•
14 ต.ค. เวลา 13:02 • ดนตรี เพลง

ความทรงจำ - BANK PREETI อดีต ปัจจุบัน และความเข้าใจ

“บางคราว…
ยังเหมือนว่าเธออยู่ตรงนี้
เรื่องราวที่ดีก็ยังฝังใจ
.
.
.
บางความทรงจำเก่าๆ
ก็ยังงดงามไม่คลาย
กระจ่างอยู่ข้างใน เมื่อไหร่ที่คิดขึ้นมา,,,”
เคยรู้สึกมั้ยครับว่า
บางความทรงจำในชีวิตเรา
ก็แอบย้อนแย้งแปลกดีเหมือนกัน
มันไม่ได้เจ็บจนทนไม่ได้
แต่มันก็ไม่ได้สุขจนยิ้มออกได้เต็มปาก
เป็นความรู้สึกกระอักกระอ่วน
กลางๆ ที่โบยบินอยู่บนเส้น
ระหว่างความสุขและเศร้าปนกันอยู่
แม้เราต่างรู้ว่าชีวิตมีพบย่อมมีจาก
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางคนจากเป็น
เพียงเพราะเส้นทางชีวิตหมุนพาเราไปคนละทิศทาง
หรือความสัมพันธ์เดินทางมาถึงจุดที่ต้องเอ่ยคำลา
ขณะที่บางคนจากตาE
มีเหตุพรากจากเราไปตลอดกาล
ไม่ว่าจะด้วยกาลเวลาหรือโรคภัย
แต่ไม่ว่าการจากลานั้นจะเกิดขึ้นยังไง
สิ่งที่ยังคงอยู่กับเราเสมอ
ก็คือ “ความทรงจำ” ที่เราต่าง
เคยมีร่วมกันมาระหว่างทาง
และการกลับมาของเพลงเก่า
ที่ถูกนำมาเล่าใหม่ครั้งนี้
ก็พบว่ามีหลากหลายอารมณ์
แง่คิดและเรื่องราวให้ชวนขบคิด
ทบทวนกลับมาในชีวิตมากมายเลยครับ
1. บางคนไปจากชีวิต แต่ไม่เคยจากไปจากใจ
- ทำไมเราถึงยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อคิดถึงเขา? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครคนนั้นจากกันไปแบบไหน แต่ตอนที่ยังอยู่ด้วยกัน เราได้ทำสิ่งดีๆ ให้กันไว้มากเท่าไร หากช่วงเวลาที่เคยมีกัน มันเต็มไปด้วยความรัก ผูกพันและความใส่ใจ มีทั้งวันที่เข้าใจและไม่เข้าใจกัน แต่ก็ยังจับมือร่วมทางเสมอมา
ก่อนจะพบว่าแม้ในวันที่เขาไม่อยู่แล้ว ความทรงจำเหล่านั้นก็ยังคงทำหน้าที่เสมือนแสงแดดอุ่นๆ หล่อเลี้ยงหัวใจในวันฟ้าหม่นเทา โมเมนต์นี้อาจทำให้เรารู้สึกเหงาปนเศร้าเมื่อตระหนักว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะไม่หวนกลับมา แต่มันก็สร้างความชื่นใจอยู่ลึกๆ ว่า ครั้งหนึ่งชีวิตเราเคยโชคดีขนาดไหนที่ได้ “เคยมี” ความทรงจำมากมายร่วมกัน และมันล้วนเกิดขึ้นจริง
ยิ่งเพลงนี้ถูกขับขานด้วยเสียงร้องอันนุ่มละมุน เปลี่ยวเหงา และเศร้าครวญของ “พี่แบงค์ ปรีติ” หรือพี่แบงค์ (อดีต) วง CLASH เคล้าเสียงดนตรีบัลลาดร็อกทั้งกีตาร์และเครื่องสายสอดประสากัน กลับยิ่งพาให้ใจมันดำดิ่งลึกเข้าไปในห้วงอารมณ์เนื้อหายิ่งกว่าเดิม
