•
เมื่อวาน เวลา 13:05 • การศึกษา
นครราชสีมา

ลูกไม่เคยเรียนดนตรีมาก่อน เริ่มเรียนกีตาร์ได้ไหม?

ผู้ปกครองหลายท่านที่สนใจอยากให้ลูกเรียนกีตาร์ อาจมีคำถามอยู่ในใจว่า ถ้าลูกไม่เคยเรียนดนตรีมาก่อนเลย จะสามารถเริ่มเรียนกีตาร์ได้ไหม?
บางบ้านอาจกังวลว่าลูกยังอ่านโน้ตไม่เป็น ไม่รู้จักจังหวะดนตรี หรือไม่เคยจับเครื่องดนตรีมาก่อนเลย กลัวว่าถ้าเริ่มเรียนแล้วลูกจะตามเพื่อนไม่ทัน หรือเรียนไปสักพักแล้วรู้สึกยากจนไม่อยากเรียนต่อ
ความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับ โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหากิจกรรมใหม่ ๆ ให้ลูกเป็นครั้งแรก
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานดนตรีมาก่อน จึงจะสามารถเริ่มเรียนกีตาร์ได้ เพราะการเรียนดนตรีสามารถเริ่มต้นจากศูนย์ แล้วค่อย ๆ พัฒนาทักษะไปตามความพร้อมของผู้เรียนแต่ละคนได้ครับ
วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า หากลูกไม่เคยเรียนดนตรีมาก่อน ผู้ปกครองควรเตรียมตัวอย่างไร และมีเรื่องอะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนเริ่มเรียนกีตาร์
1. ไม่เคยเรียนดนตรีมาก่อน ต้องอ่านโน้ตเป็นไหม?
หนึ่งในคำถามที่ผู้ปกครองมักสงสัยคือ หากลูกอ่านโน้ตไม่เป็น จะสามารถเริ่มเรียนกีตาร์ได้หรือไม่
คำตอบคือได้ครับ เพราะการอ่านโน้ตเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับการเล่นเครื่องดนตรีได้ ไม่ใช่สิ่งที่เด็กจำเป็นต้องทำได้ก่อนเข้าเรียน
ในช่วงแรกของการเรียนกีตาร์ เด็กจะได้ทำความรู้จักกับเครื่องดนตรี เรียนรู้วิธีจับกีตาร์ การวางมือ และการทำให้เกิดเสียงจากการดีดสาย
หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ เรียนรู้ทักษะอื่น ๆ ตามลำดับ เช่น การกดสาย การเล่นโน้ต การทำความเข้าใจจังหวะ และการอ่านโน้ตดนตรี
แน่นอนว่าเด็กแต่ละคนอาจใช้เวลาเรียนรู้ไม่เท่ากัน บางคนอาจเข้าใจสิ่งที่ครูสอนได้รวดเร็ว ขณะที่บางคนอาจต้องใช้เวลาฝึกฝนซ้ำหลายครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเรียนรู้ครับ
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การทำให้เด็กมีความรู้ทุกอย่างก่อนเริ่มเรียน แต่เป็นการจัดลำดับการเรียนรู้ให้เหมาะสม เพื่อให้เด็กสามารถค่อย ๆ สร้างพื้นฐานของตัวเองขึ้นมาได้
2. ถ้าลูกไม่มีพื้นฐานเลย จะเรียนตามคนอื่นทันไหม?
เรื่องนี้ต้องพิจารณาจากรูปแบบการเรียนด้วยครับ
หากเป็นการเรียนแบบกลุ่ม เด็กแต่ละคนอาจมีพื้นฐาน ความเข้าใจ และความเร็วในการเรียนรู้แตกต่างกัน การจัดการเรียนการสอนจึงต้องคำนึงถึงความแตกต่างเหล่านี้ด้วย
สำหรับเด็กที่เพิ่งเริ่มเรียนกีตาร์เป็นครั้งแรก การเริ่มต้นจากบทเรียนพื้นฐานที่เหมาะสมกับวัยจะช่วยให้เขาค่อย ๆ ทำความเข้าใจสิ่งที่เรียนได้ดีขึ้น
ส่วนการเรียนแบบตัวต่อตัว ครูจะสามารถปรับเนื้อหาและความเร็วในการสอนให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคนได้มากขึ้น เช่น หากเด็กยังวางนิ้วไม่คล่อง ก็สามารถใช้เวลาฝึกเรื่องนี้เพิ่มเติมก่อนที่จะไปสู่บทเรียนถัดไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรียนในรูปแบบใด การเปรียบเทียบพัฒนาการของเด็กกับเพื่อนคนอื่นมากเกินไปอาจทำให้เด็กเกิดความกดดันได้
ผมคิดว่าการเรียนดนตรีควรให้ความสำคัญกับพัฒนาการของตัวเด็กเองมากกว่าครับ
วันนี้เขาอาจยังเล่นเพลงไม่ได้ แต่หากสามารถจับกีตาร์ได้ถูกต้องขึ้น หรือเริ่มเล่นโน้ตได้ชัดเจนกว่าเดิม นั่นก็ถือเป็นความก้าวหน้าที่มีความหมายแล้ว
3. เริ่มเรียนกีตาร์ ต้องเตรียมตัวอะไรก่อนบ้าง?
