13 ต.ค. เวลา 01:21 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Disruption

ถ้าวันนี้คุณมีไอเดียอยากทำ App เล็กๆ ขึ้นมาสักตัว คุณคิดว่าจะต้องรอกี่วันกว่าจะได้เห็นมัน?
เมื่อก่อนคำตอบอาจเป็นหลายสัปดาห์ หรือบางครั้งอาจนานกว่านั้น
“ต้องเขียน Requirement —> นัดคุยกับทีม Technology —> รอออกแบบ —> รอเขียน Code —> รอทดสอบ —> แล้วค่อยกลับมาดูว่าสิ่งที่สร้างตรงกับสิ่งที่คิดไว้หรือไม่?”
แต่ User ทุกวันนี้มีความสามารถใช้ Claude หรือ Codex ทำหลายอย่าง และ flow การทำงานในชีวิตก็เปลี่ยนไป คือ
ของหลายอย่างที่เมื่อก่อนต้อง “รอคนอื่น” วันนี้ User ทั่วไปเริ่มทำเองได้แล้ว
“อยากลองหน้าจอ ก็ให้มันช่วยออกแบบ”
“อยากทำ Workflow ก็ลองต่อเอง”
“อยากได้ App เล็กๆ ก็ให้มันช่วยเขียน”
“ไม่ถูกใจก็แก้ใหม่ ยอมจ่าย Token ให้ AI ไป”
บางอย่างยังไม่ Production-ready หรอกครับ 😅
แต่สิ่งสำคัญคือ “คนทั่วไปไม่ต้องรอให้ไอเดียผ่านคนหลายทอดก่อนเห็นว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไรอีกแล้ว”
เมื่อก่อนฝ่าย Technology เหมือนมีกำแพงกั้นอยู่
ฝั่ง Business มีปัญหาและ Idea แล้วต้องอธิบายให้คนหนึ่งเข้าใจ ก่อนถูกแปลงเป็น Requirement ออกแบบ เขียน Code และส่งกลับมาให้ User ดู
กว่าจะรู้ว่าตรงกับสิ่งที่คิดหรือไม่ Idea ในหัวก็อาจเปลี่ยนไปแล้วครับ
“แต่ AI กำลังทำให้กำแพงนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว”
User พูดภาษาธรรมดากับ AI แล้วค่อยๆ ปั้นสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาได้เลย
“Idea → Prototype → ลองใช้ → แก้ → ลองใหม่”
Loop มันเร็วมาก และความเร็วนี้สำคัญกว่าที่เราคิด
เพราะเวลาคนมี Idea เขาไม่ได้อยากเขียนเอกสารแล้วรอสองสัปดาห์เพื่อดู Prototype เขาอยากเห็นมันตอนนั้นเลย
ถ้ายังไม่ใช่ก็แก้ ถ้ายังไม่ดีก็ Generate ใหม่
ถ้าต้องเสีย Token เพิ่ม แต่ยังอยู่ใน Flow ของความคิด หลายคนก็ยอมจ่าย 😅
แน่นอนครับ AI เขียน Code ก็ยังมีข้อจำกัด
“Code บางอย่างดูแลยาก”
“Design บางอย่างยังไม่ดี”
“Security ต้องระวัง”
“ระบบใหญ่ก็ยังซับซ้อนมากกว่าที่ User ธรรมดาจะเขียนด้วย AI ได้ทั้งหมด”
แต่ถ้ามองแค่ข้อจำกัดเหล่านี้ เราอาจกำลังมองผิดจุด?
