Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
JP Music Studio Korat
•
ติดตาม
16 ต.ค. เวลา 05:42 • การศึกษา
นครราชสีมา
ทำไมเด็กบางคนเรียนดนตรีแล้วเลิกกลางทาง?
พ่อแม่หลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ครับ ตอนแรกที่ลูกบอกว่าอยากเรียนดนตรี ก็ดูตื่นเต้นและมีความสุขกับการได้ลองเล่นเครื่องดนตรีใหม่ ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลับเริ่มไม่อยากซ้อม บ่นว่าเหนื่อย หรือถึงขั้นขอหยุดเรียนไปเลย
คำถามที่ตามมาก็คือ เราควรทำอย่างไรดี? ควรให้ลูกพยายามเรียนต่ออีกหน่อย หรือควรยอมให้ลูกหยุดเรียนตามที่ต้องการ?
ก่อนจะตัดสินใจ ผมคิดว่าเราอาจต้องทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนครับ เพราะการที่เด็กคนหนึ่งเริ่มไม่อยากเรียนดนตรี ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีความสามารถ หรือไม่เหมาะกับการเล่นดนตรีเสมอไป
บางครั้งปัญหาอาจอยู่ที่วิธีการเรียน ความยากของบทเรียน ความคาดหวังของคนรอบข้าง หรือแม้แต่ความรู้สึกของเด็กที่เปลี่ยนไปเมื่อได้ลองทำกิจกรรมนี้จริง ๆ
วันนี้เราจะมาลองทำความเข้าใจกันว่า ทำไมเด็กบางคนจึงเลิกเรียนดนตรีกลางทาง และผู้ปกครองจะช่วยให้ลูกค้นพบความสุขจากการเรียนดนตรีได้อย่างไรครับ 🎸
1. ตอนแรกอยากเรียนมาก แต่ทำไมพอเรียนจริงถึงเริ่มเบื่อ?
เรื่องนี้เกิดขึ้นได้กับการเรียนรู้หลายอย่างเลยครับ ไม่ใช่เฉพาะการเรียนดนตรีเท่านั้น
ในช่วงแรก เด็กอาจรู้สึกตื่นเต้นกับการได้เล่นเครื่องดนตรี
เพราะเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยลองมาก่อน บางคนเห็นศิลปินเล่นกีตาร์แล้วอยากเล่นตาม บางคนชอบเพลงจากการ์ตูนหรือภาพยนตร์ และบางคนอาจเห็นเพื่อนเล่นดนตรีแล้วรู้สึกว่าอยากลองบ้าง
แต่เมื่อเริ่มเรียนจริง เด็กจะพบว่าการเล่นดนตรีมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด
อย่างการเรียนกีตาร์ เด็กอาจต้องฝึกวางนิ้วให้ถูกตำแหน่ง กดสายให้เกิดเสียงที่ชัดเจน ควบคุมจังหวะ และทำให้มือทั้งสองข้างทำงานสัมพันธ์กัน
สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเวลาและการฝึกฝน บางครั้งเด็กอาจต้องเล่นท่อนเดิมซ้ำหลายครั้งกว่าจะทำได้ตามที่ต้องการ
ความตื่นเต้นในช่วงแรกจึงอาจค่อย ๆ ลดลง เมื่อเด็กเริ่มพบกับความยากของการเรียนรู้จริง ๆ
อย่างไรก็ตาม การที่เด็กเริ่มเบื่อไม่ได้แปลว่าเขาไม่ชอบดนตรีอีกต่อไปนะครับ เราอาจต้องลองสังเกตว่าเขาเบื่อการเล่นดนตรีจริง ๆ หรือเบื่อสิ่งที่กำลังทำอยู่ในบทเรียนกันแน่
เพราะเด็กที่ไม่อยากฝึกแบบฝึกหัดเดิมซ้ำ ๆ อาจยังสนุกกับการเล่นเพลงที่ตัวเองชอบก็ได้
หากเราเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง เราก็จะมีโอกาสช่วยให้เด็กกลับมาสนุกกับการเรียนรู้ได้มากกว่าการรีบสรุปว่าเขาไม่เหมาะกับดนตรีครับ
