•
8 ชั่วโมงที่แล้ว • ไลฟ์สไตล์
ถนน สุรวงศ์

วนรอบกรุงเทพฯ : ฝรั่งกอดช้าง

กรุงเทพฯ เมืองเทพสร้าง…เป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติมาเยี่ยมเยือนกันเยอะในแต่ละปี ผู้เขียนเองเป็นคนกรุงเทพฯ แถมยังทำงานอยู่ไม่ไกลจากละแวกยอดฮิตของนักท่องเที่ยว ก็เลยมีโอกาสได้เห็นชาวต่างชาติที่น่ารัก, แปลกๆ หรือชวนอึ้งอยู่บ่อยครั้งเลยล่ะค่ะ และถ้าพอจะพูดภาษาอังกฤษได้ จขบ. ยิ่งมั่นใจว่ามันต้องมีโอกาสบ้างแหละ ที่จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวเหล่านั้น
เพราะฉะนั้น! เจอกันรอบนี้ ผู้เขียนก็จะมาเล่าเกี่ยวกับการเจอนักท่องเที่ยวต่างชาติแถวๆ ที่ทำงานให้ได้อ่านขำๆ เพลินๆ กันค่ะ เป็นสถานการณ์ที่เล็กน้อยมากๆ
เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่วิกฤตโควิดเพิ่งผ่านไปได้ไม่นานค่ะ ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิต ออกมาทำงาน และเริ่มเดินทางข้ามประเทศกันได้แล้ว จขบ. จึงมีโอกาสเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินกันอยู่แถวๆ ถนนสุรวงศ์ (ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำงานในสมัยนั้น) กันเยอะขึ้น
และไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนชนชาติไหนก็ตาม แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวเหล่านี้จะมีคล้ายๆ กัน นั่นคือความชิลล์ค่ะ ชนิดที่ว่า…เดินมา 90 คน ทำตัวชิลล์ไปแล้ว 100 คน (ยกเว้นคนทำงานชาวญี่ปุ่นไว้นิดนึง เพราะพวกเขาจะใส่สูทดำ เนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าจนเป็นเอกลักษณ์เด่นเลยล่ะ)
แล้วเหตุการณ์ที่จะเล่าในนี้ ก็เกิดขึ้นในวันธรรมดาหลังเลิกงาน และ จขบ. เพิ่งเดินออกจากออฟฟิศพร้อมเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งค่ะ ก่อนจะแยกย้ายกันตรงวินมอเตอร์ไซต์ เพราะเพื่อนจะนั่งวินฯ กลับ ส่วนเราเลือกเดินออกกำลังกายชิลล์ๆ คนเดียว
และในจังหวะที่แยกกับเพื่อนได้ไม่นานนี่แหละ... จู่ๆ ก็มีพี่ฝรั่งผมทองคนหนึ่ง ซึ่งนั่งชิลล์ถือขวดเบียร์อยู่ไม่ไกลจากวินมอเตอร์ไซต์เท่าไหร่นัก จขบ. ก็มองเห็นเขานะคะ แล้วดูเหมือนเขาก็จะเห็นผู้เขียนด้วยเหมือนกัน แต่เพราะช่วงนี้ได้เห็นชาวต่างชาติจนชินตาแล้ว เลยไม่ได้สนใจกับชายฝรั่งผู้นี้เป็นพิเศษ
แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าจู่ๆ เขาจะถือขวดเบียร์ แล้วก็เดินพุ่งตรงเข้ามาหาแบบไม่ลังเลแม้แต่นิด! ตอนนั้นในหัวมีแต่คำถามผุดขึ้นมาว่า “เขาเดินเข้ามาหาเราเหรอ? ฉันเหรอ?” แล้วคำถามก็หมดไปเมื่อเห็นว่าเขาเดินเลียบๆ เคียงๆ อยู่ข้างๆ เรา แล้วก็เริ่มบทสนทนาด้วยคำทักทายตามสไตล์ฝรั่ง
โดยเขาบอกว่าเห็นผู้เขียนเดินมาสักพักแล้วก็รู้สึกสะดุดตาและอยากทำความรู้จัก พร้อมแนะนำตัวว่ามาจากประเทศแคนาดา และกำลังอยู่ในช่วงพักร้อนยาวๆ 3 เดือน เลยมาเที่ยวพักผ่อนที่เมืองไทย (โอเค…บอกทุกอย่าง ยกเว้นชื่อ งั้นขอเรียกว่า “คุณแอนดรูว์” ก็แล้วกัน)