เพราะ User ไม่จำเป็นต้องสร้าง หรืออยากได้ระบบแบบ Core Banking หรือ ERP ทั้งระบบเองทุกครั้ง
“บางครั้งเขาแค่ต้องการ Tool เล็กๆ ที่แก้ปัญหาวันนี้ได้” และถ้า Code นั้นดูแลไม่ได้จริงๆ ในโลกที่การสร้างใหม่ใช้เวลาไม่มาก เขาอาจเลือก ลบทิ้งแล้วสร้างใหม่ แทนการดูแลของเดิม
Software บางประเภทที่เคยมองว่าเป็น “ระบบ” และต้องใช้กันหลายปี อาจถูกท้าทายด้วย Software เล็กๆ ที่เกิดขึ้นตาม Idea และบริบทของผู้ใช้
* มันอาจไม่สวยที่สุด
* ไม่รองรับทุก Use Case
* และอาจไม่ได้อยู่ตลอดไป
แต่มัน “ตอบโจทย์ตอนที่คนต้องการ ณ moment นั้น”
ผลกระทบจึงไม่ได้มีแค่การพัฒนา Software ให้เร็วขึ้น แต่ยังเปลี่ยนวิธีที่คนในองค์กรทดลอง แก้ปัญหา และตัดสินใจ
เมื่อ Business สร้าง Prototype หรือ Tool เล็กๆ ได้เอง การทดลองไอเดียก็ไม่จำเป็นต้องรอคิวจากทีม Technology เสมอไป
องค์กรอาจมี Software เล็กๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก บางตัวใช้ไม่กี่เดือน บางตัวกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ และบางตัวก็ถูกลบทิ้งเมื่อไม่ตอบโจทย์
ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจึงต้องมาพร้อมการจัดการความเสี่ยงทั้ง
* ข้อมูลสำคัญต้องได้รับการดูแล
* Security ต้องไม่ถูกมองข้าม
* ระบบและ Network หลักต้องมีมาตรฐาน
* การเชื่อมต่อระหว่างระบบต้องควบคุมได้
* และสิ่งที่สร้างง่ายต้องมีทางเดินสู่ Production อย่างปลอดภัย เป็นต้น
ถ้าแนวโน้มนี้ไปต่อ Positioning ของ IT หรือทีม Technology ต้องเปลี่ยนเยอะแน่นอนครับ
แต่ไม่ใช่เพราะ “หน่วยงาน IT ในองค์กรจะหายไปนะครับ”
แต่เพราะงานบางประเภทที่เคยทำให้ Business ต้องพึ่ง IT กำลังถูก AI ทำให้ Business ทำเองได้มากขึ้น
งานรับและแปลง Requirement ทำหน้าจอพื้นฐาน เขียน Logic ธรรมดาๆ หรือตามงานระหว่างคนหลายกลุ่ม จะถูกกดคุณค่าลงเรื่อยๆ
ส่วนงานที่ยิ่งสำคัญยิ่งขึ้นไปจะกลายเป็น เช่น
* การดูแลข้อมูลสำคัญ
* Security
* ระบบและ Network หลัก
* การเชื่อมต่อหลายระบบ
* มาตรฐานและ Governance
* การพาของที่สร้างง่ายไปสู่ Production อย่างปลอดภัย
* รวมถึง Technology เชิงลึกที่ Business ไม่จำเป็นต้องสร้างเอง
ผมอาจมองแรงไปหน่อยนะครับ 🙂 แต่เชื่อไหมว่าในระยะยาว ผมไม่แปลกใจถ้าหน่วยงาน Technology โดยเฉพาะในองค์กรใหญ่ๆ จะเล็กลงมาก
ไม่ใช่เพราะองค์กรใช้ Technology น้อยลง แต่เพราะ “ทุกคนใช้ Technology ได้มากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าน IT ทุกครั้งเหมือนเดิม”
* เมื่อก่อน IT คือ “คนสร้าง Technology ให้ Business”
* อนาคต IT อาจต้องเป็น “คนสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ Business สร้าง Technology ของตัวเองได้”
เพราะ AI ไม่ได้แค่ช่วยเขียน Code แต่มันกำลังปลดล็อก คนที่มี Idea ให้เดินจากความคิดไปถึงของที่ใช้ได้ด้วยตัวเอง
เมื่อสะพานระหว่าง Idea กับของจริงสั้นลง คนที่เคยมีคุณค่าเพราะเป็น “ทางผ่าน” จะต้องหาคุณค่าใหม่
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “เราจะยังจำเป็นอยู่ไหม?”
แต่คือ “เมื่อคนอื่นไม่จำเป็นต้องผ่านเราเหมือนเดิมแล้ว เราจะสร้างคุณค่าอะไรที่พวกเขาสร้างเองไม่ได้”
ในองค์กรของเรา วันนี้มีงานหรือบทบาทอะไรบ้างที่ยังมีคุณค่าเพียงเพราะคนอื่นต้องเดินผ่านเรา?
และถ้าพรุ่งนี้ทุกคนสร้างของเล็กๆ ได้เอง เราพร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยนจากการเป็น “สะพาน” ไปเป็นคนที่วางรากฐาน คุมความเสี่ยง เชื่อมโยงระบบซับซ้อน และทำให้องค์กรสร้างสิ่งใหม่ได้เร็วขึ้นอย่างปลอดภัย?
สุดท้ายแล้ว เมื่อ AI ทำให้ทุกคนสร้างของได้เอง คุณค่าของเราจะไม่ได้อยู่ที่การเป็นทางผ่าน แต่อยู่ที่การทำให้องค์กรเดินทางได้เร็ว ไกล และปลอดภัยกว่าเดิม
#วันละเรื่องสองเรื่อง
โฆษณา