สำหรับผู้ปกครองที่กำลังมองหาคอร์สเรียนกีตาร์มือใหม่ให้ลูก ผมแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมตั้งแต่วันแรก แต่มีเรื่องพื้นฐานบางอย่างที่ควรพิจารณาครับ
เรื่องแรก คือความสนใจของเด็ก
ลองสังเกตว่าลูกสนใจเสียงดนตรีหรือไม่ ชอบฟังเพลงแบบไหน หรือเคยแสดงความสนใจอยากเล่นเครื่องดนตรีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า
เราไม่จำเป็นต้องรอให้เด็กแสดงความสนใจอย่างชัดเจนเสมอไป เพราะบางครั้งเด็กอาจยังไม่รู้จักเครื่องดนตรีมากพอที่จะตัดสินใจว่าตัวเองชอบอะไร
การเปิดโอกาสให้เขาได้ลองสัมผัสกีตาร์และทำความรู้จักกับการเรียนดนตรี จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กค้นพบความสนใจของตัวเองได้
เรื่องที่สอง คือการเลือกกีตาร์ให้เหมาะกับเด็ก
กีตาร์มีหลายขนาดและหลายประเภท หากเป็นเด็กเล็ก ควรพิจารณาขนาดของเครื่องดนตรีให้เหมาะกับสรีระของผู้เรียน ไม่ควรเลือกจากอายุเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบความสูงของสายเหนือเฟรต หรือที่เรียกว่า Action ด้วย เพราะหากสายสูงเกินไป เด็กจะต้องออกแรงกดมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้การเริ่มเรียนรู้ยากกว่าที่ควรจะเป็น
สำหรับครอบครัวที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกกีตาร์แบบไหน การปรึกษาครูผู้สอนก่อนซื้อเครื่องดนตรีก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ
เรื่องที่สาม คือการเตรียมเวลาให้กับการฝึกซ้อม
การเรียนกีตาร์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น แต่การกลับไปทบทวนสิ่งที่เรียนมาระหว่างสัปดาห์ก็มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กด้วย
ในช่วงแรก ผู้ปกครองอาจช่วยจัดเวลาให้ลูกฝึกซ้อมครั้งละประมาณ 5–10 นาที โดยปรับตามวัย ความพร้อม และความยากของบทเรียน
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการฝึกเป็นเวลานาน ๆ เพราะเป้าหมายในช่วงแรกคือการช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับการฝึกดนตรีอย่างสม่ำเสมอ และรู้สึกว่าการเล่นกีตาร์เป็นกิจกรรมที่เขาสามารถทำได้
เมื่อเด็กมีพื้นฐานมากขึ้น จึงค่อยปรับระยะเวลาและรูปแบบการฝึกซ้อมให้เหมาะสมต่อไปครับ
4. เด็กที่ไม่เคยเรียนดนตรี ควรเริ่มจากกีตาร์คลาสสิกหรือกีตาร์โปร่ง?
อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ปกครองอาจสงสัยคือ หากลูกไม่เคยเรียนดนตรีมาก่อน ควรเริ่มจากกีตาร์คลาสสิก (Classical Guitar) หรือกีตาร์โปร่ง (Acoustic Guitar) ดี
กีตาร์ทั้งสองประเภทสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนดนตรีได้ แต่มีลักษณะบางอย่างที่แตกต่างกันครับ
กีตาร์คลาสสิกใช้สายไนลอนเป็นหลัก ซึ่งโดยทั่วไปให้สัมผัสที่นุ่มกว่าสายเหล็ก และมักใช้ในการเรียนที่เน้นการเล่นด้วยนิ้วมือ การอ่านโน้ต และการพัฒนาทักษะการบรรเลงอย่างเป็นระบบ
ส่วนกีตาร์โปร่งสายเหล็กเหมาะกับการเล่นเพลงป๊อป การตีคอร์ด และการเล่นประกอบการร้องเพลง โดยอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเด็กที่อยากเล่นเพลงที่ตัวเองชื่นชอบ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่ากีตาร์ประเภทใดจะเหมาะกับเด็กที่ไม่มีพื้นฐานมากกว่าอีกประเภทหนึ่งเสมอไป เพราะยังต้องพิจารณาถึงความสนใจ ขนาดมือ และเป้าหมายในการเรียนของเด็กด้วย
หากลูกชื่นชอบเพลงบรรเลงและอยากเรียนรู้การเล่นกีตาร์ด้วยนิ้วมือ กีตาร์คลาสสิกอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
แต่ถ้าลูกอยากเล่นเพลงป๊อปหรือร้องเพลงพร้อมกับเล่นกีตาร์ กีตาร์โปร่งก็สามารถตอบโจทย์ได้เช่นกัน
สำหรับผม การเลือกเครื่องดนตรีที่เหมาะสมควรเริ่มจากการทำความเข้าใจตัวเด็กก่อน แล้วจึงเลือกแนวทางการเรียนที่สอดคล้องกับความสนใจของเขาครับ
5. ผู้ปกครองควรคาดหวังอะไรจากการเรียนกีตาร์ในช่วงแรก?
