Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
20 ต.ค. เวลา 16:38 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
F-2A Viper Zero ลงจอดในไทยครั้งแรก
"F-2 ออกแบบโดยอิงพื้นฐานจาก F-16 แต่มีขนาดใหญ่กว่า 25 เปอร์เซ็นต์ สามารถบรรทุกเชื้อเพลิงและอาวุธได้มากกว่า และที่สำคัญคือ สามารถบรรทุกขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำ ASM-1/ASM-2 ที่ญี่ปุ่นผลิตเอง ซึ่งควบคุมด้วยเรดาร์ AESA ได้"
"ต่อให้ (กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น) มีเครื่องบินขับไล่ F-2A ประจำการอยู่ไม่กี่เครื่อง แต่เครื่องบินขับไล่แบบดังกล่าวมีสมรรถนะและมีศักยภาพในการร่วมรบกับกับเครื่องบินขับไล่ F-35 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่นที่กำลังเข้าประจำการในเวลาอันรวดเร็ว"
National Security Journal
"เครื่องบินขับไล่ F-2 สามารถบรรทุกขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำความเร็วเหนือเสียงแบบ ASM-3 ได้ ทำให้มีขีดความสามารถในการโจมตีทางทะเล ซึ่งไม่มีในเครื่องบินขับไล่ F-16 ทุกรุ่น นี่ถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญอย่างยิ่งในการรับมือข้อพิพาทเรื่องดินแดนทางทะเลจีนกับจีนไม่รู้จักจบสิ้น"
Zonar Militar
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน บทความนี้ดองไว้จนลืมลงเลยขอลงวันนี้เเทนก็แล้วกัน เมื่อเดือนที่แล้วมีข่าวว่าเครื่องบินขับไล่ F-2A จำนวน 6 เครื่องของกองกำลังป้องกันตนเองอากาศญี่ปุ่น ได้ร่อนลงจอดที่สนามบินอู่ตะเภา ทำให้กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากสำหรับอินฟลูสายทหารในขณะนี้ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนนำเรื่องราวของ Mitsubishi F-2A มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน สำหรับเรื่องราวนี้จะมีความสน่าสนใจอย่างไร ไปติดตามกันครับ
JASDF F-2A
ก่อนที่จะเข้าสู่บทความขอขายของก่อนนะครับ หากท่านใดมีอาการวิงเวียนศรีษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม หรือถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ท่านต้องมีของดีติดตัวติดกระเป๋า นั่นคือยาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว มีสรรพคุณคือบรรเทาอาการวิเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม และแมลงสัตว์กัดต่อย กลิ่นสมุนไพรเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น ผ่อนคลาย มีจำหน่ายแล้วตามร้านขายยาใกล้บ้านท่านหรือท่านจะกดสั่งออนไลน์ก็สามารถสั่งได้นะครับ
สำหรับภาพเครื่องบินขับไล่ F-2A ที่นำมาเป็นภาพหน้าปกบทความนี้หากท่านใดสนใจให้ผู้เขียนนำไปปริ้นท์เป็นโปสเตอร์ สามารถทักมาหาผู้เขียนใน Facebook ส่วนตัวชื่อ Maverick Nonsak ได้ราคาที่จะให้ท่านโอนเข้าบัญชีก่อนที่ผู้เขียนจะส่งให้ร้านปริ้นท์อยู่ที่ 200 บาท หากท่านใดสนใจขอเลขบัญชีให้ท่านทักมาได้ที่แชทส่วนตัวผู้เขียนนะฮะ
สำหรับค่าปริ้นที่ท่านโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
เครื่องบินขับไล่ F-2A ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่นขณะร่อนลงจอดที่สนามบินอู่ตะเภา
เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำการปรับปรุงนโยบายความมั่นคงครั้งสำคัญ โดยลดข้อจำกัดในการส่งออกอาวุธเพื่อเปิดทางให้สามารถส่งออกอาวุธหนักไปยังต่างประเทศได้ จากเดิมที่จำกัดเพียงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวกับการรบ 5 หมวด ได้แก่ การกู้ภัย, การขนส่ง, การเตือนภัย, การลาดตระเวน และการกวาดทุ่นระเบิด การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอย่าง Mitsubishi F-2 กลายเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในฐานะตัวเลือกใหม่สำหรับประเทศพันธมิตร
หลังจากที่กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น (Japan Air Self-Defense Force : JASDF) ประสบความสำเร็จในการนำเครื่องบินขับไล่ F-15J ซึ่งผลิตภายใต้สิทธิบัตรจาก McDonnell Douglas มาใช้เป็นเครื่องบินขับไล่ครองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว ญี่ปุ่นยังเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการมีเครื่องบินขับไล่หลากบทบาท (Multirole Fighter)
โดยเฉพาะภารกิจโจมตีเป้าหมายทางทะเลเพื่อปกป้องเกาะแก่งต่างๆ ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่เครื่องบินขับไล่ F-15J และเครื่องบินขับไล่ยุคสงครามเย็นอย่าง F-1 ไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่
F-2 ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก F-16 โดยมีจุดที่น่าจดจำคือปีกที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยและฝาครอบกระจกห้องนักบิน 3 ชิ้น
เดิมทีญี่ปุ่นต้องการพัฒนาเครื่องบินรบเองทั้งหมด 100% ภายใต้โครงการ FSX แต่เนื่องจากปัญหาความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น รวมถึงแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกรงว่าญี่ปุ่นจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งในตลาดเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ทำให้สุดท้ายทั้งสองประเทศตกลงพัฒนาร่วมกัน โดยนำเอาแบบแผนของเครื่องบินขับไล่ F-16 Block 40 และแนวคิด Agile Falcon ซึ่งเป็น F-16 รุ่นปีกใหญ่ที่สหรัฐฯ ไม่ได้สร้าง
มาเป็นต้นแบบ
จนนำไปสู่การถือกำเนิดของ Mitsubishi F-2 หรือที่รู้จักในฉายา "Viper Zero" เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น (JASDF) เเม้ภายนอกจะเลียนแบบจนเหมือน F-16 Block 40 แต่ในรายละเอียดทางวิศวกรรมมีการปรับเปลี่ยนแบบแปลนไปมากกว่า 95% เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของญี่ปุ่น
จุดเด่นทางวิศวกรรมของ F-2 คือมีพื้นที่ปีกใหญ่กว่า F-16 ทั่วไปถึง 25% ช่วยให้เพิ่มแรงยก มีความคล่องตัวสูงในเพดานบินต่ำ และเพิ่มพื้นที่ในการติดตั้งอาวุธและถังน้ำมัน อีกทั้งยังเป็นเครื่องบินขับไล่รุ่นแรกๆ ที่ใช้เทคโนโลยีการอบวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นชิ้นเดียว ในการผลิตโครงสร้างปีก
ทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแรงทนทานสูง และช่วยลดการสะท้อนของเรดาร์ได้ในระดับหนึ่ง F-2 มีกระจกห้องนักบินแบบ 3 ส่วน ต่างจาก F-16 ที่เป็นชิ้นเดียว โดยเครื่องบินขับไล่แบบดังกล่าวใช้กระจกเสริมโครงเหล็กเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการชนของนก (Bird Strike) เนื่องจากต้องบินในระดับต่ำเหนือทะเลบ่อยครั้ง
แม้ F-2 จะมีสมรรถนะสูงและมีน่าเกรงขามในบรรดาเครืรองบินรบของ JASDF แต่สมรรถนะก็ยังเป็นรอง F-16 Block 70 ที่ถูกผลิตออกมาใหม่ในขณะนี้
