•
19 ต.ค. เวลา 10:13 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

B-1B มัจจุราชผู้มากับความเร็วสูง

"เครื่องบินทิ้งระเบิดปีกพับได้ Rockwell B-1B Lancer ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “Bone” เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงเพียงแบบเดียวของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา
B-1 เป็นกำลังเสริมให้กับเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบอื่นๆ ของสหรัฐฯ ได้แก่ เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-52 Stratofortress และเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 Spirit"
"B-1B ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้มีพื้นที่หน้าตัดเรดาร์ (RCS) ลดลงเมื่อเทียบกับ B-1A แต่มีความเร็วสูงสุดต่ำกว่า B-1B นั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อการแทรกซึมในระดับต่ำ โดยเข้าประจำการพร้อมกับ B-52 (และต่อมาก็มี B-2 รุ่นใหม่เข้าร่วมด้วย)"
THE NATIONAL INTEREST
"เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B เป็นหนึ่งในสามเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ที่มีประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยในปัจจุบันกองทัพอากาศมีเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B จำนวน 45 เครื่อง"
POPULAR MECHANICS
"ถึงแม้ว่าเดิมทีเครื่องบินแบบดังกล่าวจะมีภารกิจบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ แต่ฝูงบินก็ถูกลดความสามารถในการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ออกเพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีตามสนธิสัญญานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย ส่งผลให้เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B ทิ้งแค่ระเบิดธรรมดาล้วนๆ ซึ่งเครื่องแบบดังกล่าวจะถูกปลดประจำการในทศวรรษ 2030 และถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 Raider ที่กำลังจะมาเยือน"
THE NATIONAL INTEREST
เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B ขณะทำการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศจากเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-10
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในบทความที่แล้วผู้เขียนกล่าวถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B ซึ่งเป็นคู่แข่งของ Boeing 747 CMCA อีกทั้งเครื่องบินแบบดังกล่าวยังมีบทบาทในสงครามอิหร่านด้วย ซึ่งก็ถูกนำมาประจำการที่ฐานทัพอากาศบนเกาะดิเอโก้ การ์เซียในคาบสมุทรอินเดีย โดยผลงานเด่นของมันคือการทิ้งขีปนาวุธร่อน ระเบิดนำวิถีและไม่นำวิถีใส่เป้าหมายในอิหร่าน ตำนานของ B-1B จะน่าสนใจเพียงใด ไปติดตามกันครับ
ก่อนที่จะเข้าสู่บทความ ขอพื้นที่โฆษณาให้ซักนิดหนึ่งนะครับ สนับสนุนโดยยาดมตรา "โป๊ยเซียน" เป็นยาสามัญประจำบ้าน บรรเทาอาการ วิงเวียนศรีษะ คัดจมูก เนิ่องจากหวัด ใช้ดม ใช้ทา ในหลอดเดียวกัน มีจำหน่ายแล้วตามร้านขายของชำ ร้านสะดวกซื้อและตามร้านขายยาทั่วไทย
หากท่านใดมีอาการวิงเวียนศรีษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม หรือถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ท่านต้องมีของดีติดตัวติดกระเป๋า นั่นคือยาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว มีสรรพคุณคือบรรเทาอาการวิเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม และแมลงสัตว์กัดต่อย กลิ่นสมุนไพรเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น ผ่อนคลาย มีจำหน่ายแล้วตามร้านขายยาใกล้บ้านท่านหรือท่านจะกดสั่งออนไลน์ก็สามารถสั่งได้นะครับ
สำหรับภาพเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้  B-1B ที่นำมาเป็นภาพหน้าปกบทความนี้หากท่านใดสนใจให้ผู้เขียนนำไปปริ้นท์เป็นโปสเตอร์ สามารถทักมาหาผู้เขียนใน Facebook ส่วนตัวชื่อ Maverick Nonsak ได้ราคาที่จะให้ท่านโอนเข้าบัญชีก่อนที่ผู้เขียนจะส่งให้ร้านปริ้นท์อยู่ที่ 200 บาท หากท่านใดสนใจขอเลขบัญชีให้ท่านทักมาได้ที่แชทส่วนตัวผู้เขียนนะฮะ
สำหรับค่าปริ้นที่ท่านโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าถวายอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
B-1B ขณะกางปีก
ค.ศ.2026 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง สงครามอิหร่านได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกแพงขึ้นในช่วงแรกๆ ทั้ง 2 ฝ่ายที่กำลังต่อสู้กันไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างงัดของดีทีเด็ดออกมาประหัตประหารซึ่งกันและกัน สหรัฐฯก็จัดเต็มไม่มีหยุดด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่น่าเกรงขามไม่ว่าจะเป็น ขีปนาวุธ เรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องบินขับไล่รวมไปถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B
ในขณะที่เครื่องบินขับไล่ F-35A ซึ่งเป็น Fifth Generation Fighter หรือเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 กำลังทิ้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์พร้อมด้วยขีปนาวุธร่อนใส่เป้าหมายทางการทหารของอิหร่านรวมถึงกองกำลัง IRGC เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ได้เลือกเป้าหมายแล้วหย่อนระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ ขีปนาวุธร่อน และระเบิดไม่นำวิถีโจมตีตัดความเกรียงไกรของศัตรูที่โดนัลด์ ทรัมป์อยากจัดการให้สาสม
Military Watch Magazine รายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมค.ศ.2026 ว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ถอนกำลังเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B Lancer ทั้งหมดออกจากฐานทัพอากาศ RAF Fairford ในสหราชอาณาจักร หลังจากเกิดการก่อวินาศกรรมใกล้ฐานทัพ อากาศแห่งดังกล่าวและมีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 6 คนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการก่อการร้าย
ขณะนั้น มีเครื่องบินทิ้งระเบิดทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B ประมาณ 12 เครื่องประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศ Fairford โดยเครื่องบินแบบดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ไม่ได้ให้เหตุผลเฉพาะเจาะจงสำหรับการถอน B-1B ในเบื้องต้น โดยระบุว่า เพื่อปกป้องความความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของกองทัพอากาศ ทำให้ไม่สามารถยืนยันความเคลื่อนไหวทันด่วนได้
B-1B ขณะ Takeoff จากฐานทัพอากาศ Fairford ประเทศอังกฤษ
ต่อมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า "เครื่องบินถูกเคลื่อนย้ายเนื่องจากมีการก่อวินาศกรรม แล้วทำไมผมถึงจะปล่อยพวกมัน (B-1B) ไว้ที่นั่นล่ะ” ทรัมป์กล่าว โดยอธิบายว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นการป้องกันไว้ก่อน ด้านรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า สหรัฐฯ ได้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ให้คำอธิบายที่แตกต่างออกไป โดยกล่าวว่าไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการถอนเครื่องบินแบบดังกล่าวกับแผนการก่อการร้ายที่เกิดขึ้น
ก่อนที่จะไปหาคำตอบว่าทำไมเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B จึงมีความสำคัญต่อกองทัพอากาศสหรัฐฯก็ต้องขอย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น โครงการ B-1 ดั้งเดิมมีรากฐานมาจากโครงการจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วสูงในช่วงทศวรรษ 1960 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเจาะทะลวงระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหภาพโซเวียตด้วยความเร็วสูงและทำการบินด้วยระดับความสูงต่ำ
เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบนี้จะต้องถูกออกแบบมาให้บรรทุกระเบิดนิวเคลียร์แบบแรงโน้มถ่วงและขีปนาวุธนำวิถี เครื่องบินแบบใหม่นี้ได้รับการออกแบบโดยเน้นความอยู่รอดผ่านความเร็ว ทำการบินต่ำเลียบภูมิประเทศ และมีน้ำหนักบรรทุกที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางงบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้นและวิกฤตการณ์ทางการเงินในสหรัฐอเมริกา โครงการ B-1A จึงถูกยกเลิกในที่สุด
ปีค.ศ.1981 ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนได้ฟื้นฟูโครงการนี้ขึ้นมาใหม่จนนำไปสู่การถือกำเนิดของ Rockwell B-1B Lancer ท่ามกลางการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมในวงกว้าง เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-1B ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้มีพื้นที่หน้าตัดเรดาร์ (radar cross-section : RCS) ลดลงเมื่อเทียบกับ B-1A ที่ถูกพับไปก่อนหน้านี้แต่มีความเร็วสูงสุดต่ำกว่า
เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ได้รับการออกแบบมาเพื่อการโจมตีทางลึกด้วยการบินในระดับความต่ำ โดยเข้าประจำการพร้อมกับ B-52 และต่อมาก็มี B-2 รุ่นใหม่เข้าร่วมด้วย
ในยุคปัจจุบันเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร? B-1B ยังคงมีบทเด่นในสงครามอิหร่าน
เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลง ความจำเป็นที่สหรัฐฯ จะต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ประจำการก็ลดลงอย่างมาก สภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์เปลี่ยนไปจากการเตรียมอาวุธอาวุธนิวเคลียร์ทำสงครามครั้งใหญ่ ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีล่องหนทำให้เครื่องบินทิ้งระเบิดล่อง B-2 กลายเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการเจาะทะลวงดินแดนข้าศึกเข้าไปโจมตีทางอากาศด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ดังนั้นการมีเครื่องบินทิ้งระเบิดสมัยใหม่ที่สามารถติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ได้ทุกเครื่องจึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป
สำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B เป็นหนึ่งในสามของเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ที่กองทัพอากาศสหรัฐฯมีประจำการในปัจจุบัน โดยมีจำนวนเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ทั้งหมด 45 เครื่อง และถึงแม้ว่า "Lancer" เดิมทีจะถูกกำหนดให้บินไปทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ แต่ Lancer ก็ถูกลดทอนสมรรถนะในการบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ออกเพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีตามสนธิสัญญานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย
ส่งผลให้สถานะของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ทิ้งระเบิดธรรมดาล้วนๆ ซึ่งจะถูกปลดประจำการในทศวรรษ 2030 และถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-21 Raider ที่ใหม่ที่สุด
ในเมื่อบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้แบบยุคสงครามเย็น B-1B ก็ยังมีของดีอยู่ในช่องเก็บระเบิดภายใน 3 ช่อง แต่ละช่องสามารถบรรทุกระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ได้ 8 ลูก หรือขีปนาวุธร่อนอากาศสู่พื้น AGM-158A Joint Air-to-Surface Standoff Missile ได้ 8 ลูก
USAF B-1B
POPULAR MECHANICS ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯได้ปรับปรุงให้ B-1B สามารถบรรทุกขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำพิสัยไกล ( Long Range Anti-Ship Missile : LRASM) รุ่นใหม่ได้ โดย B-1 สามารถบรรทุกขีปนาวุธขนาดใหญ่รุ่นใหม่นี้ได้มากถึง 24 ลูก เพื่อโจมตีกองทัพเรือข้าศึกในสงครามทางทะเล
นอกจากนี้ เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้  B-1B ยังสามารถบรรทุกขีปนาวุธความเร็วสูง AGM-183A “Arrow” ได้มากถึง 31 ลูก ซึ่งเป็นขีปนาวุธความเร็วสูงที่พุ่งทะยานด้วยเหนือเสียงระดับ 20 เท่าของเสียงที่จะช่วยให้ B-1 สามารถบุกทะลวงเข้าไปโจมตีทางิากาศของดินแดนข้าศึกเพื่อเปิดทางให้เครื่องบินรบฝ่ายเดียวกันเข้สโจมตีในวันแรกของสงครามได้
ในขณะที่ Air Force Magazine มีการคาดการณ์ว่าสามารถติดตั้งขีปนาวุธ ARRW ได้มากถึง 31 ลูกบนเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B โดยขีปนาวุธแบบดังกล่าวจะถูกบรรทุกทั้งภายในลำตัวเครื่องและบนจุดติดอาวุธที่ติดตั้งไว้ใต้ท้องของ B-1B ซึ่งหากได้รับการอัพเกรดแล้วจะมีมีความสามารถในการบรรทุกขีปนาวุธโดยเจาะจง
B-1B พร้อมกระเปาะชี้เป้า Sniper ATP ใต้ลำตัว
ก่อนหน้านี้จะมีขีปนาวุธร่อนติดหัวรบนิวเคลียร์มาติดกับ  B-1B แต่ไม่เคยใช้งานในสงครามจริง เพราะฉะนั้นเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วสูงขนาดใหญ่แบบดังกล่าวจึงถูกอัพเกรดขึ้นมาให้มีคุณสมบัติในการบินอยู่นอกสมรภูมิแล้วยิงขีปนาวุธที่ติดตั้งไว้ภายนอกลำตัวเครื่อง ซึ่งมันจะไปทำลายเรดาร์และระบบป้องกันภัยทางอากาศที่หนาแน่นของฝ่ายตรงข้าม
เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B มีบทบาทเป็นเดอะแบกที่ออกงานบ่อยที่สุดแบบหนึ่งหลังทศวรรษ 1980 จึงมีระเบิดหลายลูกสำหรับการโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ สำหรับ B-1B โดดเด่นในเรื่องระยะเวลาบินวนที่ยาวนาน การบรรทุกระเบิดหลากหลายชนิดเป็นจำนวนมาก
จึงเหมาะกับการการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดและสามารถการกำหนดเป้าหมายแบบรวดเร็วจนฝ่ายตรงข้ามถูกโจมตีในทันที ซึ่งเครื่องบินรบขนาดใหญ่รุ่นนี้ถูกใช้งานอย่างหนักในอัฟกานิสถาน อิรัก ซีเรีย รวมถึงอิหร่านในปัจจุบันด้วย
B-1B ขณะทำการบินกางปีกที่ 15°
แต่ก่อนที่จะบินไปถึงอิหร่าน ในปีค.ศ.2024 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ไปยังฐานทัพอากาศแอนเดอร์ซัน บนเกาะกวม
เพื่อแสดงให้เห็นถึงการคงอยู่ของกองทัพสหรัฐฯในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นกับจีน ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่ของไต้หวัน ไล่ ชิงเต๋อ
สำหรับ Lancer ซึ่งประจำการอยู่ที่ฝูงบินทิ้งระเบิดที่ 28 ฐานทัพอากาศเอลส์เวิร์ธ (Ellsworth Air Force Base) รัฐเซาท์ดาโคตา ได้ถูกส่งไปประจำการที่ฐานทัพอากาศแอนเดอร์เซน (Andersen Air Force Base) เกาะกวม เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ที่มีพิสัยการบินไกลแบบดังกล่าวถูกส่งไปประจำการที่กวมในฐานะส่วนหนึ่งของภารกิจทิ้งระเบิด (Bomber Task Force: BTF) ตามปกติ
B-1B ขณะบินด้วยความเร็วสูงพร้อมไอน้ำใต้ท่อนำอากาศเข้า (Air Intake)
ตามแถลงการณ์จากกองทัพอากาศสหรัฐฯนักบินจากฝูงบินทิ้งระเบิดปฏิบัติการพิเศษที่ 37 ได้ร่วมฝึกและปฏิบัติการร่วมกับพันธมิตรของสหรัฐฯ และกองทัพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพื่อเพิ่มความพร้อมรบและเสริมสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดหลักกฎหมายในมหาสมุทรแปซิฟิก
ก่อนที่ B-1B จะบินมาจากมาตุภูมิแล้วกางล้อร่อนลงจอดบนรันเวย์ของฐานทัพอากาศแอนเดอร์สัน B-1B ยังได้ร่วมฝึกกับหน่วยอื่นๆ ของกองทัพอากาศและกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำการในมหาสมุทรแปซิฟิกด้วย
วันที่ 28 มิถุนายนค.ศ.2025 กองทัพอากาศสหรัฐฯมีการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งสำคัญเหนือน่านฟ้าอิหร่าน ฝูงบินรบหลักของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ก็ได้รับความสนใจจากสื่อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทของเครื่องบินล่องหนทิ้งระเบิด B-2 Spirit ในการทิ้งระเบิดหนัก 30,000 ปอนด์ใส่โรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินสำคัญสองแห่งในอิหร่านนั้นถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง
แม้จะเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 B-1B ก็ยังคงเป็นกำลังรบหลักที่สำคัญของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
นอกจาก B-2 แล้ว ยังมีเครื่องบินอีกกว่า 125 เครื่อง รวมถึงเครื่องบินขับไล่สมัยใหม่อย่าง F-35, F-22, เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และเครื่องบินสอดแนม เข้าร่วมในปฏิบัติการ Midnight Hammer ด้วย
ในขณะที่ Spirit ได้สร้างชื่อเสียงที่ยอดเยี่ยม แต่เครื่องบินทิ้งระเบิด แบบอื่นๆ  ก็ควรได้รับการยกย่องเช่นกันสำหรับการโจมตีเป้าหมายในเวลาอันรวดเร็วของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
หลังจากนั้น 1 ปีต่อมาก็มีเครื่องบินรบที่ชื่อดังที่สุดอบบหนึ่งที่กองทัพอากาศสหรัฐฯใช้งานนั่นคือ B-1B ถูกปลุกขึ้นมาพร้อมระเบิดที่มีมีความแม่นยำสูงอันเป็นการสื่อถึงทั้งโลกว่าไม่มีอะไรจะมาหยุดเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบนี้ได้
B-1B ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้บรรทุกระเบิด แต่มันสามารถบรรทุกขีปนาวุธร่อนได้ด้วย
เดือนมีนาคมค.ศ.2026 The National Interest รายงานว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B  ทำการบินแบบไม่หยุดพักจากสหรัฐอเมริกาหรือพูดง่ายๆคือไม่แวะลงจอดที่สนามบินใดในยุโรปหรือในทวีปแอฟริกา โดยโจมตีเป้าหมายที่เป็นฐานยิงขีปนาวุธบนพื้นดินและกองบัญชาการ ปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐฯยืนยันว่า B-1B มีกำหนดปลดประจำการ และเป็นหนึ่งในเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงเพียงไม่กี่แบบที่ยังคงใช้งานอยู่บนโลกใบนี้
ไมใช่แค่ B-1B ในสงครามอิหร่านกองทัพอากาศสหรัฐฯมีการส่งเครืองบินขับไล่ยุคสงครามเย็นเข้ามามีส่วนร่วมด้วยเช่นกันซึ่งมี 2 แบบคือเครื่องบินขับไล่โจมตี F-15E Strike Eagle มีบทบาทในภารกิจโจมตีภาคพื้นดินต่อเป้าหมายในอิหร่านแม้กระทั่งกองกำลัง IRGC ก็อยู่ไม่ได้เพราะเครื่องบินแบบนี้
ส่วนอีกแบบที่บินโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ปีค.ศ.2026 จนมาถึงปัจจุบันคือเครื่องบินขับไล่ F-16 Fighting Falcon ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยผลงานหลักคือการทำหน้าที่สนับสนุนการโจมตีทางอากาศโดยใกล้ชิดในเวลากลางวันและกลางคืนได้ ด้วยความอเนกประสงค์และสมรรถนะที่ดีเยี่ยม F-16 จึงได้รับการยกย่องโดยทั่วไปว่าเป็นเครื่องบินขับไล่หลักของกองทัพอากาศสหรัฐฯ อีกทั้งในขณะเดียวกันกองทัพอากาศอิสราเอลยังนำเครื่องบินขับไล่ F-16 เข้ามามีบทบาทสำคัญในการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มติดอาวุธที่หนุนหลังโดยอิหร่านด้วย
กลับมากันที่ B-1B เดิมทีเครื่องบินแบบดังกล่าวจะมาบินโชว์ในงานแสดงการบิน RIAT 2026 แต่เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางต่ออิหร่าน ทำให้บินมาโชว์ใน RIAT 2026 ถูกยกเลิกไปในที่สุด
แม้ว่าตารางการบินโชว์ในงาน RIAT ปีนี้ของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B จะถูกยกเลิก แต่เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จำนวนมากยังคงประจำการอยู่ในฐานทัพอากาศที่สหราชอาณาจักร โดยก่อนหน้านี้เคยปฏิบัติการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ภายในอิหร่านมาแล้ว
แม้ว่า B-1B จะไม่กลับมาลงที่ Fairford อีกแล้ว แต่เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบดังกล่าวก็ยังใช้ฐานทัพหลักคือแผ่นดินใหญ่ที่เรียกว่าสหรัฐอเมริกาในการบินไปโจมตีอิหร่านร่วมกับเครื่องบินแบบอื่นๆ
การโจมตีครั้งล่าสุดของเครื่องบินทิ้งระเบิด Lancer เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมเมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดปีกพับได้แบบดังกล่าวโจมตีฐานส่งกำลังบำรุงและฐานปล่อยอากาศยานไร้คนขับของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ( IRGC ) ที่ทำหน้าที่คุมเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ซึ่งเป็นเครื่องบินรบขนาดใหญ่ในยุคสงครามเย็น ไม่ได้ถูกใช้ในปฏิบัติการรบเพียงอย่างเดียว เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา B-1B ทั้งสองเครื่องได้บินโฉบเฉี่ยวในงานแสดงการบิน NATO Days และ Czech Air Force Days ที่สนามบิน Leoš Janáček Ostrava ประเทศเช็ก
ถึงแม้จะไม่ใช่งาน RIAT (Royal International Air Tattoo) แต่ก็เป็นโอกาสที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ จะได้แสดงศักยภาพของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ที่ทรงน่าเกรงขามที่สุดแบบหนึ่งเท่าที่เคยสร้างมา พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกองทัพอากาศสหรัฐฯในการรักษาความมั่นคงในภูมิภาคนี้ด้วย
หลังจากที่ B-1B ถูกบันทึกภาพและมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่สนามบิน Fairford B-1B ต้องขึ้นบินทันทีเพื่อรักษาความปลอดภัยก่อนที่การวินาศกรรมครั้งใหญ่จะตามมาในทวีปยุโรป
เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1 มีการปฏิบัติการทางอากาศอย่างต่อเนื่องจากจากสหราชอาณาจักร ซึ่งฐานบินหลักในการขึ้นบินและลงจอดคือฐานทัพอากาศ Fairford ซึ่งเป็นสนามบินที่ชัดเจนสำหรับการขึ้นลงของเครื่องบินรบขนาดใหญ่แบบนี้ในทวีปยุโรป แต่ช่างภาพอากาศยานที่เข้ามาบันทึกภาพในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถยืนยันจุดหมายปลายทางที่ B-1B จะบินไปทิ้งระเบิดลงสู่เป้าหมายหรือการปฏิบัติการของเครื่องบินแบบดังกล่าวได้อย่างเต็มที่
ในขณะเดียวกันการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบดังกล่าวจากยุโรป ส่งผลให้กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาสามารถลดการพึ่งพาฐานทัพอากาศในอ่าวเปอร์เซียที่เสี่ยงต่อขีปนาวุธวิถีโค้ง ขีปนาวุธร่อน และโดรนโจมตีของอิหร่านได้ซึ่งเป็นการอันตรายจากใช้สนามบินในพื้นเดียวได้
การปฏิบัติการจากสหราชอาณาจักรยังแสดงให้เห็นถึงแผนการทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ยอมปกป้องเครื่องบินราคามหาศาลนี้ไว้ B-1B อาจเป็นกำลังรบที่สำคัญอย่างเห็นได้ชัด แต่ปฏิบัติการบินพิสัยไกลให้ถึงอิหร่านยังต้องขึ้นอยู่กับการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ การรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง การสื่อสารที่ปลอดภัย การวางแผนภารกิจ และอาจรวมถึงสงครามอิเล็กทรอนิกส์หรือการขอการคุ้มกัน จากเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 และยุคที่ 5
การประสานงานเรื่องระบบอำนวยความสะดวกในฐานทัพอากาศทั่วทั้งยุโรปและตะวันออกกลางแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างกำลังรบจากเครือข่ายที่กระจายตัวมากกว่าจากฐานที่ตั้งในภูมิภาคจำนวนน้อยและมีความเสี่ยง ซึ่งทำให้การคำนวณการเตือนและการกำหนดเป้าหมายของอิหร่านซับซ้อนขึ้น เนื่องจากกองกำลังโจมตีของสหรัฐฯ สามารถมาจากหลายทิศทางและจากฐานที่ตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่การรบหลายพันกิโลเมตร
กองทัพอากาศสหรัฐฯได้ส่งเครื่องบินขับไล่หลากแบบขึ้นปฏิบัติการในสงครามอิหร่าน หนึ่งในนั้นคือ F-16 ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องบินขับไล่หลากบทบาทจากยุคสงครามเย็นที่มีบทบาทไม่แพ้ B-1B
Army Recognition กล่าวว่าภารกิจของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ที่โจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps : IRGC) แสดงให้เห็นมากกว่าแค่การเพิ่มจำนวนเครื่องบินของการปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐฯ
อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ สามารถสร้างอำนาจการโจมตีทางกายภาพครั้งใหญ่ในสงครามอิหร่านได้จากฐานทัพอากาศนอกภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความเสี่ยง ที่เครื่องบินจะถูกขีปนาวุธตกใส่ก่อนขึ้นบินและรักษาแรงกดดันในภูมิภาคท่ามกลางสงครามที่รุนเเรงและซับซ้อน
สำหรับอิหร่านความท้าทายในการปฏิบัติการคือ ศูนย์บัญชาการ เครือข่ายโดรน โครงสร้างพื้นฐานทางทะเล และจุดเชื่อมต่อด้านการส่งกำลังบำรุงอาจเข้าขั้นวิกฤต แม้ว่า B-1B ที่โจมตีเป้าหมายจะขึ้นบินจากยุโรปหรือสถานที่ห่างไกลอื่นๆ ก็ตาม สำหรับวอชิงตันแล้ว B-1B ยังคงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการใช้ศักยภาพของระเบิดในลบอิหร่านให้หายไปจากแผนที่โลก แต่เพราะมันมีพิสัยทำการบินที่ไกลและความยืดหยุ่นที่จำเป็นในการทิ้งระเบิดอย่างแม่นยำซ้ำกันหลายครั้ง
วันที่ 5 ตุลาคมปีเดียวกันสำนักข่าว Axios มีรายงานว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้ย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1 จำนวน 12 เครื่องออกจากฐานทัพอากาศ RAF Fairford ในสหราชอาณาจักร
หลังจากที่จากได้รับข้อมูลข่าวกรองที่บ่งชี้ว่าอิหร่านอาจใช้โดรนโจมตี เพราะหากถูกโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านจากดินแดนอังกฤษไปยังฐานทัพอากาศดังกล่าว อาจนำไปสู่การเสียชีวิตของทหารอเมริกันและทำลายเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ก่อนที่จะขึ้นบินบนฟ้านั่นจะเป็นการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในยุโรปที่รุนแรงที่สุดและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดยอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายวงความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลางออกไปสู่ภูมิภาคอื่นในเวลาอันรวดเร็ว
B-1B เมื่อทำการบินด้วยความเร็วสูง ปีกจะพับไปด้านหลัง 67° หากทำการบินช้าหรือความเร็วใกล้เคียงเครื่องบินพาณิชย์ปีกจะกางออกที่ 15°
เมื่อผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่าอิหร่านวางแผนที่จะโจมตีฐานทัพด้วยโดรนจากดินแดนอังกฤษหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า "ผมบอกคุณไม่ได้ ถ้าพวกเขามีเจตนาเช่นนั้นจริง พวกเขาจะต้องได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการกระทำของเรา" ในขณะที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ B-1 จำนวน 12 เครื่องบินขึ้นจากฐานทัพอากาศในสหราชอาณาจักร เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากถูกส่งไปประจำการที่นั่น
ด้านกระทรวงสงครามสหรัฐฯ กล่าวว่า "เครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทุกเครื่องที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ด ได้เดินทางกลับไปยังฐานทัพหลักในสหรัฐอเมริกาแล้ว" แถลงการณ์ของกระทรวงสงครามระบุเพิ่มเติมว่า กองกำลังเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1, B-2 และ B-52 "ยังคงพร้อมที่จะขึ้นบินโจมตีเป้าหมายด้วยขีดความสามารถแม่นยำ โดยต่อไปนี้จะมีการปฏิบัติการบินขึ้นและลงจอดที่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น"
การขึ้นบินของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ออกเดินทางจากฐานทัพอากาศ Fairford เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม มีการติดตามการบินผ่านแอพพลิเคชั่นแอพหนึ่งและมีผู้สนใจการบินได้บันทึกการทะยานขึ้นของ B-1 การถอนกำลังเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์เศษหลังจากที่ตำรวจอังกฤษได้รับแจ้งเกี่ยวกับรถยนต์ต้องสงสัยสามคันที่อยู่ใกล้ฐานทัพในช่วงเช้ามืดของวันที่ 27 กันยายนปีเดียวกัน
มีรายงานว่าพบผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวอังกฤษ 5 คน อายุประมาณ 20 ต้นๆถูกจับกุมหลังจากมีรายงานว่าพบเห็นพวกเขาวนเวียนอยู่ใกล้ฐานทัพอากาศแห่งนี้พร้อมรถตู้สีขาวสามคัน ต่อมาตำรวจได้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยโดยให้ประกันตัว
B-1B มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่มัค 1.35 ซึ่งต่ำกว่ารุ่น A ที่บินเร็วถึงมัค 2
ในขณะที่บุคคลที่หกซึ่งเป็นพลเมืองสองสัญชาติอังกฤษ-อิหร่าน อายุ 25 ปี ถูกจับกุมในลอนดอนหลายวันต่อมาในข้อหาเตรียมการโจมตี และได้รับการปล่อยตัวโดยให้ประกันตัวเช่นกัน ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ต้องสงสัยได้รับการปล่อยตัวอย่างรวดเร็วทำให้เกิดคำถามร้ายแรงเกี่ยวกับความถูกต้องของแผนการก่อวินาศกรรมที่กล่าวอ้าง
แม้จะไม่มีการพบวัตถุระเบิดในรถตู้ที่จะนำไปวางเครื่องบินให้บึ้ม ถึงกระนั้นทางการอังกฤษจะยังคงสืบสวนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป แหล่งข่าวจากรัฐบาลอังกฤษระบุว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการถอนเครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีราคาแพงแบบหนึ่งนั้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยดังกล่าว
ต่อมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า B-1B ถูกเคลื่อนย้ายเนื่องจากมีการรับรู้ถึงภัยคุกคาม “เรามีความคิดว่าอาจมีภัยคุกคาม และทำไมผมถึงจะปล่อยพวกมันไว้ที่นั่นล่ะ” ทรัมป์กล่าว โดยอธิบายว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นการป้องกันไว้ก่อน
รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า "สหรัฐฯ ได้ดำเนินการย้ายฝูงบินด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง” อย่างไรก็ตามมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯให้คำอธิบายที่แตกต่างออกไป โดยกล่าวว่าไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการถอนฝูงบินทิ้งระเบิดกับแผนการก่อวินาศกรรมที่น่าสงสัย
หาก B-1B บินขึ้นจากอเมริกาไปอิหร่าน ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบินที่สูงขึ้น
การมีเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B บินบนฟ้าในช่วงสงครามอิหร่าน สื่อให้เห็นว่าไม่ว่าเครื่องบินจะเก่าแค่ไหนก็สามารถปฏิบัติการทางอากาศฐานทัพอากาศในสหราชอาณาจักรบินไปถึงเป้าหมายในตะวันออกกลางที่ใช้เวลาไม่นาน ดีกว่าการจอดประจำการ ณ ฐานทัพอากาศที่ไม่ต้องย้ายฝูงบินไปไหนแบบในสหรัฐอเมริกา
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆคือเหมือนกับท่านมีที่ทำงานใกล้บ้านอยู่แล้วในจังหวัดใหม่ สามารถขับรถไปกลับเองได้ ดีกว่าจะต้องขับรถไกลบ้านจากจังหวัดบ้านเกิดมาที่ทำงานใหม่ที่อยู่ไกลไม่รู้กี่กิโลจนต้องเข้าทำงานสายแล้วโดนเจ้านายดุ
สำหรับการประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ที่เคยประจำการที่ฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ดก่อนหน้านี้มีพิสัยไปยังภูมิภาคดังกล่าวที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบินเพิ่มขึ้น และทำให้ B-1B สามารถปฏิบัติการได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศเพื่อให้บินนานมากนัก
B-1B บินโชว์ที่ NATO DAYS 2026
เพราะฉะนั้น การที่ B-1B หายไปจากลานบินที่ฐานทัพอากาศ Fairford จึงลดความสามารถของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบดังกล่าวที่ตรงจากยุโรปบินไปโจมตีอิหร่านอย่างรวดเร็ว
นักวิเคราะห์จากสถาบัน Royal United Services Institute ที่สำนักข่าวรอยเตอร์กล่าวถึงเปิดเผยว่า การโยกย้ายกลับไปอยู่ฐานทัพอากาศในสหรัฐฯครั้งนี้จะลดความสามารถของกองทัอากาศสหรัฐฯ ในการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดที่พิสันไกลบินไปโจมตีอิหร่านอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น
ในขณะนี้กองทัพอากาศสหรัฐฯ ยังคงประสบปัญหาในการใช้งานเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ทั้งหมด 45 เครื่องอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการในการบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบิรที่สูงมากทำให้เครื่องบินแบบดังกล่าวมากกว่า 90%ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงต้นทศวรรษ
เดิมทีเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B มีกำหนดปลดประจำการทั้งหมดในช่วงกลางทศวรรษ 2030 และจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-21 Raider ที่ทันสมัยกว่า ส่งผลให้กองทัพอากาศต้องปลดประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิดประมาณ 30 ลำ ซึ่งมีรายงานว่าถูกถอดชิ้นส่วนเพื่อใช้เป็นอะไหล่
ปัจจุบันเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B ถือว่าไม่ทันยุคกับเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน เพราะบทบาทเดิมของมันคือการแทรกซึมเล็ดรอดการตรวจจับจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของข้าศึกด้วยการบินในระดับความสูงต่ำเข้าโจมตีเป้าหมาย จึงนำไปสู่การได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อรองรับบทบาทที่คล้ายคลึงกับ B-52H คือการโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำในระยะไกลมากโดยใช้ขีปนาวุธปล่อยจากอากาศสู่พื้นที่มีพิสัยไกลเป็นสำคัญ
ปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐฯได้นำ B-1B มาใช้บรรทุกขีปนาวุธร่อนที่มีความแม่นยำสูงในการโจมตีเป้าบนบกและโจมตีเรือผิวน้ำทางทะเล
ข้อมูลจำเพาะเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ปีกพับได้ B-1B
ผู้สร้าง :บริษัทร็อคเวลล์ อินเตอร์เนชั่นเนล (สหรัฐอเมริกา)
ประเภท : เครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ปีกพับได้
เจ้าหน้าที่ : 3 นาย
เครื่องยนต์ : General Electric F101-GE-102 ให้แรงขับ 13,790 ปอนด์ด้วยความเร็วปกติ และ 30,780 กิโลกรัม เมื่อใช้สันดาปท้ายพร้อมกันทั้ง 4 เครื่อง
กางปีก: 41.67 เมตร เมื่อกางปีกเต็มที่
23.84 เมตร เมื่อลู่ปีกเต็มที่
ยาว: 45.78 เมตร
สูง: 10.24 เมตร
พื้นที่ปีก: 181.2 ตารางเมตร
ความเร็วสูงสุด : 1.35 มัค (1,335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ที่ความสูง 50,000 ฟุต.95 มัค ที่ระยะสูง 200-500 ฟุต
อัตราเร็วเดินทาง: 0.85 มัค ที่ระยะสูง 15,240 เมตร
เพดานบินปกติ: 60,000 ฟุต
พิสัยการบินไกลสุด: 9,400 กิโลเมตร เมื่อไม่เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และ 7,600 กิโลเมตรเมื่อบรรทุกอาวุธ
อาวุธ:
ขีปนาวุธ
อาวุธปล่อยโจมตีระยะใกล้ (Short Range Attack Missile-SRAM) แบบเอจีเอ็ม-69 เอ จำนวน 8 ลูก
จรวดร่อนแบบ เอจีเอ็ม-86บี
ขีปนาวุธโจมตีเรือผิวน้ำพิสัยไกล AGM-158C LRASM
ขีปนาวุธทิ้งตัวปล่อยจากอากาศสู่พื้น AGM-158 JASSM
ลูกระเบิดนิวเคลียร์
อาวุธปล่อยหลบรอดข่ายเรดาร์ (AIR Launched Cruise Missile-ALCM)
อาวุธปล่อยป้องกันเครื่องบินทิ้งระเบิด (Bomber Defense Missile-BDM)
รวม เป็นน้ำหนักอาวุธสูงสุด 52,160 กิโลกรัม ในห้องเก็บอาวุธใต้ลำตัว 3 ห้อง
สถานะ : อยู่ในประจำการ
เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตรปีกพับได้ B-1B จะประจำการต่อไปถึงช่วงต้นทศวรรษ 2030
เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตรปีกพับได้ B-1B ถือว่าเป็นเครื่องบินรบอีกแบบที่มีบทบาทในสงครามอิหร่าน แต่ด้วยค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบินที่สูงขึ้นและค่าซ่อมบำรุงที่แพงขึ้นทำให้เครื่องบินแบบดังกล่าวเข้าใกล้วันปลดประจำการในอีกไม่กี่ปีนับจากนี้ แม้จะมีเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-21 Raider ที่ใหม่กว่ามาทดแทนแต่ B-1B จะเป็นชื่อที่คนทั้งโลกไม่มีวันลืม สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Military Watch Magazine
The National Interest
POPULAR MECHANICS
Axios
Army Recognition
NATIONAL MUSEUM OF THE UNITED STATES AIR FORCE
leeghatawayaviation
Stuart Lewis Photography
24hoursblue
aviation.nellis
Dalton Hoch
Cristian Ariel Martínez
Rafel Amer
Garrett Heller
Xiangyu Huang
Wen W
Orlando Suarez
Jordan Jones
WalAndPl
DEREK FERGUSON
Juhani Sipilä
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
โฆษณา