ในเวอร์ชันต้นฉบับของ “พี่แอม เสาวลักษณ์” จะให้ฟีลความทรงจำของการจากเป็น ผ่านอารมณ์เพลงที่เหมือนอัลบั้มภาพถ่ายเก่าๆ ที่เราหยิบมาดูเมื่อไรก็ยังอบอุ่น พร้อมบาดแผลที่ผ่านกาลเวลามานานจนไม่ได้เจ็บเท่าเดิม หรือต่อให้เจ็บก็รู้สึกกับมันแบบเข้าใจ ในวันเวลาที่ต่างฝ่ายต่างโตไปในเส้นทางของตัวเอง มันคือการยิ้มทั้งน้ำตาแบบคนที่ยอมรับความจริง และขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยได้รักกัน แม้จะไม่ได้ครอบครองกันอีกต่อไป
แต่ในเวอร์ชันนี้ของพี่แบงค์ ปรีติ MV นี้มันคือความทรงจำของการจากตาE บรรยากาศจึงมีความเศร้าหม่น ซึมลึก และเต็มไปด้วยความทรมานของการสูญเสียชั่วนิรันดร์ มันคือความรู้สึกอัดอั้นของคนที่ต้องกลั้นใจเดินต่อ แม้ข้างในจะแตกสลายมากเพียงใด
เมื่อใครบางคนออกจากชีวิต สิ่งที่หายไปคือการมีเขาอยู่ในปัจจุบัน เราอาจไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้กินข้าวด้วยกัน หรือไม่มีโอกาสสร้างความทรงจำใหม่อีกแล้ว แต่เรื่องที่เคยเกิดขึ้นกลับยังอยู่ครบในใจเรา
นี่คือความงดงามและโหดร้ายของ “ความทรงจำ” ในเวลาเดียวกัน โปรดกลับมาหาคนเดิมๆ อีกครั้ง ตั้งแต่เธอเดินไป เหงาจนครวญใจ
เพราะความทรงจำยังสามารถพาคนที่ไม่มีอยู่ตรงหน้าแล้วกลับมาหาเราได้ชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็เตือนเราไปพร้อมกันว่า ภาพตรงหน้านั้นเป็นเพียงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้นได้อีก คนคนหนึ่งอาจหายไปจากชีวิต แต่ยังอยู่ในห้วงความคิด ในเพลงที่เคยฟัง สถานที่ที่เคยไป รูปถ่ายที่เคยมี ประโยคที่เคยพูด
หรือแม้แต่รอยยิ้มของใครอีกคนที่บังเอิญคล้ายเขาเหลือเกิน บางคนไม่ได้อยู่ข้างเราแล้ว แต่การที่ครั้งหนึ่งเราเคยมีเขาอยู่ในชีวิต กลับงดงามขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เพราะความทรงจำเหล่านั้นยังคงหล่อเลี้ยงหัวใจของคนที่อยู่ข้างหลัง ให้พอมีกำลังกลั้นใจเดินต่อไปได้ในแต่ละวัน มีแต่เธอนั้น ไม่จากไปไหน ถึงฟ้าจะไม่สดใส เธอนั้นก็ยังอยู่
และไม่ว่าวันนี้ คนสำคัญในชีวิตของคุณจะจากเป็นด้วยเหตุผลของชีวิต หรือจากตาEด้วยกาลเวลา หากคุณพบว่าตัวเองกำลังนั่งยิ้มให้กับเรื่องราวในอดีต ทั้งที่ตายังคลอไปด้วยน้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลออก อยากบอกให้รู้ไว้นะครับว่านั่นไม่ใช่ความอ่อนแอหรอก แต่มันคือหลักฐานที่ย้ำว่าความรักที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับเขานั้นเป็นของจริง มันเป็นรักที่ “เคยมี” และ “เคยดี” ระหว่างกันมากเหลือเกิน
บางทีนั่นอาจเป็นธรรมชาติของความทรงจำที่มีค่าจริงๆ เพราะถ้ามันไม่ได้มีความหมายกับเรามากพอ วันนี้ก็คงไม่สามารถทำให้เรารู้สึกได้มากขนาดนี้เช่นกัน เราสามารถภูมิใจที่ครั้งหนึ่งเคยรักกันดี ขณะเดียวกันก็เสียใจที่วันนี้ไม่มีเขาอยู่แล้วได้ สามารถยิ้มให้กับเรื่องเก่าๆ แล้วมีน้ำตาให้กับคนในเรื่องเดียวกันต่อ