เครื่องบินขับไล่ F-2 มีเรดาร์ AESA ( Active Electronically Scanned Array) รุ่น J/APG-1 ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจจับเป้าหมายได้ไกล ติดตามพร้อมกันได้หลายเป้าหมาย และทนทานต่อการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ดีกว่าเรดาร์แบบเก่า ทำให้มันเป็นเครื่องบินขับไล่ในสายการผลิตรุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งเรดาร์
เครื่องบินขับไล่ F-2 ใช้ระบบดิจิทัล Fly-by-wire ที่ญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นเอง ร่วมกับระบบคอมพิวเตอร์ภารกิจและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับอาวุธที่ผลิตในประเทศ
นอกจากจุดเด่นทางด้านวิศวกรรมแล้วเครื่องบินขับไล่ F-2 ถูกออกแบบมาให้บรรทุกขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำขนาดหนักทั้ง ASM-1 และ ASM-2 ได้ถึง 4 ลูก พร้อมถังน้ำมันสำรอง ซึ่งสูงกว่า F-16 มาตรฐานที่มักบรรทุกได้เพียง 1-2 ลูก มีจุดติดตั้งอาวุธทั้งหมด 11 จุด กล่าวคือมีมากกว่า F-16 สองจุด ทำให้มีความยืดหยุ่นในการบรรทุกทั้งอาวุธนำวิถีอากาศสู่อากาศ เช่น AAM-3, AAM-4, AAM-5 และอาวุธโจมตีภาคพื้นดิน
F-2 มีชื่อเล่นคือ Viper Zero โดย Viper มาจากชื่อเล่นที่ตั้งให้ F-16 ส่วน Zero เป็นชื่อเดียวกับเครื่องบินขับไล่ใบพัดที่ญี่ปุ่นใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
เครื่องบินขับไล่ F-2A มีความเร็วสูงสุด Mach 2.0 มีรัศมีปฏิบัติการรบมากกว่า 830 กิโลเมตร เมื่อบรรทุกขีปนาวุธต่อต้านเรือ 4 ลูก ซึ่งไกลกว่า F-16 Block 50 ที่มีรัศมีประมาณ 550 กิโลเมตร เพดานบินสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 18,000 เมตร (59,000 ฟุต) ซึ่งสูงกว่า F-16C รุ่นมาตรฐาน ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน General Electric F110-GE-129 (ผลิตภายใต้ใบอนุญาตโดย IHI) ให้แรงขับประมาณ 29,000 ปอนด์
ด้วยความที่ F-2A มีพิสัยการบินที่ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลกว้างไกล จึงได้รับการขยายถังน้ำมันและพื้นที่ปีกให้บรรทุกน้ำมันได้มากขึ้น เมื่อพิจารณาจากรัศมีการรบที่ไกลกว่า 830 กิโลเมตรจะพบว่ามันสามารถลาดตระเวนและสกัดกั้นภัยคุกคามทางเรือได้ตั้งแต่ระยะไกลก่อนที่ข้าศึกจะเข้าถึงชายฝั่ง
ต่อให้ Mitsubishi F-2 จะเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูงและเป็นกำลังสำคัญของ JASDF ก็ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการ เช่น อุปสรรคด้านงบประมาณและต้นทุนที่สูงมหาศาล F-2 ถูกขนานนามว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก
โดยมีสาเหตุจากราคาต่อเครื่องของ F-2 สูงกว่า F-16 มาตรฐานถึง 4 เท่า หรือประมาณ 100-170 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เดิมทีญี่ปุ่นตั้งเป้าจะผลิตถึง 141 เครื่องแต่เนื่องจากงบประมาณที่บานปลายและราคาต่อหน่วยที่สูงมาก ทำให้ถูกตัดลดเหลือเพียง 94 เครื่อง (ไม่รวมตัวต้นแบบ) ซึ่งจำนวนที่น้อยนี้ส่งผลให้ค่าบำรุงรักษาต่อเครื่องสูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะเดียวกันญี่ปุ่นต้องแบ่งงานให้บริษัทสหรัฐฯ 40% และต้องส่งมอบเทคโนโลยีที่ญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นเองให้สหรัฐฯ ในขณะที่สหรัฐฯ จำกัดการเข้าถึง Source Code ที่สำคัญของ F-16
ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเคยมีการซื้อลิขสิทธิ์เครื่องบินขับไล่ F-4 มาผลิตเองในประเทศส่งผลให้มีประสบการณ์มากขึ้นแล้วมาพัฒนา F-15J และ F-2 ต่อในเวลาต่อมา
อีกทั้งยังมีข้อจำกัดทางกฎหมาย กล่าวคือรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ของญี่ปุ่นและนโยบายใฝ่สันติสร้างข้อจำกัดในการใช้งาน F-2 อย่างมากในขณะเดียวกัน F-2 ไม่สามารถติดตั้งอาวุธโจมตีระยะไกล เช่น ขีปนาวุธร่อน หรือขีปนาวุธต่อต้านเรดาร์เพื่อทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรูได้ในช่วงแรก ยิ่งไปกว่านั้นในอดีตญี่ปุ่นไม่สามารถส่งออก F-2 ไปต่างประเทศ เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้เนื่องจากข้อห้ามทางกฎหมาย แม้ปัจจุบันจะมีการผ่อนปรนบ้างแล้วก็ตาม
เหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิเมื่อปีค.ศ.2011 สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับฝูงบินขับไล่ F-2 ที่ฐานทัพอากาศมัตสึชิมะ คลื่นสึนามิได้พัดถล่มฐานทัพอากาศ ทำให้เครื่องบินขับไล่ F-2B รุ่น 2 ที่นั่งจมน้ำทะเลเสียหายถึง 18 เครื่อง แม้ญี่ปุ่นจะพยายามซ่อมแซมด้วยงบประมาณมหาศาล ประมาณ 130 ล้านดอลลาร์ต่อเครื่อง แต่มี 5 เครื่องที่เสียหายเกินเยียวยาและต้องปลดประจำการไปอย่างถาวร
เมื่อก้าวเข้าสู่ปีค.ศ. 2026 สภาพการณ์โลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ปรับแก้ข้อจำกัดการส่งออกอาวุธครั้งประวัติศาสตร์ในวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2026 ญี่ปุ่นเปลี่ยนนโยบายจากประเทศใฝ่สันติสู่การเป็นผู้เล่นใหม่ในตลาดอาวุธ เพื่อคานอำนาจกับจีนและภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ
และแล้วโอกาสทองสู่การเป็น Export Fighters ก็ได้เกิดขึ้น เมื่อ F-2 กลายเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่ญี่ปุ่นเสนอขายให้กับประเทศพันธมิตร เช่น ฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังเผชิญความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ เพราะฉะนั้นการส่งออก F-2 ในรูปแบบเครื่องบินขับไล่มือสองปรับปรุงใหม่ถือเป็นก้าวสำคัญก่อนที่ญี่ปุ่นจะปลดประจำการรุ่นนี้ในช่วงปีค.ศ.2030 เพื่อเปลี่ยนไปใช้ F-35 และพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 6
ในขณะกองทัพอากาศฟิลิปปินส์กำลังให้ความสนใจเครื่องบินขับไล่ F-16 จากสหรัฐอเมริกา ก็มีข่าวลือว่าญี่ปุ่นเตรียมปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ F-2 พร้อมส่งมอบให้กองทัพอากาศฟิลิปปินส์
สำหรับกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ซึ่งถูกจับตามองว่าอาจเป็นลูกค้ารายแรกที่แสดงความสนใจจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-2 เข้าประจำการนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์อีกครั้งหลังจากการปลดประจำการของเครื่องบินขับไล่ F-5 เมื่อปีค.ศ.2005
เครื่องบินขับไล่ F-2 สามารถตอบโจทย์ภารกิจทางทะเลได้เพราะกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ไม่ได้มีแค่การนำเครื่องบินรบมาโจมตีผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ แต่ยังมีขีดความสามารถในการทำภารกิจ Maritime Defense ในเขตทะเลจีนใต้ เพราะฉะนั้นหากมีการนำ F-2 เข้าประจำการจะตรงตัวและเหมาะสมกับภารกิจนี้