2. บทเรียนยากเกินไป จนเด็กรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้
อีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้เด็กเลิกเรียนดนตรี คือการรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้สักทีครับ
ลองนึกภาพเด็กคนหนึ่งที่กำลังเรียนกีตาร์ เขาพยายามฝึกเพลงที่ครูมอบหมาย แต่ไม่ว่าจะลองกี่ครั้งก็ยังเล่นผิดอยู่เสมอ ในขณะที่เพื่อนบางคนกลับเล่นเพลงเดียวกันได้คล่องกว่า
หากเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เด็กอาจเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง หรือคิดว่าการเล่นดนตรีเป็นเรื่องยากเกินความสามารถของตัวเอง
ยิ่งถ้าเด็กยังไม่รู้ว่าจะฝึกแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร การซ้อมดนตรีก็อาจกลายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดมากกว่าสนุก
เรื่องนี้ทำให้ผมคิดว่า หน้าที่ของครูสอนดนตรีไม่ได้มีเพียงการสอนให้เด็กเล่นเพลงได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบบทเรียนให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียนด้วย
หากบทเรียนยากเกินไป ครูอาจต้องแบ่งเพลงออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ลดความเร็วในการฝึก หรือกลับไปทบทวนพื้นฐานบางอย่างก่อน
ในทางกลับกัน หากบทเรียนง่ายเกินไปจนเด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ก็อาจทำให้รู้สึกเบื่อได้เช่นกัน
การเรียนรู้ที่เหมาะสมจึงควรมีความท้าทายมากพอให้เด็กได้พัฒนาตัวเอง แต่ไม่ยากจนรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางทำสำเร็จ
สำหรับผู้ปกครอง หากเห็นว่าลูกเริ่มไม่อยากเรียนเพราะรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้ ลองพูดคุยกับครูเพื่อหาวิธีปรับบทเรียนดูก่อนครับ บางครั้งการเปลี่ยนวิธีเรียนเพียงเล็กน้อยก็อาจช่วยให้เด็กกลับมามีกำลังใจได้
3. พ่อแม่อยากให้ลูกเก่ง แต่ลูกกลับรู้สึกกดดัน
ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นอีกประเด็นที่ควรพูดถึง เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ส่งลูกเรียนดนตรีก็ย่อมอยากเห็นลูกพัฒนาขึ้นเป็นธรรมดาครับ
เราอาจอยากให้ลูกเล่นเพลงได้เร็วขึ้น ซ้อมให้สม่ำเสมอ หรือมีผลงานที่น่าภูมิใจเมื่อเรียนไปสักระยะหนึ่ง
ความคาดหวังเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องผิด แต่บางครั้งวิธีที่เราใช้สื่อสารกับลูกอาจทำให้เขารู้สึกกดดันโดยไม่รู้ตัว
ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกเล่นเพลงผิด เราอาจถามว่า
"ทำไมยังเล่นไม่ได้อีก ทั้งที่เรียนมาตั้งหลายครั้งแล้ว"
หรือเมื่อเห็นลูกไม่ยอมซ้อม เราอาจพูดว่า
"ถ้าไม่ซ้อมแล้วจะเรียนไปทำไม"
สำหรับผู้ใหญ่ คำพูดเหล่านี้อาจเป็นเพียงการเตือนให้ลูกพยายามมากขึ้น แต่สำหรับเด็ก เขาอาจตีความว่าตัวเองกำลังทำให้พ่อแม่ผิดหวัง