ฉะนั้นการที่ยังร้องไห้เมื่อนึกถึงใคร ก็ไม่ได้ทำให้ช่วงเวลาดีๆ ที่เคยมีถูกลดคุณค่าลงเลย ในทางกลับกัน น้ำตาอาจเป็นอีกหลักฐานหนึ่งว่าช่วงเวลานั้นเคยมีความหมายกับเรามากเพียงใด
เพลงเดิมในเวอร์ชันใหม่นี้มันจึงไม่ใช่เพียง “เราอาจไม่ได้ร่วมทางกันแล้ว แต่ยังคิดถึงวันดีๆ” แต่กลายเป็น “เรายังรักกันอยู่ แต่ไม่มีทางได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว”
2. เมื่อความทรงจำกลายเป็นกับดักที่หยุดเวลาคน
- ขณะเดียวกันใน MV เราเห็นภาพของพ่อที่รับมือกับการสูญเสียภรรยาสุดที่รัก ด้วยการแช่แข็งความทรงจำตัวเองไว้ในชุดสูทสีขาววันแต่งงาน เพราะนั่นคือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้เขายังพอยิ้มได้เสมือนว่าเฌอปรางยอดดวงใจไม่เคยจากไปเลย
หลังสูญเสียภรรยา ชีวิตของพ่อยังดำเนินต่อไป ลูกสาวเติบโตขึ้นทุกวัน โลกเปลี่ยนไปตามเวลา แต่เหมือนว่าใจเขาเหมือนยังยืนอยู่ในวันเดิม สูทสีขาวตัวเดิม ความทรงจำเดิม และภาพของเธอที่ยังถูกนำกลับมาฉายซ้ำใหม่ผ่านกระดาษจดหมายใบเก่า รูปถ่ายคู่ของเรา และลูกสาวที่เปรียบเสมือนภาพต่างหน้าของแม่ ที่ช่างงดงามละม้ายคล้ายคลึงกัน
การขอให้ลูกยิ้มเห็นฟันให้ดู จึงไม่ใช่แค่การมองหาภาพซ้อนในวันวาน แต่มันคือการพยายามดึงเอาความสุขครั้งนั้น มาปลอบประโลมความเหงาเศร้าจับใจในปัจจุบัน รวมถึงการไปเยี่ยมเธอเสมอโดยมีกำแพงบรรจุอัฐิเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้เขาได้ส่งใจถึงเธอ จนกลายเป็นการพลั้งเผลอทำร้ายหัวใจของลูกที่อยู่ตรงหน้าอย่างยาวนานโดยไม่รู้ตัว
ตรงนี้ทำให้ “ความทรงจำ” กลายเป็นมิติที่ให้อีกอารมณ์ทันที เมื่อมันสามารถเป็นที่พักใจได้ชั่วคราว แต่ถ้าเราเข้าไปอยู่ในนั้นนานเกินไป ก็อาจกลายเป็นสถานที่ที่กักเราเอาไว้จนไม่ได้ใช้ชีวิต เสมือนคนตาEทั้งเป็น ซึ่งพ่อก็ไม่ได้ผิดที่ยังคิดถึงแม่ แต่สิ่งที่น่าเศร้าคือ เมื่อเขาพยายามรักษาคนที่จากไปเอาไว้มากเกิน เขากลับเริ่มเดินออกไปไกล มองไม่เห็นคนที่ยังอยู่ตรงหน้า
ประโยคของลูกที่ถามกลับว่า “แล้วหนูล่ะ?” จึงสะท้อนความรู้สึกของคนที่ถูกลืม จนคล้ายไร้ตัวตน แต่นั่นก็เป็นคำถามเรียกสติลากพ่อออกจากอดีตกลับมายังปัจจุบันสักที เพราะบางครั้งการยึดติดกับคนที่จากไป อาจทำให้เราเผลอทอดทิ้งคนที่ยังอยู่โดยไม่รู้ตัว พ่อถึงได้รู้ว่า การให้เกียรติคนที่จากไปอย่างแท้จริง ไม่ใช่การหยุดเวลาตัวเองไว้ในความอาลัย แต่มันคือการเก็บความรักที่เคยมี มาใช้ดูแลคนข้างหลังที่เขารักและฝากฝังไว้ให้ดีที่สุดเช่นกัน
3. ความหมายของการเผา จม. รัก