ด้วยรัศมีการรบกว่า 830 กิโลเมตร F-2 สามารถลาดตระเวนครอบคลุมหมู่เกาะสแปรตลีหรือช่องแคบบาชิได้จากฐานทัพบนเกาะลูซอน ไม่เพียงเท่านี้มันมึความสามารถในการบรรทุกขีปนาวุธต่อต้านเรือหนักถึง 4 ลูก พร้อมเรดาร์ AESA ทำให้ฟิลิปปินส์มีอำนาจการยิงที่น่าเกรงขามต่อกองเรือที่รุกล้ำอธิปไตย รวมทั้งสมารถปฏิบัติการทางอากาศร่วมกับชาติพันธมิตรได้ เนื่องจาก F-2 พัฒนาบนพื้นฐานของ F-16 จึงสามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายและปฏิบัติการร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้อย่างไร้รอยต่อ
เครื่องบินขับไล่ F-2 พร้อมขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AAM-3 ที่ปลายปีก
Mitsubishi F-2 หรือ "Viper Zero" นั้นหาใช่เป็นเหยี่ยวพิฆาตปกป้องน่านน้ำญี่ปุ่นไม่ นับจากนี้เป็นต้นไปการออกไปผจญโลกภายนอกในฐานะเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่แห่งกองทัพอากาศฟิลิปปินส์เสริมทัพ FA-50PH ที่มีอยู่เเล้ว จะทำให้กองทัพอากาศฟิลิปปินส์มีเพชฌฆาตเรือรบที่พร้อมปกปักรักษาอธิปไตยของประเทศที่เป็นหมู่เกาะ
ในขณะนี้กองทัพอากาศฟิลิปปินส์กำลังพิจารณาเครื่องบินขับไล่ F-2 จากญี่ปุ่นอย่างจริงจังเพื่อใช้ในการป้องปรามทางทะเลในเขตทะเลจีนใต้รวมไปถึงการบินขับไล่สกัดกั้น โดยจะมาในรูปแบบของเครื่องมือสองปรับปรุงใหม่หรือคล้ายกับการ Refurbished เครื่องบินขับไล่ F-16 มือสองให้มีสภาพใหม่เอี่ยมอ่องเหมือนออกจากโรงงาน ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดด้านราคาที่เคยสูงลิ่วให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
วันที่ 6 กันยายนค.ศ.2026 เฟซบุ๊กเพจท้าวทองไหลมีการรายงานข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่ Mitsubishi F-2 ที่เดินทางมาลงจอดแวะพักในประเทศไทย ซึ่งเครื่องบินขับไล่ F-2A/B Viper Zero จำนวนประมาณ 5 เครื่อง จากฝูงบินขับไล่ที่ 8 ฐานทัพอากาศสึอิกิ (Tsuiki Air Base) ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่นได้เดินทางมาแวะพักที่สนามบินอู่ตะเภา จังหวัดระยอง ประเทศไทย
แม้ F-2 จะบินกลับญี่ปุ่นไปเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว แต่ในปีหน้า (ค.ศ.2027) กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่นจะนำ F-2 มาฝึกผสมทางอากาศร่วมกับกองทัพอากาศไทยครั้งแรก
ในภารกิจนี้ยังมีเครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ Kawasaki C-2 ของญี่ปุ่นเดินทางร่วมมาด้วยจำนวน 2 เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องบินลำเลียงที่ใช้ชิ้นส่วนและอะไหล่ร่วมกับเครื่องบินปราบเรือดำน้ำ Kawasaki P-1 พร้อมด้วยเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC-135 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ อีกจำนวน 2 เครื่อง สำหรับฝูงบินทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการเดินทางไปเข้าร่วมการฝึกร่วมทางอากาศรหัส "Veer Guardian 2026" ร่วมกับกองทัพอากาศอินเดีย ณ ประเทศอินเดีย ซึ่งมีกำหนดการฝึกระหว่างวันที่ 9 – 21 กันยายนค.ศ. 2026
