Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 02:09 • ยานยนต์
ทิ้งทุกกฎฟิสิกส์! ฉีกทุกกฎการออกแบบยานยนต์ Tesla Roadster รุ่นใหม่ บินได้แถมไร้คนขับ
เคยคิดมั๊ยว่าวันนึงรถยนต์ที่เราขับกันอยู่ทุกวันมันจะบินได้
เอาจริงๆ ภาพจำของรถยนต์ในหัวพวกเราทุกคนคือต้องมีสี่ล้อและวิ่งติดถนนใช่มั๊ยครับ
ต่อให้เป็นซูเปอร์คาร์ราคาแพงระยับแค่ไหนมันก็ยังต้องวิ่งอยู่บนพื้นดินอยู่ดี
แต่ล่าสุดกฎฟิสิกส์บนโลกใบนี้กำลังจะถูกท้าทายแบบสุดโต่งชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด
เมื่อ Tesla ดันสร้างรถสปอร์ตที่เหินฟ้าได้จริงๆ โผล่ออกมาให้โลกเห็น…
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน Elon Musk เคยทวีตข้อความบอกโลกเอาไว้ว่ารถสปอร์ตคันใหม่ของเขาจะบินได้
ตอนนั้นใครอ่านก็คงขำร่วงและคิดว่าเป็นแค่เรื่องตลกหรือมุกปั่นกระแสของมหาเศรษฐี
เพราะรถยนต์บ้าอะไรจะลอยขึ้นจากพื้นได้ในเมื่อมันไม่มีปีกเลยซักนิดเดียว
แถมยังเป็นรถสปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ซึ่งมีน้ำหนักมหาศาลแบกเอาไว้ทั้งคัน
มันยิ่งดูเป็นไปไม่ได้เลยในทางวิศวกรรมที่จะยกตัวเหล็กหนักๆ พวกนี้ขึ้นจากพื้น
แต่ถ้ายังจำกันได้ในช่วงปี 2018 ผู้ชายคนนี้ก็เคยทำเรื่องบ้าบิ่นมาแล้วครั้งหนึ่ง
เขาจับ Tesla Roadster รุ่นแรกสีแดงสดใสยัดใส่จรวด Falcon Heavy ของ SpaceX
แล้วยิงส่งขึ้นไปลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศหน้าตาเฉยจนกลายเป็นไวรัลสะเทือนไปทั้งโลก
และวันนี้เขากำลังจะสร้างตำนานบทใหม่ที่พีคกว่าเดิมและบ้าคลั่งกว่าเดิมหลายเท่า…
ในงานเปิดตัวล่าสุด สิ่งที่โชว์อยู่ตรงหน้าทำเอาคนดูอ้าปากค้างและขยี้ตาไปตามๆ กัน
เพราะ Tesla Roadster โฉมใหม่ไม่ได้แค่วิ่งเร็วปรู๊ดปร๊าดพุ่งไปข้างหน้าแบบรถ EV ทั่วไป
แต่มันขับพุ่งทะยานขึ้นไปบนทางลาดที่มีลักษณะโค้งคล้ายกับฮาล์ฟไปป์
แล้วเหินตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศแบบไม่แคร์แรงโน้มถ่วงใดๆ ทั้งสิ้น
จากนั้นตัวรถก็พลิกกลับหัวกลางอากาศ ทำการชะลอความเร็ว แล้วลงจอดบนพื้นแบบนุ่มนวลสุดๆ
แถมยังมีช็อตที่กระโดดลอยข้ามรถ Tesla คันอื่นแบบชิลจัดเหมือนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
ภาพที่เห็นมันหลุดโลกไปไกลจนเหมือนเรากำลังนั่งดูหนังไซไฟฟอร์มยักษ์อยู่เลย
คำถามที่เด้งขึ้นมาในหัวของทุกคนทันทีคือสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงบนโลกใบนี้
ความลับของมันคือการข้ามสายพันธุ์ทางเทคโนโลยีขั้นสุดยอด
มันคือการจับยานอวกาศมาผสมพันธุ์กับรถสปอร์ตไฮเปอร์คาร์จนเกิดเป็นสัตว์ประหลาดตัวใหม่
Tesla เปิดเผยว่าพวกเขาแบ่งรถรุ่นนี้ออกเป็นสามรุ่นคือ Performance และ Thrust และ Rocket
เริ่มกันที่รุ่นเริ่มต้นอย่าง Performance ที่แค่เห็นสเปกก็ขนลุกแล้ว
รถรุ่นนี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาไม่ถึง 1.6 วินาที
แค่นี้ก็ทิ้งห่างตัวท็อปรุ่นพี่ในอดีตอย่างรุ่น Plaid ไปแบบไม่เห็นฝุ่นแล้ว
แต่ถ้าขยับมาเล่นรุ่นกลางอย่าง Thrust เวลาจะถูกบีบลงมาเหลือไม่ถึง 0.9 วินาที
แค่คิดภาพตอนเหยียบคันเร่งหลังก็คงติดเบาะจนหายใจไม่ออกแล้ว…
แต่ความพีคขั้นสุดไปตกอยู่ที่รุ่นตัวท็อปอย่าง Rocket ที่ต้องได้รับเชิญเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ซื้อ
สเปกของรุ่นนี้คือความบ้าคลั่งขนานแท้เพราะทำอัตราเร่งได้ต่ำกว่า 0.59 วินาที
ลองจินตนาการดูนะครับว่าแค่เรากะพริบตาหนึ่งครั้งรถคันนี้ก็พุ่งหายไปจากระยะสายตาแล้ว
1
ความเร็วระดับนี้ร่างกายมนุษย์แทบจะรับแรงจีไม่ไหวด้วยซ้ำ
รุ่น Rocket เลยถูกออกแบบมาให้มีความพิเศษสุดๆ คือมีแค่ที่นั่งเดียวเท่านั้น
เพราะพื้นที่ที่เหลือภายในรถต้องยกให้กับเทคโนโลยีสุดเถื่อนที่พกพามาด้วย
นั่นคือระบบที่เรียกว่า “Cold gas thrusters” หรือระบบขับดันก๊าซเย็นรอบคันนั่นเอง…
ไอ้เจ้าเทคโนโลยีตัวนี้แหละที่ยกเอาความรู้และระบบวิศวกรรมมาจากจรวดของ SpaceX
ปกติแล้วรถยนต์บนโลกใบนี้จะวิ่งเร็วได้ก็ต้องพึ่งพาแรงเสียดทานระหว่างหน้ายางกับพื้นถนน
แต่ระบบขับดันนี้มาแหกทุกกฎเกณฑ์เพราะมันเปลี่ยนวิธีสร้างแรงผลักไปอย่างสิ้นเชิง
รถคันนี้ใช้ถังทนแรงดันหุ้มคาร์บอนจำนวนสองใบซ่อนไว้ในตัวรถ
ทำหน้าที่อัดอากาศเข้าไปเก็บไว้ด้วยน้ำหนักรวมกว่า 250 กิโลกรัม
เมื่อต้องการพุ่งทะยานมันจะปล่อยอากาศแรงดันสูงนี้ออกทางหัวฉีด 10 หัวที่ติดตั้งไว้รอบคัน
แรงผลักที่ได้จากก๊าซพวกนี้มันมหาศาลกว่าแรงที่ยางรถยนต์จะทำได้ถึงสี่หรือห้าเท่าเลยทีเดียว
ซึ่งนี่แหละครับคือคำตอบที่ว่าทำไมรถคันนี้ถึงพุ่งทะยานไปข้างหน้าและเหินฟ้าหมุนตัวกลางอากาศได้ราวกับมีเวทมนตร์
ความล้ำหน้าที่ทำให้วิศวกรทั่วโลกต้องทึ่งคือระบบทั้งหมดนี้ไม่ต้องใช้น้ำมันหรือเชื้อเพลิงจรวดให้วุ่นวาย
คุณไม่ต้องขับไปเติมเชื้อเพลิงขับดันพิเศษที่สถานีอวกาศที่ไหนทั้งนั้น
เพราะรถคันนี้ติดตั้งระบบเครื่องอัดอากาศแรงดันสูงพิเศษเอาไว้ในตัวเองเรียบร้อยแล้ว
มันแค่ดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ในรถมาหมุนมอเตอร์เพื่ออัดอากาศกลับเข้าถังได้เอง
แปลว่าขอแค่แบตเตอรี่รถยนต์ของคุณยังพอมีไฟเหลืออยู่ รถคันนี้ก็พร้อมที่จะสูบลมเข้าถังแล้วเหินฟ้าโชว์สเต็ปได้เรื่อยๆ แบบไม่มีข้อจำกัด
นอกจากแรงผลักสุดโหดที่ดันรถพุ่งทะยานแล้ว แรงดูดของรถคันนี้ก็เอาเรื่องและน่าทึ่งไม่แพ้กัน
ใต้ท้องรถติดตั้งระบบพัดลมดูดอากาศที่สามารถสร้างแรงกดเทียบเท่ากับแรงจี 2 เท่า
นี่คือเหตุผลสำคัญที่ตอบข้อสงสัยว่าตอนรถวิ่งไต่ทางลาดชันหรืออยู่ในมุมกลับหัวแล้วทำไมถึงไม่ร่วงลงมาฟาดพื้น
ก็เพราะพัดลมทรงพลังตัวนี้มันคอยดูดตัวรถให้แนบติดหนึบกับพื้นผิวแทร็กอยู่ตลอดเวลา
บวกกับการออกแบบระบบปีกหลังที่ปรับเปลี่ยนองศาได้ตามความเร็ว
ทำให้ระบบอากาศพลศาสตร์ของรถคันนี้ก้าวล้ำไปเทียบชั้นสเปกของรถแข่ง F1 ได้สบายๆ…
ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาสายเทคต้องร้องว้าวคือการหยิบเอาชิ้นส่วนของหุ่นยนต์มาใส่ในรถยนต์
Tesla เผยข้อมูลลึกๆ ว่าพวกเขาเอาชิ้นส่วนที่เรียกว่าแอคชูเอเตอร์จากโปรเจกต์หุ่นยนต์ Optimus มาใช้งาน
มันทำหน้าที่เสมือนกล้ามเนื้อเทียมที่เข้ามาช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของปีกและระบบอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ
ใครมันจะไปคิดนะครับว่าหุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์กับไฮเปอร์คาร์ความเร็วสูงจะมาผสานร่างกันได้แบบนี้
มันสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Elon Musk ที่มองเทคโนโลยีทุกอย่างเป็นระบบนิเวศเดียวกันจริงๆ
ลองหันไปมองค่ายรถยนต์ระดับตำนานที่สร้างซูเปอร์คาร์มาเป็นร้อยปี
บรรดาวิศวกรของค่ายรถอิตาลีหรือเยอรมันคงต้องนั่งกุมขมับกันเป็นแถว
เพราะสิ่งที่พวกเขาแข่งกันมาตลอดคือการรีดเค้นแรงม้าจากเครื่องยนต์สันดาปให้ได้มากที่สุด
พยายามออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อเฉือนเวลาแข่งกันแค่เสี้ยววินาที
แต่ผู้ชายคนนี้กลับเดินมาบอกว่าทำไมเราไม่เอาไอพ่นจรวดมาติดรถไปเลยจบๆ
มันคือการคิดนอกกรอบที่ฉีกหน้าประวัติศาสตร์ยานยนต์อย่างสิ้นเชิง…
เรื่องของดีไซน์ภายนอกก็ออกแบบมาได้สุดโต่งไม่แพ้เครื่องยนต์เลยทีเดียว
รูปลักษณ์ของรถได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบสอดแนมในตำนานอย่าง SR-71 Blackbird
มีไฟหน้าแบบซ่อน ไฟท้ายที่พาดยาวตลอดแนว และล้อซี่บางที่เน้นเรื่องน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ
ส่วนสีขาวที่ห่อหุ้มตัวรถอยู่ก็ไม่ใช่แค่สีพ่นรถยนต์ธรรมดาทั่วไปที่เราคุ้นเคยแน่นอน
แต่มันคือเทคโนโลยีสีที่ป้องกันความเย็นจัดเพื่อรองรับการทำงานของระบบพ่นก๊าซแรงดันสูง
แถมยังป้องกันรังสี UV ป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต และทนทานต่อการกัดกร่อนได้แบบครบจบในตัว
แม้กระทั่งกระจกบังลมหน้ารถก็ยังพิเศษกว่าใครเพราะมีการเคลือบสีทองเอาไว้
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกระจกบังลมบนหมวกของนักบินอวกาศนั่นเอง
เข้ามาดูที่ห้องโดยสารกันบ้างเพราะมันก็ล้ำไม่แพ้ภายนอกเลย
ภายในรถมาพร้อมกับพวงมาลัยทรงสี่เหลี่ยมหน้าตาเหมือนคันบังคับเครื่องบิน แถมยังใช้ระบบบังคับเลี้ยวและระบบเบรกแบบไฟฟ้าทั้งหมด
แปลว่าไม่มีแกนพวงมาลัยหรือสายสลิงที่เชื่อมต่อกับล้อแบบรถยุคเก่าอีกแล้ว
ทุกอย่างถูกสั่งการผ่านสายไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ล้วนๆ
เบาะนั่งก็ถูกหล่อรวมเป็นชิ้นเดียวกับแชสซีรถเพื่อความแข็งแรงและลดน้ำหนัก
ตกแต่งด้วยวัสดุระดับไฮเอนด์อย่างแมกนีเซียม ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์…
แต่สิ่งที่น่าขนลุกและสะเทือนวงการที่สุดในงานโชว์ตัวครั้งนี้คือ..
สตันท์บ้าระห่ำทั้งหมดที่เราได้เห็นกัน ทั้งการพุ่งตัวเหินฟ้า ตีลังกากลับหัว และกระโดดข้ามรถ
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่มีมนุษย์คนไหนนั่งอยู่หลังพวงมาลัยเลยแม้แต่คนเดียว
ทุกการเคลื่อนไหวและการโชว์ที่ผาดโผนถูกควบคุมด้วยระบบ “AI” และการขับขี่อัตโนมัติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ลองนึกภาพตามนะครับว่าระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ของรถคันนี้ต้องเก่งและฉลาดเบอร์ไหน ถึงจะสามารถคำนวณทิศทางลม แรงโน้มถ่วง แรงดันก๊าซ และจังหวะการหมุนตัวได้อย่างแม่นยำ
มันต้องประมวลผลทุกอย่างในเสี้ยววินาทีเพื่อลงจอดรถยนต์มูลค่าหลายสิบล้านไม่ให้พังยับเยิน
ซึ่งนี่แหละคือการแสดงแสนยานุภาพที่แท้จริงว่าเทคโนโลยีไร้คนขับของพวกเขาก้าวไปไกลแค่ไหนแล้ว
ใครที่ดูแล้วกระเป๋าตังค์สั่น ตอนนี้ทาง Tesla เขาเปิดให้เข้าไปวางเงินจองในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการแล้ว
สำหรับรุ่นพื้นฐานอย่าง Performance คุณต้องใช้เงินมัดจำเบื้องต้นเพื่อจองสิทธิ์ที่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ
แต่ถ้าใครอยากจัดหนักไปให้สุดทางที่รุ่น Thrust ก็ต้องวางมัดจำจุกๆ ถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ
แน่นอนว่านี่เป็นแค่ตัวเลขของค่าจองเท่านั้น ไม่ใช่ราคาเต็มของตัวรถ
และที่สำคัญคือยังไม่มีใครบนโลกรู้อย่างแน่ชัดว่ารถรุ่นนี้จะเข้าสู่สายการผลิตจริงได้ตอนไหน
ทุกอย่างอาจจะถูกเลื่อนหรือต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายปีกว่าที่เราจะได้เห็นมันออกมาวิ่งบนถนนจริงๆ…
สิ่งที่เราเห็นในวันนี้มันไม่ใช่แค่การพยายามสร้างรถยนต์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกอีกต่อไป
แต่มันคือการโชว์ของและทุบกำแพงขีดจำกัดทางวิศวกรรมแบบเดิมๆ ทิ้งไปจนหมดสิ้น
มันลบภาพจำและความเชื่อเก่าๆ ที่ว่ายานพาหนะต้องทำหน้าที่แค่เคลื่อนที่อยู่บนระนาบสองมิติ
นวัตกรรมที่ดูบ้าบิ่นและหลุดโลกในวันนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของเราในอนาคตก็ได้
ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นเราอาจจะต้องมานั่งตั้งคำถามและนิยามความหมายของคำว่ารถยนต์กันใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว
References : [tesla, electrek, theverge, insideevs, teslarati]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หรือคลิกลิงก์ใน Comment ได้เลยครับ
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/the-new-tesla-roadster-can-fly-and-is-autonomous/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
เทคโนโลยี
ธุรกิจ
การลงทุน
2 บันทึก
6
3
2
6
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย