17 ต.ค. เวลา 06:48 • ปรัชญา
เรื่องราวของพระอานนท์ ฟังท่านเล่า ..ข้าพเจ้า.เห็นรูปสวยรูปงาม ก็ชอบ อยากอยู่ใกล้ๆ วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าชวน ขึ้นไปดูนางฟ้า ที่ดาวดึงส์ พระพุทธเจ้าท่านบอก กายนิ่งปุ๊บ แข็งเป็นท่อนไม้
พระอานนท์เล่าว่า ข้าพเจ้าก็ทำตาม . ขึ้นไปชั้นดาวดึงส์ องค์ท้าวสักกะ ก็ไปหานางฟ้า ที่สวยที่สุดมา พอข้าพเจ้าเห็น ก็นึกชอบ (จิตยังมีราคะนิดๆ ตัดไม่ขาดว่างั้น) พอข้าพเจ้าเผลอสติ มองดู อยากอยู่ใกล้ พระพุทธเจ้า ก็ตรัสว่า อานนท์ หลับตา ทำกายนิ่ง จิตเฉย แล้วบอกให้ข้าพเจ้าลืมตาดูอีกที่ ภาพนางฟ้าเปลี่ยนสภาพ เป็นหญิงเฒ่าชรา อายุเป็นร้อยปีฟังฟางไม่มี แกหงำเหงือกว่างั้น
พระพุทธเจ้า ถามพระอานนท์ ว่า อยากแต่งมั้ย ท่านก็ว่า ไม่แต่งแล้ว พระเจ้าค่ะ ท่านก็นึกว่า หากแต่งไป เราก็ต้องไปจผผผูงคนแก่หงำเหงือก ทุกชาตืไป ท่านก็เลย บอก ไม่แต่งแล้ว ใครจะไปจูงคนแก่หวำดหงือก ฟันฟางก็ไม่มี หนังก็เหี่ยว ไม่อต่งดีกว่า จิตของท่านก็ตัดขาดราคะ ตัณหาได้
เรื่องราว ของคู่ เคยทำอะไรกันไว้ เมื่อมาเจอะจับคู่ สิ่งที่เคยทำมา ก็ย้อนมมาให้ ที่ว่า เก็บบันทึกที่ธาตุทั้งสี่
เรื่องราวคู่ มันมีเรื่องราวที่ว่า คล้องเวรกรรม กันมา .ต้องมาเจอกัน จับคู่กัน มันมีทั้ง . กรรมดีไม่ดี ที่เคยใช้ กิริยาท่าทาง กายวาจาใจ ไปตามอารมณ์กรรม ที่เกิดขึ้นในกาย มีอารมณ์พอใจ ไม่พอใจ เชือดเฉือน .อุปการะ อปถัมถ์กันมาดี มีความเกื้อกูล เห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือกัน แบ่งปันปัจจัย .แรงกายแรงใจ ช่วยกัน ปรึกษาหารือกัน
หากไม่มี ไม่เคย ใข้กิริยาท่าทางดี ที่ว่า กายวาจาใจ ดีมา .มันก็ต้อง มาเจอะเจอเรื่องราว ที่เราเคยใช้ มา .ที่รวมว่า จิตเดินไปตามอารมณ์กรรม ปรุงแต่ง นึกคิด ไปตามกรรม มันเป็นสัญญา อยู่กับธาตุทั้งสี่ของจิต .บันทึกสะสมไว้ แล้วก็ เป็นเรื่องราว ที่ว่า จิตนั้นต้องชดใช้เวรกรรม ที่ทำมา ที่จะไหลออกมา แสดงออกมา เหมือนโขนละคร ทีผู้ที่กำกับ ก็คือกรรมที่ทำมาเอง
คราวนี้ เราคงเจ้าไปไม่ถึง ในเรื่องที่บันทึกอยู่ที่ธาตุทั้งสี ก็มีพระท่านบอกว่า มาทางนี้ ๆ ชี้แนะให้ หมั่นสร้างบุญกุศลขึ้นมา ก็จะค่อยรู้จักกรรม ที่ทำมาเอง
ดูถนน วงแหวน บางปะอินไป เมืองนนท์ ที่ยกระดับ ขึ้นมา เป็นแนวเขื่อน บ้านคนที่อยู่ด้านเหนือ จะเป็นยังไง เมื่อน้ำมามาก .
โฆษณา