นี่คือการร่อนลงจอดครั้งสำคัญที่ประวัติศาสตร์การทหารไทยต้องจารึก เพราะการปรากฏตัวของเครื่องบินขับไล่ F-2 ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทางญี่ปุ่นนำเครื่องบินขับไล่เข้ามาลงจอดแวะพักในประเทศไทย เนื่องจากในอดีตอากาศยานทหารของญี่ปุ่นที่เคยมาแวะพักในไทยมักจะเป็นเพียงอากาศยานสนับสนุนภารกิจเช่น เครื่องบินลำเลียงเท่านั้น
เหตุการณ์นี้สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนนโยบายความมั่นคงเชิงรุกของญี่ปุ่นในปีค.ศ.2026 การที่ญี่ปุ่นส่งเครื่องบินขับไล่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจป้องกันประเทศเป็นหลัก ออกมาฝึกซ้อมทางยุทธวิธีในต่างแดนโดยบินข้ามน้ำทะเลจากเอเชียตะวันออกผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังเอเชียใต้ แสดงให้เห็นถึงบทบาททางการทหารของญี่ปุ่นที่มีความกระตือรือร้นและเปิดกว้างมากขึ้นอย่างชัดเจนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
เครื่องบินขับไล่ F-2 ขณะร่อนลงจอดที่สนามบินอู่ตะเภาครั้งแรก วันที่ 6 กันยายนค.ศ.2026
ข้อมูลจำเพาะเครื่องบินขับไล่ F-2A
ชาติกำเนิด:
ญี่ปุ่น
สหรัฐ
บริษัทผู้ผลิต :
มิตซูบิชิเฮฟวีอินดัสทรีส์
ล็อกฮีดมาร์ติน
นักบิน: 1 (หรือ 2 สำหรับ F-2B)
ความยาว: 15.52 เมตร (50 ฟุต 11 นิ้ว)
ความยาวช่วงปีก: 11.13 เมตร (36 ฟุต 6 นิ้ว)
ความสูง: 4.69 เมตร (15 ฟุต 5 นิ้ว)
พื้นที่ปีก: 34.84 เมตร² (375 ฟุต²)
น้ำหนักตัวเปล่า: 9,527 กิโลกรัม
น้ำหนักรวม: 14,970 กิโลกรัม
น้ำหนักสูงสุดในการขึ้นบิน: 22,100 กิโลกรัม
เครื่องยนต์: 1 × General Electric F110-GE-129 turbofan
แรงขับแห้ง: 76 kN
แรงขับเชื้อเพลิง: 120–125 kN
ความเร็วสูงสุด: มัค 2.0 (2,469.6 กม./ชม., 1 333 kn)
ระยะทาง: 834 กิโลเมตร ในภารกิจต่อต้านเรือ
เพดานบิน: 18,000 เมตร (59,000 ฟุต)
แรงกดผิวปีก: 430 กิโลกรัม/ม² ที่น้ำหนักต่อเครื่อง 15,000 กิโลกรัม
แรงขับ/น้ำหนัก: 0.89
ยุทธภัณฑ์ :
ปืนกล 20 มม. JM61A1, โหลดอาวุธเพิ่มสูงสุด 8,085 กิโลกรัม
ขีปนาวุธ: เอไอเอ็ม-9 ไซด์ไวน์เดอร์, เอไอเอ็ม-7 สแปร์โรว์, มิตซูบิชิ เอเอเอ็ม-3, มิตซูบิชิ เอเอเอ็ม-4
อาวุธอากาศสู่พื้นดิน: จรวดต่อต้านเรือ ASM-1 และ ASM-2, various free-fall bombs with GCS-1 IIR seeker heads, JDAM
อื่น ๆ : J/AAQ-2 FLIR
อิเลคทรอนิกส์การบิน
Mitsubishi Active Electronically Scanned Array ระบบเรดาร์ รวม J/APG-1
F-2A ของกองบินพัฒนาเพื่อการบินทดสอบ (Air Development and Test Wing : ATDW)
เครื่องบินขับไล่ F-2A ถือว่าเป็นสุดยอดเครื่องบินขับไล่ที่ญี่ปุ่นเคยสร้างมา ต่อให้มีราคาแพงและต้นทุนการผลิตที่ไม่คุ้มค่า มันก็ได้เกิดมาเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีความทันสมัยและสามารถรบได้หลากบทบาทร่วมกับ F-15J ส่วนการส่งออกเครื่องบินขับไล่ F-2A ท้ายที่สุดจะลงเอยอย่างไร โปรดติดตามกันต่อไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
TNN
PPTV HD 36
History World
Sniper News
Found and Explained
สมรภูมิ
ท้าวทองไหล
Masaaki Yotsumoto
คุณกิตติเดช สงวนทองคำ
คุณวัชย์ชนัน ภัชร์จรินท์ญา
Piyachat Kik Kaelong
Jonathan Verschuuren
Andrei Shmatko
Love Airplanes
คุณนราธิป ห้วยหงษ์ทอง
Sakura
Shimizu Brothers
meofjj
CHEV SPOTTER.3
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
ทหาร
สงคราม
ต่างประเทศ
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย