ดังนั้น หน้าที่ของ Crystal-born Sirians จึงไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกว่า "อะไรเคยเกิดขึ้น" (What happened) แต่คือการรักษา "ความหมายของสิ่งที่เกิดขึ้น" (The meaning of what happened) พวกเขาศึกษาความผิดพลาดในอดีตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ศึกษาความสำเร็จเพื่อต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น และศึกษาการเปลี่ยนแปลงของอารยธรรมเพื่อเข้าใจทิศทางที่ควรเดินต่อไป
แต่สำหรับชาวซีเรียนส์ นิยามนี้แคบเกินไป เพราะมันจำกัดความทรงจำไว้เพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองเท่านั้น พวกเขานิยามความทรงจำว่าเป็น "ร่องรอยทั้งหมดที่ประสบการณ์ทิ้งไว้ในโครงสร้างของสิ่งมีชีวิต" (All traces that experience leaves upon the structure of a living being) ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของไซแนปส์ในสมอง แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ทั่วร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผลึกภายใน และแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของสนามพลังงานที่ล้อมรอบสิ่งมีชีวิตนั้น
กระบวนการนี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นการสูญเสียตัวตนหรือการตาย แต่เป็น "การส่งต่อส่วนหนึ่งของประสบการณ์ให้กับคนรุ่นถัดไป" (Passing on a part of one's experience to the next generation) คล้ายกับการที่ปู่ย่าตายายเล่าเรื่องราวในอดีตให้ลูกหลานฟัง แต่สำหรับชาวซีเรียนส์ "การเล่าเรื่อง" นี้สามารถถ่ายทอดได้ทั้งข้อมูลและประสบการณ์ตรง
สำหรับชาวซีเรียนส์ ส่วนประกอบทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเป็น "เครือข่ายแห่งข้อมูลและพลังงาน" (Information and Energy Network) ที่เชื่อมโยงระหว่างร่างกาย จิตสำนึก และสิ่งแวดล้อมรอบตัว