เมื่อการเรียนดนตรีเริ่มเชื่อมโยงกับความรู้สึกว่าต้องทำให้คนอื่นพอใจ เด็กบางคนอาจค่อย ๆ สูญเสียความสนุกในการเรียนไป
ผมไม่ได้หมายความว่าผู้ปกครองไม่ควรคาดหวังให้ลูกฝึกซ้อมนะครับ เพราะความสม่ำเสมอและความรับผิดชอบก็เป็นส่วนสำคัญของการเรียนดนตรีเช่นกัน
แต่เราอาจต้องหาสมดุลระหว่างการสนับสนุนให้ลูกพัฒนาตัวเอง กับการเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้จากข้อผิดพลาดได้โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว
แทนที่จะถามว่าทำไมลูกยังเล่นไม่ได้ ลองเปลี่ยนเป็นถามว่า "ท่อนนี้ติดตรงไหน เดี๋ยวเราลองหาวิธีฝึกกันไหม"
การเปลี่ยนจากการตำหนิมาเป็นการช่วยกันแก้ปัญหา อาจทำให้เด็กกล้าพยายามต่อมากขึ้นครับ
4. เรียนดนตรีมานานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเรียนไปเพื่ออะไร
เด็กบางคนอาจเรียนดนตรีต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี แต่เมื่อถามว่าทำไมถึงเรียน ก็อาจตอบไม่ได้ว่าตัวเองกำลังพยายามไปให้ถึงเป้าหมายอะไร
ในช่วงแรก ผู้ปกครองอาจเป็นคนตัดสินใจให้ลูกเรียน เพราะเห็นว่าดนตรีเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็ก
เมื่อเรียนไปเรื่อย ๆ เด็กก็ทำตามตารางที่ผู้ปกครองจัดไว้ ทั้งไปเรียนตามนัดและกลับมาซ้อมที่บ้าน
แต่หากเด็กไม่เคยมีโอกาสกำหนดเป้าหมายของตัวเองเลย เขาอาจไม่เข้าใจว่าทำไมต้องฝึกทักษะต่าง ๆ หรือทำไมต้องใช้เวลาว่างไปกับการซ้อมดนตรี
เรื่องนี้อาจแก้ไขได้ด้วยการเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ครับ
ตัวอย่างเช่น หากเด็กเรียนกีตาร์อยู่ เราอาจลองถามว่า มีเพลงอะไรที่อยากเล่นให้ได้เป็นพิเศษไหม หรืออยากลองเล่นเพลงที่ตัวเองชอบให้พ่อแม่ฟังหรือเปล่า
เมื่อเด็กมีเป้าหมายที่ตัวเองสนใจ การฝึกทักษะต่าง ๆ ก็อาจมีความหมายมากขึ้น เพราะเขาเริ่มมองเห็นว่าสิ่งที่กำลังฝึกจะช่วยให้ตัวเองทำอะไรได้บ้าง
แน่นอนว่าเด็กอาจยังต้องเรียนพื้นฐานบางอย่างที่ไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ และครูก็ยังมีหน้าที่จัดลำดับบทเรียนให้เหมาะสม
แต่การเชื่อมโยงพื้นฐานเหล่านั้นเข้ากับสิ่งที่เด็กอยากทำ อาจช่วยให้เขาเข้าใจและมีแรงจูงใจในการเรียนรู้มากขึ้นได้ครับ
5. ตารางเรียนแน่นเกินไป จนไม่มีเวลาสนุกกับดนตรี
บางครั้งสาเหตุที่เด็กไม่อยากเรียนดนตรีอาจไม่ได้เกี่ยวกับดนตรีโดยตรงเลยครับ
เด็กในปัจจุบันหลายคนมีกิจกรรมหลังเลิกเรียนค่อนข้างมาก ทั้งการเรียนพิเศษ การทำการบ้าน กีฬา และกิจกรรมเสริมทักษะต่าง ๆ
เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน เวลาว่างสำหรับพักผ่อนหรือทำสิ่งที่ตัวเองชอบอาจเหลือน้อยลงกว่าที่คิด
ลองนึกภาพเด็กที่กลับจากโรงเรียน ต้องทำการบ้าน เรียนพิเศษ และเตรียมตัวสำหรับวันถัดไป ก่อนจะถูกเตือนให้ซ้อมกีตาร์อีก 30 นาทีทุกเย็น
แม้เด็กจะเคยชอบเล่นกีตาร์มาก่อน แต่เมื่อการซ้อมกลายเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ต้องทำให้เสร็จ เขาก็อาจเริ่มรู้สึกเหนื่อยหรือไม่อยากเล่นได้
ในกรณีนี้ การเพิ่มเวลาฝึกซ้อมหรือบังคับให้ลูกทำตามตารางอย่างเข้มงวดขึ้น อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
ผู้ปกครองอาจลองทบทวนตารางกิจกรรมของลูกใหม่ ดูว่ามีกิจกรรมใดที่ใช้เวลามากเกินไปหรือไม่ และสามารถจัดเวลาเรียนดนตรีให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวันได้อย่างไร
นอกจากนี้ ควรแยกให้ออกระหว่างการฝึกซ้อมตามบทเรียนกับการเล่นดนตรีเพื่อความสนุก เพราะทั้งสองอย่างมีความสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเหมือนกันตลอดเวลา
เด็กควรมีโอกาสได้เล่นเพลงที่ชอบโดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องฝึกเทคนิคอะไรให้สำเร็จทุกครั้งด้วยครับ
6. ถ้าลูกเริ่มไม่อยากเรียนดนตรี พ่อแม่ควรทำอย่างไร?
หากตอนนี้ลูกกำลังอยู่ในช่วงที่ไม่อยากไปเรียน หรือเริ่มบ่นว่าอยากหยุดเรียน ผมอยากแนะนำให้ผู้ปกครองลองทำความเข้าใจสาเหตุที่เกิดขึ้นก่อนตัดสินใจครับ
ลองพูดคุยกับลูกโดยไม่รีบตัดสิน
เริ่มจากการถามว่าช่วงนี้ลูกยังสนุกกับการเรียนดนตรีอยู่ไหม มีอะไรที่รู้สึกว่ายากหรือไม่ชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า
พยายามรับฟังคำตอบโดยไม่รีบแย้งหรือบอกว่าลูกควรคิดอย่างไร เพราะบางครั้งเด็กอาจต้องใช้เวลาในการอธิบายความรู้สึกของตัวเอง
พูดคุยกับครูผู้สอน
หากลูกเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ไม่อยากซ้อม ไม่ค่อยมีสมาธิในห้องเรียน หรือรู้สึกว่าบทเรียนยากเกินไป การพูดคุยกับครูจะช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้น
ครูอาจช่วยประเมินได้ว่าเด็กกำลังติดปัญหาด้านทักษะหรือไม่ หรือมีส่วนใดของบทเรียนที่ควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมมากขึ้น
ลองปรับวิธีเรียนก่อนตัดสินใจหยุด
หากปัญหาเกิดจากบทเรียนที่ไม่ตรงกับความสนใจของเด็ก อาจลองปรับเพลงที่ใช้ฝึก เปลี่ยนเป้าหมายระยะสั้น หรือปรับตารางการซ้อมให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจช่วยให้เด็กกลับมาสนุกกับการเรียนได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
แต่หากลูกไม่มีความสุขจริง ๆ ก็ควรรับฟังเช่นกัน
การเรียนดนตรีมีประโยชน์หลายด้าน แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจำเป็นต้องเรียนดนตรีต่อไปตลอดชีวิต
หากได้พูดคุยและลองปรับวิธีเรียนแล้ว เด็กยังรู้สึกไม่อยากเรียนอย่างชัดเจน ผู้ปกครองก็ควรพิจารณาความรู้สึกและความต้องการของลูกอย่างจริงจัง
เป้าหมายไม่ใช่การทำให้เด็กทุกคนต้องเรียนดนตรีให้จบหลักสูตร แต่เป็นการช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับเขาครับ
7. การเรียนดนตรีควรสอนให้เด็กมีความรับผิดชอบด้วยหรือไม่?
แม้เราจะพูดถึงการลดความกดดันและการสร้างความสนุกในการเรียนดนตรี แต่ผมก็คิดว่าอีกด้านหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบครับ
การเรียนดนตรีไม่ใช่กิจกรรมที่เด็กจะพัฒนาทักษะได้จากการเข้าเรียนเพียงอย่างเดียว การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ การทบทวนบทเรียน และการพยายามแก้ไขข้อผิดพลาด ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
ดังนั้น หากเด็กเริ่มเบื่อแล้วขอหยุดเรียนทันทีทุกครั้งที่เจอความยาก เราก็อาจพลาดโอกาสที่จะช่วยให้เขาเรียนรู้วิธีรับมือกับความท้าทายไปด้วย
สิ่งที่ผู้ปกครองควรพิจารณาคือ ความเบื่อที่เกิดขึ้นเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งที่เด็กกำลังเผชิญกับบทเรียนยาก ๆ หรือเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากปัญหาที่ไม่เคยได้รับการแก้ไข
หากเป็นเพียงช่วงที่เด็กกำลังเรียนรู้ทักษะใหม่ การช่วยแบ่งเป้าหมายให้เล็กลงและให้กำลังใจอาจเป็นสิ่งที่เหมาะสม
แต่หากเด็กไม่มีความสุขมาเป็นเวลานาน เราก็ควรค้นหาสาเหตุอย่างจริงจัง ไม่ใช่คาดหวังให้เขาอดทนต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
สำหรับผม การสร้างความรับผิดชอบกับการรับฟังความรู้สึกของเด็กไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ เราสามารถทำทั้งสองอย่างควบคู่กันได้ โดยให้เด็กเรียนรู้ที่จะพยายามต่อเมื่อพบความยาก และขณะเดียวกันก็มีโอกาสสื่อสารเมื่อสิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่เหมาะกับตัวเอง
สรุป: ก่อนที่ลูกจะเลิกเรียนดนตรี เราอาจต้องเข้าใจก่อนว่าเขากำลังเจออะไรอยู่
การที่เด็กบางคนเรียนดนตรีแล้วเลิกกลางทาง อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความยากของบทเรียน ความคาดหวังที่มากเกินไป การขาดเป้าหมายในการเรียน หรือการมีเวลาพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
ดังนั้น หากลูกเริ่มเบื่อหรือไม่อยากเรียน ผมคิดว่าสิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การรีบบังคับให้เรียนต่อ หรือรีบตัดสินใจให้หยุดเรียนทันที แต่เป็นการทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนครับ
เราอาจพบว่าลูกยังชอบดนตรีอยู่ เพียงแต่กำลังเจอปัญหาบางอย่างที่ทำให้ไม่อยากเรียน หรือเราอาจค้นพบว่าความสนใจของลูกเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน การเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดคุยและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ จะช่วยให้เรามองเห็นความต้องการของเขาได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับผม ความสำเร็จของการเรียนดนตรีไม่ได้วัดจากการที่เด็กทุกคนต้องเรียนจนจบหลักสูตร หรือสามารถเล่นเพลงยาก ๆ ได้เท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการที่เด็กได้เรียนรู้ที่จะฝึกฝนตัวเอง รู้จักรับมือกับความยาก และค้นพบว่าตัวเองชอบหรือสนใจอะไรผ่านประสบการณ์ที่ได้รับ
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราอยากให้เด็กได้รับจากการเรียนดนตรี ไม่ควรมีเพียงทักษะการเล่นเครื่องดนตรี แต่ควรเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ช่วยให้เขาเติบโตขึ้นด้วยครับ
แม่และเด็ก
โรงเรียน
ดนตรี
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย