โปร่งสายเหล็กมักมีเสียงที่สว่าง ชัดเจน และให้พลังเสียงที่เหมาะกับการเล่นคอร์ดประกอบการร้องเพลง
อย่างไรก็ตาม คุณภาพเสียงยังขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้สร้างกีตาร์ ขนาดของลำตัว สายกีตาร์ และเทคนิคของผู้เล่นด้วย กีตาร์แต่ละตัวจึงอาจมีลักษณะเสียงแตกต่างกันได้มาก
เรื่องที่ 3: รูปร่างและขนาดของคอ
โดยทั่วไป กีตาร์คลาสสิกมีคอที่กว้างกว่า ส่วนกีตาร์โปร่งสายเหล็กมักมีคอที่แคบกว่า
ลักษณะดังกล่าวส่งผลต่อความรู้สึกในการวางนิ้วและการเล่นของแต่ละคน แต่ไม่ได้หมายความว่ากีตาร์ชนิดใดจะเล่นง่ายกว่าเสมอไป เพราะความถนัดของผู้เล่น ขนาดมือ และการปรับตั้งเครื่องดนตรีก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน
เรื่องที่ 4: วิธีการเล่น
กีตาร์คลาสสิกมักเน้นการดีดด้วยนิ้วมือ โดยใช้มือขวาควบคุมเสียงทำนอง เสียงเบส และเสียงประสานให้มีความสมดุลกัน
ส่วนกีตาร์โปร่งสายเหล็กสามารถเล่นได้ทั้งการตีคอร์ดด้วยปิ๊ก การเกาด้วยนิ้วมือ และการเล่น Fingerstyle ซึ่งเป็นการผสมผสานทำนอง เบส และเสียงประสานเข้าด้วยกัน
ทั้งสองประเภทจึงมีเทคนิคเฉพาะของตัวเอง แต่ก็มีหลายทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันได้
เรื่องที่ 5: แนวเพลงที่นิยมเล่น
กีตาร์คลาสสิกมักพบในบทเพลงคลาสสิก เพลงบรรเลง และบทเพลงที่เรียบเรียงสำหรับกีตาร์โดยเฉพาะ
ส่วนกีตาร์โปร่งสายเหล็กมักพบในเพลงป๊อป เพลงโฟล์ก เพลงร็อกอะคูสติก และเพลงที่ใช้กีตาร์ประกอบการร้อง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแนวทางโดยทั่วไปเท่านั้น เพราะเราสามารถนำกีตาร์ทั้งสองประเภทไปเล่นเพลงได้หลากหลายกว่าที่หลายคนคิดครับ
4. มือใหม่ควรเลือกเรียนกีตาร์คลาสสิกหรือกีตาร์โปร่ง?
คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวครับ เพราะการเลือกเครื่องดนตรีที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของกีตาร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ความสนใจ และประสบการณ์ของผู้เรียนด้วย
หากคุณชื่นชอบเสียงกีตาร์ที่นุ่มนวล สนใจการเล่นเพลงบรรเลง อยากฝึกอ่านโน้ต และต้องการศึกษาการเล่นกีตาร์อย่างเป็นระบบ กีตาร์คลาสสิกอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
ในทางกลับกัน หากคุณอยากเล่นเพลงป๊อป ร้องเพลงไปพร้อมกับกีตาร์ หรือเริ่มต้นจากการฝึกคอร์ดเพื่อเล่นเพลงที่ชื่นชอบ กีตาร์โปร่งสายเหล็กก็อาจตอบโจทย์ได้ดี
สำหรับผู้ปกครองที่กำลังเลือกเครื่องดนตรีให้ลูก ผมคิดว่าความสนใจของเด็กเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามครับ
เด็กบางคนอาจชอบเสียงกีตาร์คลาสสิกจากเพลงประกอบภาพยนตร์ ขณะที่บางคนอาจอยากเล่นเพลงที่ได้ยินจากศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ
การเปิดโอกาสให้เด็กได้ฟังเสียงกีตาร์ทั้งสองแบบ และลองสัมผัสเครื่องดนตรีจริง จะช่วยให้เขาเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าตัวเองสนใจแบบไหน
เพราะเมื่อผู้เรียนมีความสนใจในสิ่งที่กำลังเรียน โอกาสที่จะเกิดความสนุกและอยากพัฒนาตัวเองต่อไปก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
5. เรียนกีตาร์คลาสสิกแล้ว สามารถเล่นกีตาร์โปร่งได้ไหม?
อีกหนึ่งคำถามที่คนเริ่มเรียนกีตาร์อาจสงสัยคือ หากเริ่มจากกีตาร์คลาสสิกแล้ว จะสามารถเปลี่ยนไปเล่นกีตาร์โปร่งได้หรือไม่
คำตอบคือสามารถทำได้ครับ
พื้นฐานหลายอย่างจากการเรียนกีตาร์คลาสสิกสามารถนำไปใช้กับกีตาร์โปร่งได้ เช่น การควบคุมจังหวะ การอ่านโน้ต การฟังเสียง การประสานงานระหว่างมือซ้ายและมือขวา รวมถึงการฝึกเล่นทำนอง
ในทางกลับกัน ผู้ที่เริ่มจากกีตาร์โปร่งก็สามารถนำทักษะที่มีไปต่อยอดการเรียนกีตาร์คลาสสิกได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เครื่องดนตรีทั้งสองประเภทมีรายละเอียดทางเทคนิคที่แตกต่างกัน ผู้เรียนจึงอาจต้องปรับวิธีวางมือ การใช้แรงกดสาย และเทคนิคการเล่นบางอย่างให้เหมาะกับเครื่องดนตรีแต่ละประเภท
สิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องมองว่าการเลือกกีตาร์ในวันนี้จะเป็นการกำหนดว่าเราจะเล่นกีตาร์แบบไหนไปตลอดชีวิต
เมื่อมีพื้นฐานที่ดีแล้ว เรายังสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะไปในทิศทางอื่นได้อีกมากครับ
สรุป: กีตาร์แบบไหนเหมาะกับคุณ?
Classical Guitar และ Acoustic Guitar ต่างก็เป็นเครื่องดนตรีที่มีเสน่ห์และมีแนวทางการเล่นเป็นของตัวเอง
กีตาร์คลาสสิกโดดเด่นด้วยสายไนลอน เสียงที่นุ่มนวล และแนวทางการบรรเลงที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของเสียง ขณะที่กีตาร์โปร่งสายเหล็กโดดเด่นด้วยเสียงที่สว่างและการใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะการเล่นคอร์ดประกอบการร้องเพลง
แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเลือกกีตาร์ชนิดไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกเครื่องดนตรีที่สอดคล้องกับความสนใจและเป้าหมายของตัวเอง
หากยังตัดสินใจไม่ได้ ลองเริ่มจากการถามตัวเองง่าย ๆ ว่า เราอยากเล่นเพลงแบบไหน และเสียงกีตาร์แบบใดที่ทำให้เราอยากหยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาเล่นอีกครั้ง
เพราะการเริ่มต้นเรียนดนตรีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ควรเริ่มจากสิ่งที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุดครับ 🎸
โฆษณา