18 ต.ค. เวลา 11:28 • ธุรกิจ

ระวังกับดัก AI ให้ดี

ในการประชุมการเงินในกรุงเทพที่ผ่านมา
AI เป็นประเด็นที่สำคัญที่น่าสนใจที่สุด
การสรุปค่อนข้างชัดเจน
ว่าเร็วๆนี้ AI จะกระทบกับการจ้างแรงงาน 1/4
และจะมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความเก่งของมัน
แต่จะให้ผลตรงข้ามในการทำให้เศรษฐกิจโตมากขึ้น
พูดง่ายๆคือ ประสิทธิผล จะผกผันกับการจ้างงาน
…ซึ่งนี่เอาจริงๆแล้วน่ากลัวมาก….
ถ้าเป็นอย่างที่เขาวิเคราะห์
โลกก็เตรียมพบกับการว่างงานครั้งใหญ่ได้เลยในอนาคต
แต่ในขณะที่การว่างงานสูงขึ้น ค่าแรงไม่ขยับ
โลกอาจต้องเจอกับสินค้าล้านตลาด
และไม่มีการโตของราคาสินค้าไปด้วย
ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้น ก็ค่อนข้างหายนะเลยทีเดียวล่ะ
เราจะทำยังไงกันดี ?….
ตอนนี้หลายภาคส่วนทั่วโลก จะว่ากำลังเห่อก็คงใช่
ส่วนสองมหาอำนาจที่ครอบครอง AI
ก็เน้นที่จะแข่งกันมากกว่าที่จะดูผลที่จะตามมา
จีนเองตอนนี้ พวกเขายังไม่มีแผนรองรับแรงงานที่ตกงาน
เลยด้วยซ้ำไป และมันส่งผลกระทบที่รุนแรงมากกว่าที่อื่น
จากการที่จีนมีคนมาก แล้วก็เป็นเจ้าของเอไอด้วย
แถมค่าบริการเอไอจีน มันถูกจนเกินไปอีกต่างหาก
กรณี AI จีนจึงมีผลกระทบมากกว่าอเมริกาหลายเท่า
ซึ่งพวกเขายังไม่มีทางออก และสหรัฐก็เช่นกัน
ส่วนชาติอื่นๆก็คงได้รับผลกระทบแบบเดียวกัน
แต่ความรุนแรงอาจน้อยกว่า ตามจำนวนประชากร
…กับยุคเอไอ คนยิ่งมาก จะยิ่งสร้างปัญหา…
…คนตกงานจะมากขึ้น แล้วปัญหาต่างๆก็จะตามมาทุกด้าน…
…ภาพรวมคงเป็นแบบนั้นในอนาคต…
แต่ถ้าพูดถึงเรื่องใกล้ตัว ของธุรกิจต่างๆ
มันมีเรื่องน่าห่วงอยู่ แต่ไม่มีใครพูดถึงนัก
คือกลไกราคาใหม่ที่มาเร็วเกินไป
ทั้งในส่วนค่าแรง และของตัวผลงาน
ซึ่งมันเริ่มแล้วในงานหลายด้าน เช่น กราฟฟิก ธุรการ
และงานออกแบบต่างๆ
งานเหล่านี้กำลังเริ่มถูกลดมูลค่า และจำนวนคนทำงาน
เพื่อให้สามารถแข่งกับคู่แข่งที่ใช้เอไอลดต้นทุน
จึงทำให้ทุกรายเร่งใช้ แล้วบลัฟราคากันหนักตามต้นทุน
เอไอ แม้ไม่ฟรี ตัวท็อปๆก็ถือว่าแพง
แต่จะอย่างไรมันถูกกว่าจ้างคน ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ
และจำนวนคนที่ต้องใช้
ปัจจุบัน user เก่งๆคนหนึ่งกับเอไอ สามารถแทนคนได้เป็นสิบ
และประหยัดเวลาได้เป็นร้อยเท่า
เมื่อธุรกิจมองว่าต้นทุนถูกลง ก็ดัมพ์ราคาลงมาแข่งกัน
จนเกิดเป็นมาตรฐานราคาใหม่
เรื่องนี้นอกจากจะแย่ในภาพรวมทันทีแล้ว
ยังมีอีกปัญหาที่ซ่อนอยู่ และจะมีปัญหาแน่ในอนาคต
คือ เอไอปัจจุบันนั้น ยังไม่สะท้อนราคาคุ้มทุนจริงๆ
ของผู้ให้บริการเอไอ หรือก็คือ เอไอที่เราใช้ทุกวันนี้
ราคาถูกกว่าความเป็นจริงมาก มันมีโอกาสสูง ที่จะขึ้นราคา
ไปอีกมากในอนาคต
แต่เรากลับนำราคาที่ไม่แท้จริงของเอไอนี้ มาคิดเป็นต้นทุน
และวางแผนในการบริหารเสียแล้ว
ซึ่งเมื่อถึงวันนึง เอไอเหล่านี้จะต้องใช้ราคาที่แท้จริง
ในการให้บริการ มันจะเกิดปัญหามากกับแผนธุรกิจ
ที่วางไปแล้ว ในแทบทุกด้านแน่นอน
นี่คือเรื่องที่ยังไม่มีใครมองนัก
แต่สำหรับคนที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีด้วย
จะเห็นปัญหานี้ค่อนข้างชัดเจนกว่า ….
…แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะการแข่งขันในธุรกิจ
มันบีบให้ต้องทำตามกัน ให้ต้นทุนสู้กันได้นั่นเอง….
เอไอระดับโปร ใช้ทำงานจริงๆ ในปัจจุบัน
ค่าใช้มันไม่ได้ถูก แต่ก็ยังไม่ใช่ราคาที่ผู้ผลิตเอไอ
จะทำได้ตลอดไปอย่างแน่นอน
ในอนาคต พวกเขาจำเป็นต้องขึ้นอีกเท่าหรือสองเท่า
หรืออาจมากกว่านั้นด้วยซ้ำไป
ตอนนี้แม้จะเป็นตัวโปร แต่เอไอทุกวันนี้ อยู่ในสถานะ
ที่ผู้ผลิต ต้องการให้คนเข้ามาใช้ก่อนให้มากๆ
เพื่อเป็นการเทรนเอไอ ให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ
และให้คนใช้งาน เสพติดแบบขาดไม่ได้
ดังนั้นพวกเขาจึงยอมขาดทุนในช่วงนี้
ราคาของเอไอนั้นจำเป็นต้องสูงกว่านี้
เมื่อเราดูจากความต้องการต้นทุนในอุตสาหกรรมของมัน
ซึ่งดูแล้วมีแนวโน้มว่าราคาในอนาคต จะพุ่งกระฉูดแน่นอน
ทั้งในแง่พลังงาน ที่จะเป็นที่มาของไฟฟ้าที่เอไอใช้
ฮาร์ดแวร์ต่างๆที่จะราคาพุ่งอีกมาก จากความต้องการที่มากขึ้น
และวัตถุดิบต้นทุนอย่างแร่แรร์เอิร์ธ ที่จะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ
และฮาร์ดแวร์ของระบบเอไอ ก็มีลักษณะพิเศษมาก
คือมันไม่ใช่สินค้าคงทน อัตราเสื่อมต่ำแบบเครื่องจักร
และไม่สามารถซ่อมเฉพาะในส่วนนั้นได้ เมื่อเสื่อมสภาพ
ในการสร้างเอไอประสิทธิภาพสูง เรารู้กันดี ว่านอกจาก
พลังงานมหาศาลแล้ว สิ่งที่มันขาดไม่ได้ ก็คือชิพ
และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆจำนวนมาก
ซึ่งของพวกนี้ เสื่อมสภาพเร็วมาก
โดยมาตรฐานคือราว 6 ปีเท่านั้น ถ้าใช้จนพัง
และยังมีการเสื่อมสภาพในลักษณะของการตกรุ่น
จนไม่สามารถใช้งานได้อีก
ซึ่งแบบหลังนี่เร็วกว่าอีก เพราะอาจใช้เวลาไม่ถึงสองปี
มันก็อาจตกรุ่นแล้ว
และมันไม่เหมือนเครื่องจักร ที่เปลี่ยนเป็นส่วนๆได้
ส่วนมากระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรมพวกนี้ เวลาเปลี่ยน
มันอาจต้องเปลี่ยนกันแบบแทบยกชุดเลยทีเดียว
เพื่อให้ทั้งระบบสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์สอดคล้องกัน
นั่นทำให้ธุรกิจเอไอยักษ์ใหญ่ มีต้นทุนแท้จริงสูงมาก
และจะมากขึ้นตลอดเวลา นับจากนี้
แล้วพอทั้งโลกเริ่มติดเอไอ และผู้ผลิตรู้สึกว่า
ความจำเป็นต้องเทรนน้อยลงแล้ว
พวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องให้มันถูกเพื่อจูงใจอีก
คนพอขาดไม่ได้แล้ว แพงแค่ไหนก็ต้องใช้
มันไม่ต่างกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์
ที่เราเคยผ่านกันมาก่อนหรอก และจะหนักกว่าด้วย
เพราะถึงตรงนั้น เราจะขาดแคลนคนทำงานจริงๆ
ที่สามารใช้ทักษะของตัวเองจริงๆไปแล้ว
มันจะเป็นแบบนี้หมด ทั้งเอไอสหรัฐ
และของจีนที่ดูว่าถูกในตอนนี้
มันไม่มีทาง ที่ธุรกิจจะแบกการขาดทุนเอาไว้
เรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจน จากผลประกอบการของผู้ให้เช่าชิพ
รายใหญ่ต่อผู้ประกอบการเอไอแล้ว พวกเขากำลังขาดทุนหนัก
จนหุ้นตกวายวอดไปหมด ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
การที่เราเร่งใช้แผนธุรกิจและมาตรฐานราคาใหม่
จากต้นทุนที่ต่ำผิดปกติของเอไอ มันย่อมจะสร้างปัญหาแน่
…และอาจร้ายแรงมากทีเดียวในภาพรวม….
ความจริงบรรดามหาอำนาจโลก เข้าใจเหตุผลที่ว่ามานี้ดี
แต่พวกเขามองไปที่ชัยชนะในเกมส์อำนาจของโลกมากเกินไป
พวกเขาไม่กล้าออกกฎหมายมาควบคุมให้ถูกต้อง
เพราะกลัวแพ้ในเกมส์อำนาจ มากกว่าการมองมาที่
ผลกระทบต่อประชาชน และระบบเศรษฐกิจฐานราก
พวกเขาเชื่อว่า ถ้าควบคุมให้ถูกต้อง เป็นธรรมกับแรงงาน
การพัฒนาของเอไอ ก็จะล้าหลังคู่แข่ง จึงไม่มีใครกล้าทำ
จริงๆแล้ว แนวคิดเรื่องภาษีเอไอ โรบอต
ถูกพูดถึงมาสักพักใหญ่แล้ว
แต่ไม่มีใครกล้าทำ เพราะกลัวแพ้กันนี่แหละ
เมื่ิอเราไม่ทำสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ ที่ยังทำได้
สุดท้ายพวกเขาจะควบคุมมันไม่ได้อีกต่อไปแน่นอน
…ถึงตรงนั้น ก็คือโลกติดกับดักเอไอ อย่างสมบูรณ์แล้วล่ะ…
…ซึ่งเอไอ มันไม่ได้วางแผนจะทำร้ายเราหรอก …
…เรานี่แหละ ทำลายตัวเอง…
1
แต่พูดก็พูดนะ ในไทยนี้ เอไอนี่ถ้าใช้กันแต่ในหน่วยงานรัฐก็คงดีแหละ เพราะนั่นใช้เงินและคนมากเกินไปมาตลอด
ผมก็งงนะ กับรัฐบาลไทยที่ส่งเสริมเอไอ แต่ไม่ยอมลดคน
ในหน่วยงานรัฐ มันเป็นไปได้ยังไงล่ะ
1
ถ้ายังต้องใช้คนมาก แล้วจะมีเอไอในหน่วยงานรัฐเพื่ออะไร
แบบนั้นก็คือจ่ายซ้ำซ้อนเปล่าๆ ใช้คนดีกว่า ถูกไหม
ในต่างประเทศ เอไอมีผลกับการลดต้นทุนทั้งรัฐและเอกชน
แต่ไทยนี่เทพมาก หรือรวยมากก็ไม่ทราบ
เอไอก็จะเอา คนก็จะจ้างให้มันเยอะๆ
งานเอกสารก็ยังบ้ากระดาษ
…มันอิหยังวะมากเลยนะ 555….
โฆษณา