•
24 ต.ค. เวลา 08:30 • ไลฟ์สไตล์
กรุงเทพมหานคร

Bangkok's life stories : ep.3 พี่แท็กซี่ที่ขอให้ฉันเก็บความลับ

“คนขับแท็กซี่” เป็นคนหาเช้ากินค่ำอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถพบเจอได้บนท้องถนนทั่วกรุงเทพฯ พวกเขามาจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย และมีเรื่องราวในชีวิตที่แตกต่างกัน บางคนเก็บเรื่องของตัวเองไว้อย่างเงียบเชียบ ไม่เล่าให้ใครฟัง แต่บางคนก็เล่าเรื่องของตัวเองแบบใส่สุด ไม่มีกั๊ก ดังเช่นเรื่องของพี่คนขับแท็กซี่รายนี้ ที่ผู้เขียนได้พบเจอตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาฝึกงาน และยังจดจำเขามาจนถึงทุกวันนี้
อันที่จริง สมัยนั้นไม่ค่อยได้นั่งแท็กซี่หรอก เพราะยังเป็นนักศึกษา และไม่ได้มีเงินมากพอที่จะนั่งแท็กซี่ได้บ่อยๆ แต่เพราะวันนั้นเลิกงานดึกเกินไป จึงต้องนั่ง BTS มาลงสถานีบางหว้า แล้วยอมนั่งแท็กซี่เข้าบ้านอีกต่อหนึ่ง ซึ่งในค่ำคืนนี้ ผู้เขียนได้นั่งแท็กซี่สีชมพูที่มี “พี่ธี” (นามสมมติ) เป็นคนขับค่ะ
ตอนเจอกันครั้งแรก พี่ธีดูเหมือนเป็นชายมาดนิ่ง ไม่ค่อยพูดจา ซึ่งพอผู้เขียนขึ้นรถ แล้วขับออกไปได้สักพัก พี่ธีก็ชวนคุยว่าแถวๆ ตลาดบางแคมีร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อย และเจ้าของร้านที่ว่านี้มีลูกชายตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักมากๆ เดี๋ยวจะพาไปดู
พอเขาว่ามาแบบนี้ จขบ.ก็ตกใจค่ะ นึกว่าจะพาไปทำมิดีมิร้าย เลยเริ่มพูดเสียงแข็งกับพี่เขา ว่าจะพาไปไหน ไปดูอะไร ในที่สุด พี่เขาก็เฉลยว่าไม่ได้จะพาไปไหน ร้านที่ว่านี้อยู่ตรงทางผ่านไปบ้านเธอนี่แหละ เพียงเท่านั้น…ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะคำตอบของเขานะคะ แต่เป็นเพราะท่าทางคำพูดคำจาที่ฟังแล้วก็รู้ได้ชัดเจนว่าอันที่จริงเขาไม่ใช่ผู้ชายต่างหาก…..ใช่ค่ะ พี่ธีเป็นชาว LGBTQ+…..…..
พอเห็นว่าผู้โดยสารมีท่าทีหวาดระแวง พี่ธีก็เลยเปิดประเด็นขึ้นมาเอง ว่านางก็ใช้คำพูดไม่น่าไว้วางใจจริงๆ นั่นแหละ แต่ไม่ต้องกลัว เพราะผู้หญิงอย่าง จขบ. ไม่ใช่เสป็กของนาง (โอเค เก็ท 55555) แล้วพอรถแล่นมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวที่พี่ธีตั้งใจจะอวด ก็น่าเสียดายที่ไม่เจอเด็กน้อยคนนั้น การเดินทางของนักศึกษาฝึกงานและคนขับแท็กซี่คนยาก จึงดำเนินต่อไปท่ามกลางความมืดของถนนเพชรเกษมในยามค่ำคืน
ระหว่างทาง เราได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกันหลายต่อหลายอย่าง รวมไปถึงสภาพการจราจรในกรุงเทพฯ ที่มักจะเจอคนขับรถสาธารณะซึ่งหลงลืมจิตสำนึกในการขับขี่อยู่บ่อยครั้ง แต่ที่น่าเศร้าที่สุด คือพี่ธีเล่าว่าแกมาจากครอบครัวเชื้อสายจีน และคนในบ้านไม่ค่อยจะยอมรับเท่าไหร่ที่ตัวตนของแกเป็นแบบนี้ มีโอกาสทีไร ก็มักจะจงใจบ่นๆ ให้ได้ยินอยู่เสมอ และนี่…คือสาเหตุที่ทำให้คุณพี่รายนี้เลือกทำงานประจำในตอนกลางวัน และมาขับแท็กซี่ในตอนกลางคืน เพราะไม่อยากจะฟังคำบ่นของคนในครอบครัว
“จริงๆ ตอนกลางวันฉันมีงานประจำอยู่แล้ว แต่มาขับแท็กซี่ตอนกลางคืนเพราะไม่อยากปะทะกับคนที่บ้าน เวลาคุยกันทีไร เขาชอบตั้งแง่ที่ฉันเป็นแบบเนี้ย….เธอนึกออกมั้ย” นี่คือคำที่คุณพี่เธอบอกเล่าถึงสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังพบเจออยู่ค่ะ
ก่อนถึงจุดหมาย จู่ๆ พี่ธีก็ถามขึ้นมาว่าบ้านอยู่แถวไหน แล้วพอรู้ว่าบ้าน จขบ. อยู่อีกไม่ไกล เธอก็กดหยุดมิเตอร์ แล้วขับไปส่งผู้เขียนจนถึงหน้าบ้าน ก่อนจากกัน เธอยังแนะนำอีกว่า ร้านข้าวมันไก่ที่อยู่หน้าปากซอยบ้าน จขบ. นั้น เป็นร้านโปรดที่เธอแวะเวียนมากินเป็นประจำ เขาทำอร่อยมาก และแนะนำให้ลองแวะกิน ตอนหลังก็เลยลองซื้อมากินบ้าง ปรากฏว่าอร่อยจริง แล้วก็กลายมาเป็นร้านประจำที่ จขบ. แวะซื้ออยู่บ่อยๆ จนเกือบถึงปัจจุบันเลยล่ะค่ะ
วันที่ได้เจอพี่ธี มันก็ผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว แต่ผู้เขียนยังจำบรรยากาศวันนั้นได้ดี และยังรู้สึกสะท้อนอกสะท้อนใจอยู่ตลอด เมื่อรู้ความจริงว่าโลกนี้มีใครบางคนยอมทำงานเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดทั้งกลางวัน กลางคืน เพียงแค่ไม่ต้องการจะฟังคำดูถูกเหยียดหยาม…จากคนในครอบครัว
ปัจจุบัน แม้มีใครจดจำเรื่องราวของพี่สาวคนขับแท็กซี่รายนี้ แต่ทุกครั้งที่ผ่านสถานี BTS บางหว้า ฝั่งถนนเพชรเกษมในตอนกลางคืน เรื่องราวของพี่ธีร์ก็จะผุดขึ้นมาในหัวทุกที…
โฆษณา