- ตอนจบที่พ่อบอกลูกว่าจะไปลาแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเผาจดหมายและส่งจูบลาให้เธอจากใจ สิ่งนี้ใช่ว่าเขาตั้งใจจะหักดิบและลืมเธอไปเลย เพราะเราคงไม่ได้ลืมคนที่สำคัญกับชีวิตขนาดนั้นเพียงเพราะกระดาษแผ่นหนึ่งหายไปจากโลกใบนี้
สิ่งที่เขาเผาจริงๆ จึงอาจเป็น “การยึดติด” ภาพในอดีต มากกว่าการเผาความทรงจำ เมื่อที่ผ่านมา จดหมายเหมือนเป็นไทม์แมชชีนที่ผูกเขาไว้กับวันเดิม เขายังจับมันมาอ่านไว้ เหมือนกำลังจับมือคนที่จากไป แต่เมื่อถึงวันที่ยอมเผามัน เขานั้นไม่ได้ยอมแพ้ แต่แค่ “ยอมรับ” ว่าบางความทรงจำก็ควรปล่อยวางลงจากใจที่ยึดเหนี่ยว โศกเศร้า และอ่อนล้ามานาน
เช่นนี้ คนคนหนึ่งสามารถยังอยู่ในใจเราได้ โดยไม่จำเป็นต้องยืนขวางทางชีวิตของเราตลอดไปและบางทีการ “ปล่อย” ก็ไม่ได้แปลว่ารักนั้นได้จบลง เรายังรัก ยังคิดถึงเขา พร้อมเดินต่อได้เหมือนเดิม มันเพียงหมายความว่าเราเรียนรู้แล้ว ที่จะเก็บเขาไปต่อกับชีวิตได้ยังไง โดยไม่ต้องกลับไปอาศัยอยู่ในอดีตตลอดเวลา
โดยรวมแล้ว “ความทรงจำ” อาจไม่ได้พูดถึงการจำใครคนหนึ่งให้ได้ตลอดไปเท่านั้น
แต่มันพูดถึงการเรียนรู้ว่า เราจะวางคนคนนั้นไว้ตรงไหนในชีวิตหลังจากเขาจากไปแล้ว วันหนึ่งเมื่อย้อนกลับไป เราอาจยังมีรอยยิ้มให้กับมันได้ แม้ข้างในจะยังมีน้ำตา
และเมื่อถึงวันที่ต้องปล่อยมือ การปล่อยไม่ได้หมายถึงต้องลืม เราเพียงเปลี่ยนจากการพยายามเก็บใครคนหนึ่งไว้ “ข้างกาย” มาเป็นการปล่อยให้เขาได้งดงามอยู่ “ข้างในใจ” ไกลห่างคนละฟ้า แต่ด้วยรักและศรัทธาจะเชื่อมใจถึงกัน แทนสัญญาด้วยหัวใจ ไม่มีใครแทนเธอ
และบางที วิธีที่ดีที่สุดในการคิดถึงคนที่ไม่มีวันกลับมา ก็คือการกลับมารักคนที่ยังอยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ด้วยหัวใจที่มี ความทรงจำไม่ได้มีไว้เพื่อกักขังเราไว้กับความสูญเสีย แต่มันมีไว้เพื่อเตือนใจว่า ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต เราเคยได้รับความรักที่งดงามแค่ไหน และนำพลังจากความรักนั้น กลับมาดูแลคนที่กำลังจับมือเราอยู่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด ก่อนที่กาลเวลาจะพรากใครไปจากเราอีกคน อาจเหมือนช่วงเวลาที่ร่วงหล่นที่ร่ำร้องอยู่ในบทเพลง
.
.
.
“และยังคงยิ้ม ยิ้มทั้งน้ำตา
ที่ผ่านไปแล้วไม่หวนคืนมาก็ไม่เสียดาย
แค่เพียงคิดถึงว่าเคยได้มี
บางครั้งก็ยังชื่นใจ
แม้จะมีเก็บไว้แค่ความทรงจำ
.
.
อยากเก็บเอาไว้แค่เพียงสิ่งดีดี
ถึงวันนี้มีแต่ความเหงาใจ
มีเพียงบางครั้งที่อาจจะยังสงสัย…
.
.
ว่าเธอเองจะเคยบ้างมั้ยที่คิดเหมือนกัน
ก็เป็นเพียงแค่ความสุขใจเมื่อคิดถึงเธอ,,,”
ขอบคุณภาพจาก: Genierock
โฆษณา