•
19 ต.ค. เวลา 01:30 • สุขภาพ

เรากำลังยอมให้คนใกล้ตัว…ล้ำเส้นเราอยู่หรือเปล่า?

.
.
.
เวลาที่หลายคนถูกคนใกล้ตัวทำร้าย
(เช่น ถูกน้องทำร้ายร่างกาย
เจอแฟนที่ใช้คำพูดดูถูกเหยียดหยามรุนแรง)
…พวกเขาลังเลที่จะรับมือด้วยท่าทีสไตล์ “ไม้แข็ง”
(เช่น ใช้กำลังในการป้องกันตัว โทรเรียกเจ้าหน้าที่)
ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น?
เพราะพวกเขารู้จักคนใกล้ตัวเป็นอย่างดี
พวกเขารู้ว่าคนใกล้ตัวมีประสบการณ์
ในอดีตที่น่าเจ็บปวดอะไรมาบ้าง
ทำให้พวกเขาเข้าใจ “เบื้องหลัง” ที่นำมาสู่
พฤติกรรมทำร้ายที่กำลังเกิดขึ้นกับพวกเขา
ยกตัวอย่างเช่น
เรารู้ว่าน้องไม่ใช่ลูกคนโปรดของพ่อแม่เหมือนเรา
ความรู้สึกและความต้องการของน้อง
ก็เลยถูกพ่อแม่เมินเฉยมาโดยตลอด
ในขณะที่ความรู้สึกและความต้องการของเรา
ได้รับการตอบสนองมาโดยตลอด
น้องก็เลยมีความรู้สึกเจ็บปวด ผิดหวัง อิจฉาอยู่ในใจ
และพอเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นในปัจจุบัน
ที่ไปสะกิด “แผลใจ” ของน้องในจุดนี้ขึ้นมา
(เช่น มีคนฟังในสิ่งที่เราพูด แต่เมินเฉยกับสิ่งที่น้องพูด)
น้องก็เลยเกิด reaction ที่รุนแรงตามมาได้
เป็นต้น
ทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้…เป็นอะไรที่เข้าใจได้มากเลยนะครับ
พวกเขาเหล่านี้…รักและแคร์คนใกล้ตัว
พวกเขาก็เลย “ยั้งมือตัวเอง”
ในการรับมือกับการทำร้ายที่เกิดขึ้น
แต่ความจริงก็คือ
ไม่ว่าคนใกล้ตัวจะเจอกับความ
เจ็บปวดในอดีตมาเยอะแค่ไหน
นั่นไม่ใช่ “ข้ออ้าง” ที่จะทำให้พวกเขา
สามารถทำร้ายคนอื่นได้ตามอำเภอใจ
…ยิ่งถ้าการทำร้ายที่เกิดขึ้นเป็นการ
ทำร้ายที่ “ล้ำเส้น” มากๆด้วยล่ะก็
นั่นยิ่งไม่ใช่ “ข้ออ้าง” เข้าไปใหญ่ครับ
เพราะความเจ็บปวดในอดีตไม่ใช่
“ใบอนุญาต” ให้เกิดการทำร้ายกันได้อย่างอิสระ
 
ด้วยเหตุนี้
ถ้าการรับมือสไตล์ “ไม้อ่อน” มัน “เอาไม่อยู่”
มันอาจมีความจำเป็นที่จะต้อง
ยกระดับการรับมือให้เป็น “ไม้แข็ง” มากขึ้น
นี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการปกป้อง
ฝ่ายที่ถูกทำร้ายอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ
มันยังเป็นการปกป้อง
คนใกล้ตัวที่มีอดีตน่าเจ็บปวด
(ซึ่งเป็นฝ่าย “ทำร้ายคนอื่น”) อีกด้วย
เพราะมันมีความเป็นไปได้ว่า
หากคนใกล้ตัวเขาได้มีโอกาสทำร้ายคนอื่นอย่างรุนแรง
นั่นเท่ากับว่า
เขากำลังมีพฤติกรรมคล้ายคลึงกับคนที่เคยทำร้ายเขาในอดีต
หากวันหนึ่งพวกเขามองเห็นในจุดนี้
มันอาจทำให้พวกเขาเกลียดหรือไม่ชอบตัวเองได้
ฉะนั้น
เพื่อเป็นการปกป้องทั้งฝ่ายที่เป็น “ผู้ถูกกระทำ”
(รวมทั้งฝ่ายที่เป็น “ผู้กระทำ”)
ถ้ามันถึงเวลาที่จำเป็นต้องหยิบ “ไม้แข็ง” มาใช้จริงๆ
…มันก็ต้องใช้แหละครับ
.
.
.
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังยอมให้คนใกล้ตัวล้ำเส้นกับคุณซ้ำๆ...คุณสามารถ Inbox มานัดพูดคุยปรึกษาเชิงจิตวิทยา (Counseling) กับผมได้นะครับ
.
.
.
อ้างอิง
Zhu, J., Exner-Cortens, D., Dobson, K., Wells, L., Noel, M., & Madigan, S. (2024). Adverse childhood experiences and intimate partner violence: A meta-analysis. Development and Psychopathology, 36(2), 555–570.
Heward-Belle, S., & Hughes, Y. (2026). “Until we shift the responsibility to where it needs to be, survivors’ trauma will never end”: Transdisciplinary perspectives on domestic violence perpetrator accountability. Journal of Family Violence, 41, 675–688.
Udmuangpia, T., Glass, N., Thaewpia, S., Thitiyanviroj, B., Emezue, C., Li, Y., & Bloom, T. (2026). Help-seeking among women survivors of intimate partner violence in Thailand: A qualitative research study. Journal of Interpersonal Violence, 41(11–12), 3513–3535.
โฆษณา