เมื่อเริ่มเรียนกีตาร์ ผู้ปกครองบางท่านอาจคาดหวังว่าลูกจะสามารถเล่นเพลงได้ภายในเวลาไม่นาน แต่ในความเป็นจริง พัฒนาการของเด็กแต่ละคนแตกต่างกันครับ
ในช่วงแรก เด็กอาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับการจับกีตาร์ การวางนิ้ว และการควบคุมเสียง ซึ่งบางครั้งอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนในระยะยาว
เด็กบางคนอาจสามารถเล่นทำนองสั้น ๆ ได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่บางคนอาจต้องฝึกพื้นฐานเหล่านี้อีกระยะหนึ่งก่อนจะเริ่มเล่นเพลงได้คล่องขึ้น
สิ่งที่ผู้ปกครองสามารถช่วยได้คือการให้กำลังใจ และสังเกตพัฒนาการของลูกจากสิ่งที่เขาทำได้ดีขึ้น แทนที่จะมองเพียงว่าเขาเล่นเพลงได้เร็วแค่ไหน
หากลูกยังเล่นไม่ได้ตามที่ตั้งใจ เราอาจช่วยให้เขามองเห็นเป้าหมายที่เล็กลง เช่น วันนี้ลองเล่นให้เสียงชัดขึ้น หรือฝึกโน้ตเพียงไม่กี่ตัวให้คล่องก่อน
เมื่อเด็กสามารถทำสิ่งที่เคยทำไม่ได้สำเร็จ เขาก็จะมีโอกาสเกิดความรู้สึกภูมิใจในความพยายามของตัวเอง
แน่นอนว่าการเรียนดนตรีไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะต้องชอบหรือเรียนต่อไปในระยะยาว แต่การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ย่อมช่วยให้เด็กมีโอกาสค้นพบว่าดนตรีเป็นสิ่งที่ตัวเองสนใจหรือไม่
สรุป: ลูกไม่มีพื้นฐานดนตรี เริ่มเรียนกีตาร์ได้หรือไม่?
คำตอบคือ เริ่มได้ครับ และไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกอ่านโน้ตเป็นหรือมีพื้นฐานดนตรีก่อน
สิ่งสำคัญคือการเลือกแนวทางการเรียนที่เหมาะสมกับวัย ความพร้อม และความสนใจของเด็ก รวมถึงเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้จากพื้นฐานทีละขั้นตอน
สำหรับผู้ปกครองที่กำลังมองหาคอร์สเรียนกีตาร์มือใหม่ให้ลูก ผมอยากให้ลองเปลี่ยนจากคำถามว่า ลูกมีพื้นฐานพร้อมหรือยัง มาเป็น เราจะช่วยให้ลูกเริ่มเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมได้อย่างไร ดูครับ
เพราะเด็กทุกคนต่างมีจุดเริ่มต้นที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจคุ้นเคยกับเสียงดนตรีมาตั้งแต่เล็ก ขณะที่บางคนเพิ่งเริ่มรู้จักเครื่องดนตรีเป็นครั้งแรก
เราไม่จำเป็นต้องคาดหวังให้เด็กเก่งตั้งแต่วันแรก แต่สามารถช่วยให้เขาค่อย ๆ พัฒนาทักษะไปตามความพร้อมของตัวเองได้
สำหรับผม การเริ่มต้นเรียนดนตรีไม่ใช่การแข่งขันว่าใครไปได้เร็วกว่าใคร แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ฝึกฝนตัวเอง และค้นพบความสุขจากการเล่นดนตรีในแบบของตัวเองครับ 🎸
โฆษณา