เมื่อวาน เวลา 02:16 • ประวัติศาสตร์

เมื่อ CIA ใช้ดวงจันทร์ดักฟังโซเวียต! ปฏิบัติการจารกรรมสุดเหลือเชื่อแห่งสงครามเย็น

ในช่วงสงครามเย็น เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับปัญหาหนึ่ง นั่นคือสถานีเรดาร์ของสหภาพโซเวียตที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของสหภาพโซเวียตได้ส่งสัญญาณที่สามารถเปิดเผยข้อมูลอันมีค่าเกี่ยวกับระบบป้องกันขีปนาวุธ แต่ด้วยข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ กลับทำให้สถานีดักฟังของฝ่ายอเมริกันไม่สามารถรับสัญญาณเหล่านั้นจำนวนมากได้โดยตรง
“เจมส์ เทร็กซ์เลอร์ (James Trexler)” วิศวกรจากห้องปฏิบัติการวิจัยกองทัพเรือสหรัฐฯ (Naval Research Laboratory) จึงเสนอแนวคิดอันกล้าหาญและท้าทายอย่างยิ่ง นั่นคือการใช้ “ดวงจันทร์“ เป็นแผ่นสะท้อนสัญญาณขนาดมหึมาที่มีอยู่ตามธรรมชาติ โดยตั้งสมมติฐานว่า คลื่นวิทยุและสัญญาณเรดาร์ของสหภาพโซเวียตที่เล็ดลอดออกไปสู่อวกาศ อาจเดินทางไปกระทบพื้นผิวดวงจันทร์ ก่อนจะสะท้อนกลับมายังเครื่องรับสัญญาณของสหรัฐอเมริกาบนโลก
แต่การจะตรวจจับสัญญาณสะท้อนที่แผ่วเบาอย่างเหลือเชื่อเหล่านั้นจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ขนาดมหึมา เทร็กซ์เลอร์จึงวาดภาพโครงการที่ต้องใช้เสาอากาศรับสัญญาณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 600 ฟุต หรือราว 183 เมตร ซึ่งสามารถหมุนปรับทิศทางได้อย่างอิสระทั้งระบบและมีพื้นที่รับสัญญาณมากกว่าเจ็ดเอเคอร์ หรือกว่า 28,000 ตารางเมตร
โครงการนี้มีชื่อว่า ”Project Moonbounce“ หรือ “โครงการสะท้อนสัญญาณผ่านดวงจันทร์” โดยสถานที่ก่อสร้างตามแผนไม่ได้อยู่ในแถบทะเลแคริบเบียนอย่างที่เรื่องเล่าบางฉบับในเวลาต่อมากล่าวอ้าง หากแต่อยู่ที่ชูการ์โกรฟ (Sugar Grove) รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสัญญาณวิทยุรบกวนต่ำ เหมาะสำหรับการติดตั้งจานรับสัญญาณขนาดมหึมาที่จะคอยดักฟังคลื่นซึ่งสะท้อนกลับมาจากดวงจันทร์ และการก่อสร้างก็ได้เริ่มต้นขึ้นที่นั่น
แนวคิดดังกล่าวอาจฟังดูราวกับหลุดออกมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ แต่การทดลองในขนาดที่เล็กกว่าได้พิสูจน์แล้วว่าหลักการนี้สามารถใช้งานได้จริง หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาก็ประสบความสำเร็จในการใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่ตรวจจับสัญญาณเรดาร์ของสหภาพโซเวียต หลังจากสัญญาณเหล่านั้นเดินทางเป็นระยะทางหลายแสนไมล์ไปยังดวงจันทร์ ก่อนสะท้อนกลับมายังโลก
ในเดือนมกราคม ค.ศ.1964 (พ.ศ.2507) กองทัพเรืออเมริกันประสบความสำเร็จในการดักรับสัญญาณจากเรดาร์กำลังส่งสูงของสหภาพโซเวียต ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ทดสอบขีปนาวุธซารีชากัน (Sary Shagan) โดยใช้เสาอากาศขนาด 150 ฟุต หรือประมาณ 46 เมตร และต่อมา สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA ยังได้ดำเนินภารกิจรวบรวมข่าวกรองด้วยเทคนิคสะท้อนสัญญาณผ่านดวงจันทร์ของตนเอง โดยใช้จานรับสัญญาณขนาด 150 ฟุตของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
อย่างไรก็ตาม เสาอากาศขนาดมหึมาที่ชูการ์โกรฟกลับไม่เคยก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยก่อนที่โครงสร้างขนาดยักษ์แห่งนี้จะพร้อมปฏิบัติการ เทคโนโลยีดาวเทียมก็ถือกำเนิดและพัฒนาขึ้นเสียก่อน ทำให้หน่วยงานข่าวกรองมีวิธีการที่ยืดหยุ่นกว่ามากในการรวบรวมสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์จากเบื้องบน
ท้ายที่สุด โครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จจึงถูกยกเลิก ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของหนึ่งในความทะเยอทะยานทางวิศวกรรมที่กล้าหาญที่สุดแห่งยุคสงครามเย็น
ครั้งหนึ่งในช่วงเวลาสั้นๆ วิศวกรชาวอเมริกันเคยวางแผนอย่างจริงจังที่จะสร้างอุปกรณ์รับฟังสัญญาณวิทยุขนาดมหึมา สูงเสียยิ่งกว่าตึกระฟ้า แล้วหันมันขึ้นไปยังดวงจันทร์ โดยเป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การรับฟังเสียงของนักบินอวกาศหรือการค้นหาสัญญาณจากอารยธรรมต่างดาว แต่เป็นการดักฟังสัญญาณเรดาร์ของสหภาพโซเวียตที่สะท้อนกลับมาจากโลกอีกดวงหนึ่ง
การจารกรรมในยุคสงครามเย็นได้ขยายขอบเขตออกไปไกลจนมีมิติใหญ่โตถึงระดับดวงจันทร์อย่างแท้จริง
โฆษณา