เอาจริงๆ โอกาสแบบนี้มันคงมีไม่บ่อยหรอก ที่เดินกลับบ้านอยู่ดีๆ ก็จะมีฝรั่งเดินมาคุยด้วยเนี่ย เพราะฉะนั้น เสียงในหัวมันก็เลยดังขึ้นมาทันทีว่า... “นี่กูมีออร่าเปล่งประกายจนมีคนอยากทำความรู้จักขนาดนั้นเลยเหรอวะ?” แล้วพอดีว่าปากมันไวพอๆ กับใจ แถมยังไวกว่าสมองซะด้วย ก็เลยถามไปอย่างพาซื่อแบบไม่ทันยั้งคิด ว่าทำไมถึงอยากรู้จักฉันล่ะ? แล้วคุณแอนดรูว์ก็ตอบขึ้นมาแบบทันทีทันใด “ก็คุณสวย ฉันเลยอยากทำความรู้จัก” โอเค คำถามของผู้เขียนว่าตรงไปตรงมาแล้วนะ คำตอบที่ได้ ตรงไปตรงมายิ่งกว่า……
สำหรับผู้หญิง ถ้ามีใครมาชมว่าสวย ก็ต้องรู้สึกดีใจเป็นธรรมดาค่ะ จขบ. เองก็รู้สึกดีใจเหมือนกันเวลาที่มีคนมาชมว่าสวย หรือน่ารัก แต่ในสถานการณ์นี้ จขบ. กลับไม่ตื่นเต้นกับคำชมนั้นเท่าที่ควร อาจเพราะเหนื่อยจากการทำงาน หรือเพราะแอบเห็นขวดเบียร์ช้างที่คุณแอนดรูว์ถือมันไว้ในมือทั้งสองข้าง พร้อมด้วยบุหรี่ที่ยังอยู่คาปาก ทำให้ผู้เขียนเดาออกได้ไม่ยากว่าเขาเป็นแค่นักท่องเที่ยวที่มาไทยเพื่อ “ปล่อยจอย” เท่านั้น และการที่เขาเข้ามาจีบหญิงไทยอย่างเรา มันเป็นแค่ความสนุกยามว่างของเขาก็เท่านั้นเอง โหดร้ายใช่ไหมล่ะ
แล้วด้วยนิสัยส่วนตัวที่หยิ่งเกินกว่าจะวางตัวเป็น Playgirl กับผู้ชายแปลกหน้า ดังนั้น จขบ. ก็เลยคิดว่า เขาคิดผิดแล้วล่ะที่มาจีบสาวไทยจอมหยิ่ง แถมนิสัยไม่ดีอย่างฉัน แต่…จะปฏิเสธเขายังไงดีล่ะ? ซึ่งในขณะที่กำลังมึนๆ งงๆ อยู่นั้น คุณพี่แอนดรูว์ก็ยังยิงคำถามมาแบบไม่พักไม่แผ่ว ว่าบ้านอยู่ไหน, แต่งงานหรือยัง, อยากกินอะไรใหม ผมเลี้ยงเอง โอ้โห ถึงกับเสนอตัวเลี้ยงข้าวเลยอะ ดูเอาเถอะ
แต่ก็นับว่าเหลือเชื่อ…พอพูดถึง “ของกิน” แล้ว ในสมองของ จขบ. มันก็สร้างภาพกับข้าวที่แม่ทำ พร้อมกับกลิ่นหอมๆ ให้ปรากฏขึ้นมาในหัว ยังกะภาพมายาของผู้พิทักษ์สายหมอกยังไงยังงั้น แล้วนั่น...ก็ทำให้ จขบ. ได้สติ จึงตอบคุณพี่แอนดรูว์ไปอย่างมั่นใจ
“My mom is waiting for me at home.” (แม่ฉันรออยู่ที่บ้านค่ะ)
เอ๊า อย่าได้ดูถูกพลังของกับข้าวฝีมือแม่นะคะ มันทำให้เขาเลิกตามตื๊อ เอ่ยคำลาอย่างสุภาพ แล้วก็แยกทางออกไปเลยล่ะค่ะ ในที่สุด เรื่องราวก็จบแต่เพียงเท่านี้ ผู้เขียนก็กลับไปใช้ชีวิตแบบสาวโสดจอมหยิ่งหาเช้ากินค่ำ เหมือนเดิมค่ะ
นี่แหละค่ะ...เรื่องพีคๆ ที่คุณผู้อ่านอาจมีโอกาสได้เจอเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ เมื่อทำงานอยู่ในย่านที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติพลุกพล่าน ถ้าใครเคยเจอเหตุการณ์แปลกๆ ชวนปวดหัวตอนเดินอยู่กลางกรุงแบบนี้ คอมเมนต์มาเล่าให้ฟังกันได้นะคะ ผู้เขียนรออ่านอย่างตั้งใจเลยค่ะ!
ปล.1 พลังของคนเป็นแม่นี่เริ่ดนะ ตื๊อตั้งนาน ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย แต่พอพูดถึงแม่ปุ๊บ ปล่อยเลย
ปล.2 จะว่าไปแล้วก็อิจฉาเขาอยู่เหมือนกันที่ได้พักร้อนตั้ง 3 เดือน นี่ไปไต้หวันแค่ 1 อาทิตย์ ยังคิดแล้วคิดอีกว่าจะลายังไง!
โฆษณา